ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่ไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน กรณีการชุมนุมในที่สาธารณะ
คำสำคัญ:
พนักงานอัยการ, การสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา, ประโยชน์สาธารณะบทคัดย่อ
งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชน กรณีการชุมนุมสาธารณะ และ 2. เพื่อศึกษาปัญหาและเสนอแนวทางในการกำหนดหลักเกณฑ์ การสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนของพนักงานอัยการในคดีเกี่ยวกับการชุมนุมสาธารณะให้ชัดเจนมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เป็นการวิจัยแบบเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยจากเอกสาร แล้วนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์แบบเชิงเนื้อหา (Content Analysis) ผลการวิจัยพบว่า 1) พนักงานอัยการมีอิสระพิจารณาสั่งคดีโดยใช้ดุลพินิจไม่ว่าจะเป็นการสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง โดยจะไม่มีอิทธิพลภายนอกมาบีบบังคับ จึงจำเป็นต้องมีหลักประกันการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการไว้ โดยให้ความเป็นอิสระแก่พนักงานอัยการ กับทั้งให้พนักงานอัยการต้องใช้ดุลพินิจในการดำเนินคดีอย่างเที่ยงธรรมและไม่ถูกครอบงำอยู่ภายใต้อิทธิพลใด ๆ กฎหมายไทยจึงบัญญัติรองรับความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการในการใช้ดุลพินิจพิจารณาสั่งคดี หากพนักงานอัยการได้ใช้ดุลพินิจปรับบทกฎหมายตามข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏโดยมิได้มีเจตนาทุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์แก่ตนหรือคู่กรณีย่อมได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย และ 2) มีประเด็นปัญหาที่พบหลายประการ ได้แก่ 2.1) ปัญหาในการพิจารณาว่า การชุมนุมในที่สาธารณะกรณีใดเป็นประโยชน์แก่สาธารณะหรือกรณีใดไม่เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ 2.2) ปัญหาการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชน เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดในการออกคำสั่งทำให้การสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนดังกล่าวเกิดการล่าช้า 2.3) ปัญหาการตรวจสอบการใช้ดุลพินิจในการสั่งคดีอาญาที่จะไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนของพนักงานอัยการ และ 2.4) ปัญหาการใช้สิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมในที่สาธารณะว่าประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมอย่างไรบ้าง มีหลักเกณฑ์และขอบเขตอย่างไรและกฎหมายให้สิทธิเสรีภาพการชุมนุมในที่สาธารณะไว้เพียงใด
