รูปแบบการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความเป็นสากล สำหรับโรงเรียนเอกชน

Main Article Content

Yuphathep Boonyaritraksa
Kanokorn Somprach
Nuchwana Luanganggoon

บทคัดย่อ

     การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความเป็นสากล 2) พัฒนารูปแบบของการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความเป็นสากลและ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความเป็นสากล โดยการวิจัยและพัฒนาแบ่งเป็น 3 ระยะ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการโรงเรียนฝ่ายบุคลากรที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เลือกโดยการสุ่มตามลำดับขั้น ได้กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้อำนวยการโรงเรียน 286 คน รองผู้อำนวยการโรงเรียน 286 คน รวมทั้งสิ้น 572 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบสอบถามแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ กลุ่มตัวอย่างสำหรับการทดลองใช้รูปแบบเป็นบุคลากรของโรงเรียนเอกชนขนาดกลางในจังหวัดขอนแก่น 42 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ รูปแบบของการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความเป็นสากลสำหรับโรงเรียนเอกชนที่สร้างขึ้น สถิติในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน จัดลำดับความสำคัญแบบ Priority Needs Index (PNI) และ T-Test ผลการศึกษาพบว่าองค์ประกอบของการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความเป็นสากลได้แก่ 1) การวางแผนบุคลากร 2) การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน 3) การให้ผลตอบแทน และ 4) การประเมินผลการปฏิบัติงาน รูปแบบของการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความเป็นสากลประกอบด้วย 1) การวางแผนบุคลากร 2) การเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน 3) การให้ผลตอบแทน และ 4) การประเมินผลการปฏิบัติงาน ผลการนำรูปแบบของการบริหารจัดการบุคลากรสู่ความเป็นสากลไปใช้พบว่าการพัฒนารูปแบบใน 5 โมดูลย่อยสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารและการจัดการเรียนการสอนของบุคลากรได้อยู่ในระดับมากและคะแนนทดสอบเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมวิชาการ. (2554). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2554. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). English Speaking Year. ค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2560, จาก http://www.moe. go.th/moe/th/news/
_______. (2557). นโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ค้นเมื่อ 15 กรกฎาคม 2560, จาก http://www.moe.go.th/
จีระ หงส์ลดารมภ์. (2559). ผลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ คุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ. ค้นเมื่อ 25 พฤษภาคม 2560, จาก https://www.gotoknow.org/posts/395857
ณัฏฐนันท์ มันตะพงศ์. (2554). ประสิทธิภาพการบริหารงานของโรงเรียนชลประทานสงเคราะห์ จังหวัดนนทบุรี. วิทยานิพนธ์ปริญญาพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.
นงนุช สิงหะเดช. (2557). ปัญหาการสอนภาษาอังกฤษ. ค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2560, จาก http://www. sahavicha.com/?name=article&file=readarticle&id=96
รุ่งฤดี เพ็ชรสงคราม. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อความต้องการพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษของข้าราชการ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย, 91(3), 1105-1115.
วิจารณ์ พานิช. (2555). สอนนอกกรอบ: ยุทธวิธีจับใจศิษย์. กรุงเทพฯ: สหมิตรพริ้นติ้งแอนด์พับลิสชิ่ง.
ศิริชัย กาญจณวาสี. (2555). การเลือกใช้สถิติที่เหมาะสมสำหรับการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ. (2561). สรุปผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2556. ค้นเมื่อ 20 กรกฎาคม 2560, จาก http://www.niets.or.th/th/
สุรศักดิ์ ปาเฮ. (2553). สื่อและเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). แพร่: แพร่ไทยอุตสาหการพิมพ์.
สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์. (2550). ภาวะความเป็นผู้นำ (พิมพ์ครั้งที่2). กรุงเทพฯ: เอ็กซเปอร์เน็ท.
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. (2559). รายงานข้อมูลโรงเรียน ครู/บุคลากร ปีการศึกษา 2559. ค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2560, จาก https://sites.google.com/a/opec.go.th/opec/baeb-rayngan-khxmul-phun-than-rongreiyn-xekchn-pi-kar-suksa-2559/bthkhwammimichux
Brown, H. D. (2000). Principles of language learning & teaching (4th ed.). New York: Longman.
McKinsey. (2007). How the world’s most improved school systems keep getting better. Retrieved July 10, 2018, from http://mckinseyonsocity.com
Timperley, H., Willson, A., Barrar, H., & Fung, I. (2007). Teacher Professional learning and development: Best Evidence Synthesis Iteration. Wellington: Ministry of Education.