มาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ศึกษากรณี พิศวาสอาชญากรรม
คำสำคัญ:
อาชญากรรมทางเทคโนโลยี, การลงโทษทางอาญา, พิศวาสอาชญากรรมบทคัดย่อ
การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาและวิเคราะห์เปรียบเทียบปัญหาเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของประเทศไทยและต่างประเทศ และ 2. เพื่อหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีพิศวาสอาชญากรรม เป็นการวิจัยแบบเชิงคุณภาพ โดยทำการศึกษาวิจัยจากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอาทิ ตำรากฎหมาย บทความทางวิชาการ รายงาน การวิจัยประเภทวิทยานิพนธ์ ตำราทางวิชาการ บทความทางในเอกสาร ข้อมูลจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น แล้วนำข้อมูลที่รวบรวมได้จากเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาวิเคราะห์แบบเชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) ศึกษาและวิเคราะห์เปรียบเทียบปัญหาเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีของประเทศไทย และต่างประเทศ ประกอบด้วย 1.1) ประเทศไทยยังคงมีข้อจำกัดของกระบวนการยุติธรรมในการป้องกันภัยคุกคาม กรณีพิศวาสอาชญากรรมโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ โดยข้อกฎหมายที่มีการบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมและชัดเจน ในขณะที่ประเทศอังกฤษมีการกำหนดหลักการและมาตรฐานในการบังคับใช้กฎหมายไว้อย่างชัดเจน โดยมีพนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบ 1.2) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญาในฐานความผิดฉ้อโกง ไม่ได้แยกลักษณะของพฤติกรรมของการกระทำความผิดให้มีความชัดเจน ในขณะที่ตามประมวลกฎหมายอาญาฝรั่งเศส ได้มีการแยกความผิดตามลักษณะการกระทำและพฤติการณ์ และ 1.3) การกำหนดโทษในกรณีความรับผิดเกี่ยวกับพิศวาสอาชญากรรมโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ยังคงเป็นไปตามความผิดฐานฉ้อโกงประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นความผิดอันยอมความได้ ทั้งที่หลักกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญาของประเทศเยอรมนี และพระราชบัญญัติฉ้อโกงของประเทศฝรั่งเศส ได้กำหนดโทษเพื่อยับยั้งผู้กระทำผิดไม่ให้กระทำการณ์นั้น ๆ ได้ และ 2) แนวทางการปรับปรุงแก้ไขมาตรการทางกฎหมายเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กรณีพิศวาสอาชญากรรม ประกอบด้วย 2.1) ควรเพิ่มมาตรการบังคับใช้กฎหมายในการกำหนดข้อจำกัดให้มีความจัดเจน เพื่อสร้างมาตรการป้องปราม 2.2) ควรกำหนดให้มีการแยกความรับผิดในเหตุของการกระทำในลักษณะทั่วไปไปจนถึงเหตุแห่งความร้ายแรง และ 2.3) ควรแก้ไขลักษณะฐานความผิดฐานฉ้อโกงโดยจัดให้การฉ้อโกงหลอกลวงประเภท “Scam” ถูกจัดอยู่ในกลุ่มการฉ้อโกงหลอกลวงทางคอมพิวเตอร์ให้เป็นความผิดอันยอมความไม่ได้
