การวิเคราะห์กลอนระนาดเอกเพื่อจำแนกระดับความซับซ้อนในการบรรเลง
คำสำคัญ:
กลอนระนาดเอก, การเรียนการสอนดนตรี, นักเรียนระดับพื้นฐานบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อวิเคราะห์และจำแนกระดับความซับซ้อนในการบรรเลงของกลอนระนาดเอก จำนวน 9 ประเภท 10 กลอน และ 2. เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบคู่มือการสอนระนาดเอกเบื้องต้นสำหรับนักเรียนระดับพื้นฐาน ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ศ 2.1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีเครื่องมือในการวิจัย คือ แบบวิเคราะห์องค์ประกอบกลอนระนาดเอกที่ผ่านการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ แล้วทำการวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สามารถจำแนกความซับซ้อนของกลอนระนาดเอกตามลักษณะโครงสร้างและเทคนิคกายภาพได้ 5 ระดับ ได้แก่ ระดับ 1 (ง่ายที่สุด) ประกอบด้วย กลอนสับที่ 2 กลอนไต่ลวด และกลอนเดินตะเข็บหรือม้วนตะเข็บ ระดับ 2 ประกอบด้วย กลอนไต่ไม้ กลอนย้อนตะเข็บ และกลอนซ่อนตะเข็บ ระดับ 3 คือ กลอนสับที่ 1 ระดับ 4 ประกอบด้วย กลอนร้อยลูกโซ่และกลอนพัน และระดับ 5 (ยากที่สุด) คือ กลอนลอดตาข่าย โดยกลอนแต่ละระดับมีลักษณะเด่นทางโครงสร้างช่วงเสียงและความถี่โน้ตที่เอื้อต่อพัฒนาการทางทักษะแตกต่างกัน ซึ่งองค์ความรู้ที่ได้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการจัดลำดับเนื้อหาในคู่มือการจัดการเรียนการสอนระนาดเอกสำหรับนักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นได้อย่างเป็นระบบ ช่วยพัฒนาเทคนิคทางกายภาพเพื่อแก้ไขปัญหาเสียงไม่สม่ำเสมอ (การโขยก) ได้อย่างตรงจุด และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาสู่ทักษะการแปรทำนองขั้นสูงต่อไป และ 2) การจำแนกความซับซ้อนทั้ง 5 ระดับ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นบรรทัดฐานในการจัดลำดับเนื้อหาและกิจกรรมการเรียนรู้ดนตรีศึกษาสำหรับนักเรียนระดับเริ่มต้นได้อย่างมีตรรกะ โดยเริ่มจัดการเรียนรู้จากกลอนระดับที่ 1 เพื่อช่วยพัฒนาเทคนิคทางกายภาพในการควบคุมสรีระข้อมือ สร้างน้ำหนักมือให้คงที่เสมอกัน และแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องเรื่อง “การโขยก” (เสียงไม่สม่ำเสมอ) ได้อย่างตรงจุด ก่อนที่จะพิจารณาต่อยอดไปสู่การฝึกปฏิบัติกลอนแปรในระดับที่สูงขึ้นตามพัฒนาการ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการบ่มเพาะทักษะคีตปฏิภาณและการแปรทำนองขั้นสูงของผู้เรียนได้อย่างเป็นลำดับขั้น
