กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้

Main Article Content

ญาณิศา จิตต์อักษร
จำรัส แจ่มจันทร์
ทนง ทองภูเบศร์

บทคัดย่อ

บทความนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นการบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้ 2) เพื่อพัฒนากลยุทธ์การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้ และ 3) เพื่อนำเสนอกลยุทธ์การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้ โดยมีรูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 277 คน  ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา เลือกแบบสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชนิด คือ 1) แบบสอบถาม และ 2) เอกสารประกอบการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีลำดับความสำคัญความต้องการจำเป็น วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหาแบบอุปนัย


ผลการวิจัยพบว่า 


  1. 1. ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 พบว่า การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้ด้านที่มีความต้องการจำเป็นพัฒนาประกอบด้วย ระบบการปฏิบัติงาน กลยุทธ์ขององค์กร ค่านิยมร่วม และโครงสร้างองค์กร ส่วนด้านที่ไม่มีความต้องการจำเป็นพัฒนาประกอบด้วยบุคลากร ทักษะความรู้ความสามารถ และรูปแบบการบริหารจัดการ

  2. ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 พบว่า กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้ ประกอบด้วย 4 กลยุทธ์หลัก 12 กลยุทธ์รอง และ 12 กลยุทธ์ปฏิบัติการ

  3. ผลการวิจัยตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 พบว่า องค์ประกอบของกลยุทธ์การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้ สามารถนำไปใช้ฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้ในโรงเรียนระดับประถมศึกษา

จากผลการวิจัย องค์ความรู้ใหม่ที่ได้ คือ  กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้มีสาระที่ตรงกับความต้องการของโรงเรียนระดับประถมศึกษา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จิตต์อักษร ญ., แจ่มจันทร์ จ., & ทองภูเบศร์ ท. (2026). กลยุทธ์การบริหารสถานศึกษายุคดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูภาวะถดถอยการเรียนรู้. วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน, 8(2), 552–566. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/appm/article/view/280041
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรีดิสกู๊ด. (2563). สร้างกลยุทธ์ด้วย TOWS Matrix. https://bluebik.com/th/2676

ทิฆัมพร วาสิทธิ์. (2561). การประเมินกลยุทธ์การบริหารสถานศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน. วารสารบริหารการศึกษา, 15(2), 45–60.

บุญเลี้ยง ทุมทอง. (2565). การจัดการศึกษาท่ามกลางภาวะ Learning Loss: แนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบาย. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 23(3), 112–129.

พัชรา เอี่ยมกิจการ สบายใจ, และคณะ. (2566). แนวทางการฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ในระดับประถมศึกษา. วารสารวิชาการการศึกษา, 29(1), 87–98.

พัทธ์ธีรา อุยนันทพิทักษ์, และคณะ. (2567). ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนไทยหลังสถานการณ์ COVID-19. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา.

ภูมิพัฒน์ ศรีวชิรพัฒน์. (2565). กลยุทธ์เพื่อลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของนักเรียนไทยจากการเรียนการสอนออนไลน์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/isshmu/article/

ยุภาพร ยุภาศ. (2562). แนวทางการประเมินกลยุทธ์และการบริหารเชิงกลยุทธ์ในยุคดิจิทัล. วารสารวิชาการการจัดการ, 7(1), 23–35.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2566). แนวทางการบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็กและการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้. https://www.obec.go.th

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2565). รายงานผลการศึกษาภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ของผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานในสถานการณ์โควิด-19 สกศ. http://www.onec.go.th

สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2566–2580 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. http://nscr.nesdc.go.th/master-plans/

สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 3). วี.พริ้นท์ (1991).

อภิชญา ด่านอุดม, และ นันทิมา นาคาพงศ์ อัศวรักษ์. (2566). ปัจจัยทางจิตสังคมที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ในยุคหลังโควิด. วารสารวิจัยการศึกษา, 12(2), 55–70.

อำนาจ วัดจินดา. (ไม่ปรากฏปีที่พิมพ์). การประยุกต์ใช้ McKinsey 7-S Framework ในการวิเคราะห์องค์กร. เอกสารประกอบการสอนภายในมหาวิทยาลัย.

Babakr, Z. H., Mohamedamin, P., & Kakamad, K. (2019). Piaget's cognitive developmental theory:.

Cherry, K. (2022). Piaget’s theory of cognitive development. Verywell Mind. https://www.verywellmind.com/piagets-stages-of-cognitive-development-2795457 Critical review. International Journal of Educational and Psychological Studies, 6(1), 138–143.

Fatimah, M., Fatoni, M. H., Santoso, B., & Syarifuddin, H. (2024). School administration: The key to success in modern educational management. Journal of Loomingulisus Ja Innovatsioon, 1(3), 141–149.

Hattie, J. (2008). Visible learning: A synthesis of over 800 meta-analyses relating to achievement. Routledge.

Hidayah, N., Meisuri, M., Kalifah, D. R. N., Yanti, Y., El Fiah, R., & Farida, F. (2025). Use of technology in the learning process in elementary schools in the Society 5.0 era. RADEN INTAN: Proceedings on family and humanity, 2(1), 210–222 joshi, A., kale, S., chandel, S., & pal, D. K. (2015). Likert scale: Explored and explained. British Journal of Applied Science & Technology, 7(4), 396–403. https://doi.org/10.9734/BJAST/2015/14975

Kaufman, R., & English, F. (1981). Needs assessment: Concept and application. Educational Technology Publications.

Krejcie, R. V., & Morgan, D. W. (1970). Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement, 30(3), 607–610. https://doi.org/10.1177/001316447003000308

Lave, J., & Wenger, E. (1991). Situated learning: Legitimate peripheral participation. Cambridge University Press.

McCaslin, N. L., & Tibezinda, J. M. (2014). Needs assessment: Analysis and prioritization using the PNImodified model. Journal of Extension, 52(3). https://archives.joe.org/joe/2014june/rb1.php

Stufflebeam, D. L., & Coryn, C. S. (2014). Evaluation theory, models and applications. Jossey-Bass.

Thorndike, E. L. (1966). Human learning. The Century Psychology Series. (Original work published 1931)

Witkin, B. R., & Altschuld, J. W. (1995). Planning and conducting needs assessments: A practical guide. Sage Publications.