บทบาทการอนุรักษ์ดนตรีพิณอีสานของครูทองใส ทับถนน
คำสำคัญ:
บทบาทการอนุรักษ์, พิณอีสาน, ครูทองใส ทับถนนบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาเอกลักษณ์การบรรเลงและการถ่ายทอดการบรรเลง 2. เพื่อศึกษาเอกลักษณ์โครงสร้างทางกายภาพ และ 3. เพื่อศึกษาการอนุรักษ์วัฒนธรรมเครื่องดนตรีพิณอีสานของครูทองใส ทับถนน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์มีโครงสร้างและแบบสังเกต โดยมีกลุ่มเป้าหมายในการวิจัย จำนวน 6 คน ที่มาจากการเลือกแบบเจาะจง แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากเอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสังเกต มาวิเคราะห์แบบเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) เอกลักษณ์การบรรเลง ประกอบด้วย ด้านเทคนิคการบรรเลง การใช้โน้ตบนคอพิณ การตั้งสาย และอุปกรณ์เสริมในการบรรเลงพิณ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และการถ่ายทอดการบรรเลงพิณอีสาน เริ่มจากการรับศิษย์แล้วถ่ายทอดความรู้โดยการกำหนดเนื้อหา ประกอบด้วยภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยใช้วิธีการสาธิต แล้วให้ลูกศิษย์ปฏิบัติตาม พร้อมทั้งสอดแทรกกลเม็ดวิธีการบรรเลงเพิ่มเติมให้ จากนั้นทำการประเมินการเรียนรู้ของศิษย์ตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 2) เอกลักษณ์โครงสร้างทางกายภาพพิณอีสาน พบว่า ลักษณะเฉพาะที่สังเกตง่ายที่สุดคือ รูปทรงดอกบัว มีเจตนารมณ์บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของชาวจังหวัดอุบลราชธานี สามารถแบ่งพิณอีสานของครูทองใส ได้ทั้งหมด 3 ประเภท คือ พิณโปร่ง พิณไฟฟ้า และพิณโปร่งไฟฟ้า เน้นการใช้วัสดุอุปกรณ์ ที่ใกล้ตัวมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิตพิณ ทำให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากครูทองใส ทับถนน เป็นผู้ริเริ่มดัดแปลงจากพิณโปร่ง สู่พิณโปร่งไฟฟ้าและพิณไฟฟ้าตามลำดับ และ 3) บทบาทการอนุรักษ์วัฒนธรรมเครื่องดนตรีพิณอีสานของครูทองใส ทับถนน ประกอบด้วย บทบาทในด้านบริการสังคมด้านศิลปวัฒนธรรม บทบาทในการให้การศึกษาด้านศิลปวัฒนธรรม และบทบาทในด้านการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมดนตรีอีสานเพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และการสืบทอดมรดกทางภูมิปัญญา
