ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ผู้แต่ง

  • ภทร ภัทรกุล นักศึกษาปริญญาโท กลุ่มวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

คำสำคัญ:

แรงจูงใจในการปฏิบัติงาน, วัฒนธรรมองค์กรแบบสร้างสรรค์, ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของพนักงานที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 2. เพื่อศึกษาวัฒนธรรมองค์กรแบบสร้างสรรค์ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และ 3. เพื่อศึกษาภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีเครื่องมือในการวิจัย คือ แบบสอบถาม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง คือ พนักงานธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จำนวน 393 คน ที่มาจากการคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช้สูตร ทาโร่ ยามาเน่ (1973) ที่ระดับความคลาดเคลื่อน 0.05 และทำการสุ่มตัวอย่างตามความสะดวก แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติการวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณ ที่มีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยพบว่า 1) แรงจูงใจในการทำงานมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 48.5 (R² = 0.501, Adjusted R² = 0.485, F = 31.809, p < 0.01) ปัจจัยที่มีอิทธิพลเชิงบวก ได้แก่ ลักษณะงานที่ท้าทาย (Beta = 0.331, Sig. = 0.000) การได้รับการยอมรับ (Beta = 0.176, Sig. = 0.019) และตำแหน่งงาน (Beta = 0.358, Sig. = 0.000) ในขณะที่ความก้าวหน้าในอาชีพกลับมีผลเชิงลบ (Beta = -0.227, Sig. = 0.006) และนโยบายการบริหารของธนาคารมีค่าใกล้ระดับนัยสำคัญ (Beta = 0.146, Sig. = 0.066) 2) วัฒนธรรมองค์กรแบบสร้างสรรค์มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญ โมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 43.7 (R² = 0.442, Adjusted R² = 0.437, F = 76.947, p < 0.01) โดยมิติที่มีอิทธิพลเชิงบวกและมีนัยสำคัญ ได้แก่ การมุ่งความสำเร็จ (Beta = 0.389, Sig. = 0.000) และการมุ่งสัจจะการแห่งตน (Beta = 0.300, Sig. = 0.000) ส่วนมิติด้านมุ่งบุคคลและไมตรีสัมพันธ์ไม่พบอิทธิพลเชิงนัยสำคัญ และ 3) ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยโมเดลสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 37.8 (R² = 0.385, Adjusted R² = 0.378, F = 60.681, p < 0.01) โดยองค์ประกอบที่มีอิทธิพลสูงสุดคือ การกระตุ้นทางปัญญา (Beta = 0.504, Sig. = 0.000) ขณะที่องค์ประกอบอื่น ๆ ไม่พบอิทธิพลเชิงนัยสำคัญ

ประวัติผู้แต่ง

ภทร ภัทรกุล, นักศึกษาปริญญาโท กลุ่มวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

นักศึกษาปริญญาโท กลุ่มวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-09-21