การศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์
คำสำคัญ:
การบริหารความขัดแย้ง, ผู้บริหารสถานศึกษา, แนวทางการพัฒนาบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา 2. เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นของการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา และ 3. เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ จำนวน 350 คน จากการคำนวนขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของเครซี่และมอร์แกน (Krejcie and Morgan, 1970) ที่ระดับความคลาดเคลื่อน 0.05 ที่มาจากการสุ่มแบบแบ่งชั้นภูมิ และกลุ่มเป้าหมาย คือ ผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษา ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น และนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสัมภาษณ์มาวิเคราะห์ในเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบันของการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ =3.58, S.D.=0.13) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า วิธีการร่วมมือมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมาเป็นวิธีการประนีประนอม และวิธีการยอมให้ ตามลำดับ สภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅ =3.91, S.D.=0.12) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า วิธีการร่วมมือมีค่าเฉลี่ยมากที่สุด รองลงมาเป็นวิธีการประนีประนอม และวิธีการยอมให้ ตามลำดับ 2) ความต้องการจำเป็นของการบริหารความขัดแย้งของผู้บริหารสถานศึกษา เรียงลำดับจากมากไปน้อยได้ ดังนี้ วิธีการร่วมมือ (0.20) วิธีการประนีประนอม (0.19) วิธีการยอมให้ (0.19) วิธีการแข่งขัน (-0.08) และวิธีการหลีกเลี่ยง (-0.10) และ 3) แนวทางการพัฒนาการบริหารความขัดแย้ง มีทั้งหมด 20 แนวทาง ผลการประเมินความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และความเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด
