ความรับผิดทางอาญาของผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคลและการได้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ
คำสำคัญ:
ข้อมูลส่วนบุคคล, ความรับผิดทางอาญา, ผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคลบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทฤษฎีทางอาญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับโทษทางอาญา 2. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่เกิดจากผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย 3. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์เปรียบเทียบการกำหนดโทษทางอาญาในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กรณีโทษทางอาญาของผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคล และการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายกับบทลงโทษทางอาญาของกฎหมายต่างประเทศ สาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) สาธารณรัฐประชาชนจีน และสหราชอาณาจักร และ 4. เพื่อเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมโทษอาญาของผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคล และผู้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการค้นคว้าข้อมูลเป็นการศึกษาวิจัยเอกสาร โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์เชิงนิติศาสตร์ เพื่อศึกษาความรับผิดทางอาญาของผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคลและผู้ที่เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ ภายใต้บริบทของกฎหมายไทยและสังคมไทยปัจจุบัน โดยศึกษาข้อมูลจากกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ตลอดจนเอกสารทางวิชาการ เช่น หนังสือ บทความ วารสาร งานวิจัย รายงาน และข้อมูลจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์และหลักกฎหมายของต่างประเทศ แล้วนำมาวิเคราะห์หาคำตอบและข้อสรุป เสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายให้มีความเหมาะสม ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวคิด หลักเกณฑ์ และบทบัญญัติกฎหมายในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ยังขาดมาตรการในการเอาผิดทางอาญาแก่ผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคลและผู้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยมิชอบ 2) การซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล และการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมายควรกำหนดโทษอาญาไว้สำหรับทุกฝ่ายในกฎหมายฉบับเดียวกัน 3) ผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคล และผู้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลควรได้รับโทษเช่นเดียวกับผู้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ ซึ่งประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) สาธารณรัฐประชาชนจีน และสหราชอาณาจักรระบุความผิดไว้อย่างชัดเจน และ 4) เห็นควรกำหนดโทษทางอาญาสำหรับผู้ซื้อข้อมูลส่วนบุคคล และผู้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยมิชอบด้วยกฎหมายไว้ในอีกมาตราหนึ่ง
