ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำ, คุณลักษณะ, พฤติกรรมบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 2. เพื่อศึกษาระดับการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 3. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษา และ 4. เพื่อศึกษาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 เป็นการวิจัยแบบเชิงปริมาณ มีเครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสอบถาม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษา และครู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 จำนวน 302 คน ที่มาจากการคำนวนขนาดกลุ่มตัวอย่างเครจซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970) ที่มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นอย่างเป็นสัดส่วนตามขนาดของโรงเรียน แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และเปรียบเทียบ โดยการทดสอบค่าที และการทดสอบค่าสถิติค่าเอฟ ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 ได้แก่ 1.1) ส่วนร่วมและทำงานเป็นทีม (x̅= 4.06, S.D.= 0.46) 1.2) การบริหารความเสี่ยง (x̅= 3.93, S.D.= 0.45) 1.3) การมีวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลง (x̅= 3.86, S.D.= 0.55) และ 1.4) การคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.79, S.D. =0.48) 2) ศึกษาระดับการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 พบว่า 2.1) ผลลัพธ์การดำเนินการ (x̅= 4.10, S.D.= 0.48) 2.2) การมุ่งเน้นบุคลากร (x̅= 4.01, S.D.= 0.48) 2.3) การมุ่งเน้นระบบปฏิบัติการ (x̅= 4.00, S.D.= 0.52) และ 2.4) การให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.85, S.D.= 0.50) 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษากับการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษา พบว่า เมื่อพิจารณาค่าความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมเป็นรายด้านกับการเป็นองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษา พบว่ามี 3 ด้าน ที่มีความสัมพันธ์กันในระดับสูงมาก คือ การมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีม (rxy= 0.91) การคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม (rxy= 0.83) และการบริหารความเสี่ยง (rxy = 0.82) ส่วนวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลงมีความสัมพันธ์ในระดับสูง (rxy = 0.67) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .01 และ 4) ศึกษาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 พบว่า ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อองค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษาทั้งหมด 4 ตัว คือ ด้านการมีส่วนร่วมและการทำงานเป็นทีม (X4 ) เป็นตัวแปรพยากรณ์ องค์กรสมรรถนะสูงของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษายโสธร เขต 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 มีอำนาจในการพยากรณ์ ร้อยละ 83.60 เมื่อเพิ่มตัวพยากรณ์ ด้านการคิดสร้างสรรค์นวัตกรรม (X2) เข้าไป มีอำนาจในการพยากรณ์ ร้อยละ 88.60 เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 5.00 เมื่อเพิ่มตัวพยากรณ์ ด้านการมีวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลง (X1) เข้าไป มีอำนาจในการพยากรณ์ ร้อยละ 94.00 เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 5.40 เมื่อเพิ่มตัวพยากรณ์ ด้านการบริหารความเสี่ยง (X3) เข้าไป มีอำนาจในการพยากรณ์ ร้อยละ 95.00 เพิ่มขึ้นจากเดิมร้อยละ 1.00 โดยทั้ง4 ตัวร่วมกันพยากรณ์เป็นไปตามสมมติฐาน
