วิจัยและพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยงโดยบูรณาแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการชี้แนะทางปัญญาในโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู ร้อยแก่นสารสินธุ์
คำสำคัญ:
สมรรถนะของครูพี่เลี้ยง, ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ, การชี้แนะทางปัญญาบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาองค์ประกอบการพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยงโดยบูรณาการแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการชี้แนะทางปัญญาในโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู ร้อยแก่นสารสินธุ์ 2. เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์การพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยงโดยบูรณาการแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการชี้แนะทางปัญญาในโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู ร้อยแก่นสารสินธุ์ 3. เพื่อพัฒนารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยงโดยบูรณาการแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการชี้แนะทางปัญญาในโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู ร้อยแก่นสารสินธุ์ และ 4. เพื่อทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยงโดยบูรณาการแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการชี้แนะทางปัญญาในโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู ร้อยแก่นสารสินธุ์ เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีเครื่องมือการวิจัย คือ แบบสอบถาม โดยมีกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 306 คน ที่มาจากการใช้สูตรของทาโร่ ยามาเน่ (1973) แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากแบบสอบถามมาวิเคราะห์โดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) องค์ประกอบการพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยงโดยบูรณาการแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการชี้แนะทางปัญญาในโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู ร้อยแก่นสารสินธุ์ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ 35 ตัวชี้วัด 2) สภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์การพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยงโดยบูรณาการแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการชี้แนะทางปัญญาในโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู ร้อยแก่นสารสินธุ์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̅= 3.74, S.D.= 0.67) 3) การพัฒนารูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยง ประกอบด้วย 3.1) หลักการ 3.2) วัตถุประสงค์ 3.3) กระบวนการจัดกิจกรรม 3.4) วิธีดำเนินการ และ 3.5) การวัดและประเมินผล และ 4) ผลการทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะของครูพี่เลี้ยงโดยบูรณาการแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพและการชี้แนะทางปัญญาในโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพครู ร้อยแก่นสารสินธุ์ พบว่า สูงกว่าก่อนการพัฒนา และผ่านเกณฑ์ประเมินระดับมากที่สุด (x̅= 4.81, S.D.=0.39)
