มาตรการการลงโทษสำหรับเด็กและเยาวชนตามประมวลกฎหมายอาญาและตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
คำสำคัญ:
มาตรการการลงโทษ, เด็กและเยาวชน, คดีอาญาบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาถึงความเป็นมา แนวคิด ทฤษฎี ในกระบวนการยุติธรรมสำหรับเด็กและเยาวชน 2. เพื่อศึกษาถึงมาตรการลงโทษและความรับผิดทางอาญาของประเทศไทยและต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา สาธารณะรัฐฝรั่งเศส และประเทศญี่ปุ่น 3. เพื่อวิเคราะห์ปัญหาทางกฎหมายของมาตรการการลงโทษและกระบวนการยุติธรรมสำเหรับเด็กและเยาวชน และ 4. เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงกฎหมายสำหรับเด็กและเยาวชนผู้กระทำความผิดทางอาญาให้มีความชัดเจนและทรงไว้ซึ่งสิทธิตามที่กฎหมายกำหนดให้ไว้ในแต่ละบุคคลได้ เป็นการวิจัยแบบเชิงคุณภาพ ด้วยวิธีการวิจัยเอกสารกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 จากหนังสือ บทความ วารสาร ข่าวสาร งานวิจัย วิทยานิพนธ์และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง กฎหมายต่างประเทศ และผลงานทางวิชาการที่เกี่ยวข้องทั้งภาษาไทย ภาษาต่างประเทศ รวบรวมข้อมูลจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์ในเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ในอดีตไม่คาดคิดว่าเด็กและเยาวชนจะก่ออาชญากรรมได้ จึงไม่มีบทลงโทษโดยเฉพาะ ต่อมาเด็กและเยาวชนมีการกระทำความผิดและกระทำผิดมากขึ้น การลงโทษเด็กและเยาวชนจึงไม่สามารถกระทำได้ มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขฟื้นฟูมากกว่าลงโทษ แต่หัวใจของกฎหมายอาญาคือการลงโทษผู้กระทำความผิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาชญากรรม จึงควรนำแนวคิด ทฤษฎีมาพิจารณากับรูปแบบของสังคมเพื่อหาความเหมาะสมกับสังคมตน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศต้องปฏิบัติเหมือนกัน 2) มาตรการลงโทษและความรับผิดทางอาญาของประเทศไทยและต่างประเทศที่ศึกษาจะแยกประเด็นในศึกษาเป็น 4 หัวข้อ ซึ่งในประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐฝรั่งเศส และประเทศญี่ปุ่น จะมีความใกล้เคียงกันคือพิจารณาการกระทำความผิดจากความร้ายแรงที่กระทำ หลักเจตนาประกอบด้วยอายุ แต่ประเทศสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะรัฐนอร์ทแคโรไลนา กำหนดอายุเด็กต่ำที่สุดคือ 6 ปีสามารถรับผิดทางอาญาได้หากกระทำความผิดร้ายแรงและรู้สำนึกในการกระทำและสามารถลงโทษทางอาญากับเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดได้ซึ่งต่างกับประเทศไทย 3) ประเทศไทยใช้อายุของเด็กและเยาวชนกำหนดการลงโทษมากกว่าพิจารณาประเภทการกระทำ ความร้ายแรงหรือฐานความผิดมาประกอบและจะเบนการลงโทษไปใช้มาตรการคุ้มครองมากกว่าการลงโทษตามกฎหมาย และ 4) ให้ศาลสามารถพิจารณาความร้ายแรงของการกระทำ การกระทำความผิดซ้ำ การกระทำโดยเจตนา มาประกอบอายุเพื่อลงโทษได้
