ปัญหาการลงโทษซ้ำในการบังคับใช้โทษทางอาญาและโทษทางปกครองของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พุทธศักราช 2562

ผู้แต่ง

  • ภาณุวิชญ์ เพชรไทย นักศึกษาหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

คำสำคัญ:

การลงโทษซ้ำ, โทษทางอาญา, โทษทางปกครอง

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาหลักการ แนวคิด และทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดโทษทางอาญา โทษปรับทางปกครอง และหลักกฎหมายอาญาเป็นมาตรการสุดท้าย ในกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2. เพื่อศึกษาบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ที่กำหนดความรับผิดทางอาญาและโทษปรับทางปกครอง รวมทั้งวิเคราะห์ปัญหาการกำหนดโทษควบคู่กันในกรณีการกระทำครั้งเดียวอาจถูกลงโทษซ้ำหลายสถานะ 3. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการกำหนดบทลงโทษตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกับกฎหมายของสหภาพยุโรป เยอรมนี และสเปน สาธารณรัฐประชาชนจีน ออสเตรเลีย เพื่อวิเคราะห์แนวทางที่เหมาะสมในการใช้โทษอาญาและโทษทางปกครอง และ 4. เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้สอดคล้องกับหลักความได้สัดส่วน หลักห้ามลงโทษซ้ำ และแนวทางสากลในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิจัยเอกสาร อาทิ หนังสือ ตำรา บทความวิชาการ งานวิจัย และเอกสารทางกฎหมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) หลักกฎหมายอาญาเป็นมาตรการสุดท้าย (Ultima Ratio) หลักความได้สัดส่วน และหลักห้ามลงโทษซ้ำ (Ne bis in idem) เป็นหลักสำคัญที่ต้องนำมาใช้ในการกำหนดบทลงโทษตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีลักษณะเป็นกฎหมายเชิงกำกับดูแลทางปกครองเป็นสำคัญ 2) พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 โดยเฉพาะมาตรา 79 และมาตรา 84 มีองค์ประกอบความผิดบางส่วนที่ทับซ้อนกัน ส่งผลให้การกระทำเพียงครั้งเดียวอาจก่อให้เกิดความรับผิดทั้งทางอาญาและทางปกครอง อันอาจนำไปสู่ปัญหาการลงโทษซ้ำ 3) กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป เยอรมนี สเปน สาธารณรัฐประชาชนจีน และออสเตรเลีย ต่างมุ่งใช้มาตรการทางปกครองเป็นกลไกหลักในการบังคับใช้กฎหมาย และ 4) ควรกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างโทษทางอาญาและโทษทางปกครองให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการลงโทษซ้ำจากการกระทำเดียวกัน โดยควรใช้มาตรการทางปกครองเป็นกลไกหลักในการบังคับใช้กฎหมาย และจำกัดการใช้โทษทางอาญาเฉพาะกรณีที่มีลักษณะร้ายแรงหรือมีเจตนาทุจริต

ประวัติผู้แต่ง

ภาณุวิชญ์ เพชรไทย, นักศึกษาหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

นักศึกษาหลักสูตรนิติศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานิติศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ปรีดีพนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-12