ปัญหาเกี่ยวกับป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายกับเจ้าหน้าที่
คำสำคัญ:
การทรมาน, การบังคับให้บุคคลสูญหาย, เจ้าหน้าที่รัฐบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาความหมายแนวคิด ทฤษฎี และหลักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย 2. เพื่อศึกษาเปรียบเทียบบทกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทรมานในต่างประเทศและประเทศไทย 3. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาเกี่ยวการป้องกันการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหายในต่างประเทศและประเทศไทย และ 4. เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะแนวทางในการแก้ไขกฎหมายปัญหาเกี่ยวกับการป้องกัน และปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ การศึกษาค้นคว้าอิสระนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้วิธีวิจัยเอกสาร ผู้ศึกษาได้รวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และเอกสารราชการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ทฤษฎีสิทธิธรรมชาติ ยืนยันว่ามนุษย์มีสิทธิในร่างกายและชีวิตมาแต่กำเนิด รัฐไม่อาจลิดรอนได้แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทฤษฎีสัญญาประชาคม อธิบายว่าหากเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจไปกระทำการทรมานหรือบังคับให้บุคคลสูญหาย ย่อมเป็นการผิดสัญญาประชาคม รัฐจึงต้องรับผิดชอบ 2) เมื่อเปรียบเทียบต่างประเทศ กับประเทศไทย พบว่าต่างประเทศมีกฎหมายบัญญัติความผิดฐานทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหายเป็นการเฉพาะ มีองค์กรอิสระตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และสอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (UNCAT) และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สูญหาย (ICPPED) 3) ปัญหาของประเทศไทย ได้แก่ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ พ.ศ. 2565 กำหนดนิยามการทรมานที่แคบเกินไป โดยต้องพิสูจน์เจตนาเพื่อให้ได้คำรับสารภาพ ทำให้เอาผิดเจ้าหน้าที่ได้ยาก และ 4) ผู้ศึกษาเสนอขยายนิยามการทรมานให้สอดคล้องกับอนุสัญญาฯ นำหลักภาระพิสูจน์กลับ มาใช้ให้รัฐเป็นฝ่ายพิสูจน์ความบริสุทธิ์ จัดตั้งหน่วยงานอิสระตามหลักการปารีส ให้มีอำนาจเข้าตรวจสอบสถานที่ควบคุมตัวโดยไม่ต้องขออนุญาตล่วงหน้า รวมถึงรับรองสิทธิในการรับรู้ความจริง ของครอบครัวผู้สูญหาย เพื่อให้เจ้าหน้าที่รัฐอยู่ภายใต้การควบคุมตามกระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจนในทุกขั้นตอน
