การใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งยุติการดำเนินคดี

ผู้แต่ง

  • ปริญญภรณ์ แก้วชัย สำนักงานอัยการภาค 4

คำสำคัญ:

การใช้ดุลพินิจ, การดำเนินคดีอาญา, คำสั่งยุติการดำเนินคดี

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งยุติการดำเนินคดี 2. เพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีของพนักงานอัยการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งยุติการดำเนินคดี 3. เพื่อศึกษากฎหมายไทยและต่างประเทศเกี่ยวกับการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งยุติการดำเนินคดี และ 4. เพื่อวิเคราะห์และเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งยุติการดำเนินคดี เมื่อกรณีเข้าเงื่อนไขระงับคดีตามระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 ข้อ 48 (2), (3), (9) โดยศึกษาจากหลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปรียบเทียบระหว่างกฎหมายไทยกับกฎหมายต่างประเทศ เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการศึกษาวิจัยจากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำราวิทยานิพนธ์ เอกสารทางวิชาการ บทความจากวารสารทางกฎหมาย นิตยสารสิ่งพิมพ์รวมถึงข้อมูลจากระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับมาตรการทางกฎหมายในความผิดทำร้ายร่างกายผู้สูงอายุตามประมวลกฎหมายอาญา แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ในเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การสั่งยุติการดำเนินคดีของพนักงานอัยการกระทำโดยอาศัยระเบียบของสำนักงานอัยการสูงสุด โดยที่ไม่มีการบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แตกต่างจากคำสั่งฟ้องคดีหรือคำสั่งไม่ฟ้องคดีที่มีการบัญญัติไว้ในกฎหมายดังกล่าวอย่างชัดแจ้ง 2) ปัญหาการใช้ดุลพินิจในการสั่งยุติการดำเนินคดีของพนักงานอัยการ ซึ่งมีอำนาจออกคำสั่งได้โดยอาศัยระเบียบสำนักงานอัยการสูงสุดว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการ พ.ศ. 2563 เพียงอย่างเดียว โดยที่ไม่มีบทกฎหมายอื่นวางหลักเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้อย่างชัดแจ้ง ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักความชอบด้วยกฎหมาย 3) กฎหมายของประเทศเยอรมนีและประเทศญี่ปุ่น พนักงานอัยการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักการดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยหากพนักงานอัยการทราบและมีเหตุอันควรเชื่อว่าได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจริง พนักงานอัยการจะต้องฟ้องคดีเสมอ และ 4) การสั่งยุติการดำเนินคดีเพราะกรณีเข้าเงื่อนไขระงับคดีตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อ 48 วรรคสอง (2), (3) และ (9) ซึ่งข้อเท็จจริงในคดีไม่ได้ทำให้สิทธิฟ้องคดีอาญาระงับไปโดยสภาพ แต่พนักงานอัยการยังต้องใช้ดุลพินิจเพิ่มเติมเสียก่อนว่า คดีนั้นจะเข้าเงื่อนไขระงับคดีที่ทำให้สิทธิฟ้องคดีอาญาระงับไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้วหรือไม่ ส่งผลให้อาจกระทบต่อความยุติธรรมของประชาชน

ประวัติผู้แต่ง

ปริญญภรณ์ แก้วชัย, สำนักงานอัยการภาค 4

สำนักงานอัยการภาค 4

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-09-17