วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo <p><strong>ISSN 3057-1871 (Online)</strong></p> <p><strong>วัตถุประสงค์และขอบเขต (Focus and Scope)<br /></strong> วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ (Interdisciplinary Journal of Buriram Rajabhat University) เป็นวารสารวิชาการที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยครอบคลุมศาสตร์ต่างๆ ทางสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ บัญชี บริหารธุรกิจ การจัดการ บริหารทรัพยากรมนุษย์ การเงินการธนาคาร การตลาด คอมพิวเตอร์ธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม สื่อสารมวลชน และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหวิทยาการจัดการ โดยครอบคลุมสาขาวิชาหลัก (Main subject category) และสาขาวิชาย่อย (Subject areas) ตามขอบเขตของวารสารฯ ดังนี้<br /> สาขาวิชาหลัก: Social Sciences<br /> สาขาวิชาย่อย: 1. Business, Management, and Accounting <br /> 1.1 General Business, Management, and Accounting<br /> 1.2 Management Information Systems <br /> 1.3 Marketing<br /> 1.4 Organizational Behavior and Human Resource Management<br /> 1.5 Tourism, Leisure, and Hospitality Management<br /> สาขาวิชาย่อย: 2. Economics, Econometrics, and Finance<br /> 2.1 General Economics, Econometrics, and Finance<br /> สาขาวิชาย่อย: 3. Social Sciences<br /> 3.1 Communication<br /> <br /> ทั้งนี้สามารถนำเสนอได้ในรูปแบบบทความวิจัย และบทความวิชาการ เท่านั้น</p> <p><strong>การประเมินบทความ (Peer Review Process)</strong><br /> แต่ละบทความจะถูกประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จากหลากหลายสถาบันอย่างน้อย 3 คน โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งจะไม่ทราบชื่อซึ่งกันและกัน (Double Blinded) </p> <p><strong><em>Time to first decision: 2 Week</em></strong><br /><strong><em>Review time: 6-8 Week<br /></em></strong><strong><em>Acceptance to publication: 4-26 Week</em></strong></p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่ (Publication Frequency)</strong><br />การตีพิมพ์วารสารฯ จะมีการตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ คือ<br /> 1. ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน<br /> 2. ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p>-------------------------------------------------------------------------------------------------<strong><br /></strong><strong>วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์</strong><br /><strong>ISSN 2651-124X (Print) (Cancel)</strong><br /><strong>ISSN 2985-0444 (Online) (Cancel)</strong><br /><strong>จำนวนฉบับ</strong> : ปีละ 2 ฉบับ (มกราคม - มิถุนายน และ กรกฏาคม - ธันวาคม)<br /><strong>ภาษา</strong> : ไทย,อังกฤษ<br /><strong>ค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์</strong> : จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับบทความที่ได้รับการเผยแพร่ในปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (2567) เป็นต้นไปในอัตราดังนี้<br /> - บุคคลภายนอกเก็บค่าธรรมเนียมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบทความละ 3,500 บาท (อาจารย์/นักวิจัย/นักวิชาการ/นักศึกษา ของสถาบันอื่น)<br /> - บุคคลภายในเก็บค่าธรรมเนียมทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษบทความละ 3,000 บาท (อาจารย์/นักวิจัย/นักวิชาการ/นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์)<br /> - กรณีบุคคลภายในที่มีชื่อเป็นผู้ร่วมผลงานกับบุคคลภายนอกทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ให้ชำระค่าธรรมเนียมบทความในอัตราเดียวกับบุคคลภายนอก บทความละ 3,500 บาท</p> คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ th-TH วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 3057-1871 <p>ลิขสิทธิ์&nbsp; ในการตีพิมพ์บทความ</p> <p>&nbsp;</p> <p>จะโชว์ตอนที่ ผู้ส่งบทความ ตีพิมพ์ ต้องกด accept</p> กลยุทธ์ทุนทางวัฒนธรรม เพื่อความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/282227 <p>บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดเกี่ยวกับบทบาทของทุนทางวัฒนธรรม (Cultural Capital) ในฐานะทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ที่สนับสนุนความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืนของธุรกิจชุมชนท่องเที่ยว โดยใช้วิธีทบทวนวรรณกรรมและสังเคราะห์เชิงเนื้อหาภายใต้กรอบมุมมองฐานทรัพยากร (Resource-Based View: RBV) และเกณฑ์ VRIO ผลการสังเคราะห์พบว่า ทุนทางวัฒนธรรมสามารถยกระดับเป็นทรัพยากรเชิงกลยุทธ์ได้เมื่อสอดคล้องกับเกณฑ์ VRIO ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ คุณค่าที่ตลาดยอมรับ (Value) ความเฉพาะถิ่นที่หายาก (Rarity) ความยากต่อการเลียนแบบ (Inimitability) และความพร้อมของระบบการจัดการ (Organization) โดยเฉพาะองค์ประกอบด้านการจัดการซึ่งเป็นปัจจัยชี้ขาดว่าทุนจะถูกเปลี่ยนเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนหรือเพียงชั่วคราว จากผลการวิเคราะห์ดังกล่าว จึงเสนอกรอบแนวคิดที่เชื่อมโยงการประเมินทุนตาม VRIO ไปสู่กลยุทธ์ทุนทางวัฒนธรรม 3 ด้าน ได้แก่ การสร้างแบรนด์ผ่านการเล่าเรื่อง (Cultural StoryTelling Branding) นวัตกรรมทางวัฒนธรรม (Cultural Innovation) และการตลาดเชิงประสบการณ์ (Experiential Marketing) ทั้งนี้ กรอบแนวคิดดังกล่าวสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการประเมินและจัดลำดับทุนที่ควรพัฒนา ใช้เป็นกรอบตั้งโจทย์วิจัยและออกแบบเครื่องมือเก็บข้อมูล รวมถึงใช้กำหนดตัวชี้วัดผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม บทความนี้มีคุณค่าทางวิชาการในการนำเสนอกรอบสังเคราะห์ที่เชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมกับการประเมินและการกำหนดกลยุทธ์อย่างเป็นระบบ และมีคุณค่าเชิงปฏิบัติในฐานะกรอบคิดที่สามารถต่อยอดสู่การวิจัยเชิงประจักษ์และการพัฒนากลยุทธ์ของชุมชนท่องเที่ยวต่อไป</p> สุดารัตน์ หนองหารพิทักษ์ กิตติกวินท์ เอี่ยมวิริยาวัฒน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-04 2026-03-04 10 1 1 17 ผลกระทบของความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานบัญชีที่มีต่อประสิทธิภาพการทำบัญชีของนักบัญชีสำนักงานบัญชีในประเทศไทย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/281055 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานบัญชี ประสิทธิภาพการ ทำบัญชี และทดสอบผลกระทบความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานที่มีต่อประสิทธิภาพการทำบัญชีของนักบัญชีสำนักงานบัญชีในประเทศไทย โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักบัญชีสำนักงานบัญชีในประเทศไทย จำนวน 175 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์พหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ จากการทดสอบผลกระทบ พบว่า 1) ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานบัญชี ด้านจรรยาบรรณทางวิชาชีพ มีผลกระทบเชิงบวกกับประสิทธิภาพการทำบัญชีโดยรวม (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation" /> = 0.399, p &lt; 0.01) 2) ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานบัญชี ด้านประสบการณ์วิชาชีพ มีผลกระทบเชิงบวกกับประสิทธิภาพการทำบัญชีโดยรวม (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation" /> = 0.265, p &lt; 0.01) และ 3) ความเชี่ยวชาญในการปฏิบัติงานบัญชี ด้านทักษะในการปฏิบัติงาน มีผลกระทบเชิงบวกกับประสิทธิภาพการทำบัญชีโดยรวม (<img id="output" src="https://latex.codecogs.com/svg.image?\beta&amp;space;" alt="equation" /> = 0.133, p &lt; 0.05) โดยตัวแปรทั้งหมดมีประสิทธิภาพในการพยากรณ์ร้อยละ 43.10 (R<sup>2</sup> = 0.431) ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิจัยนี้สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลในการวางแผน ปรับปรุง และพัฒนากระบวนการทำงานของนักบัญชีให้มีความเชี่ยวชาญและนำไปสู่การมีผลลัพธ์การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป</p> บุญช่วง ศรีธรราษฎร์ สุพร ชากรม ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-04 2026-03-04 10 1 18 31 สมรรถนะการปฏิบัติงานส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ช่วยพนักงานราชทัณฑ์ในประเทศไทย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/283265 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสมรรถนะการปฏิบัติงานของผู้ช่วยพนักงานราชทัณฑ์ 2) ศึกษาประสิทธิภาพการดำเนินงาน 3) ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะกับประสิทธิภาพ และ 4) ศึกษาผลกระทบของสมรรถนะต่อประสิทธิภาพ ใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากพนักงานราชการตำแหน่งผู้ช่วยพนักงานราชทัณฑ์ในประเทศไทย จำนวน 307 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์พหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ผู้ช่วยพนักงานราชทัณฑ์มีความคิดเห็นต่อสมรรถนะการปฏิบัติงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก ได้แก่ ด้านการยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม การทำงานเป็นทีม การบริการที่ดี การมุ่งผลสัมฤทธิ์ และการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ ส่วนความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ผู้ช่วยพนักงานราชทัณฑ์มีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อโดยเรียงลำดับจากค่าเฉลี่ยมากไปหาน้อย คือ การคำนึงถึงคุณภาพของงานที่ได้รับมอบหมาย มีความกระตือรือร้นและมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อให้งานสำเร็จตามเป้าหมาย และมีการปรับปรุงการทำงานเพื่อให้ได้ปริมาณงานตามเป้าหมายที่องค์กรกำหนดอยู่เสมอ</p> <p>จากการศึกษา พบว่า สมรรถนะการปฏิบัติงานส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ช่วยพนักงานราชทัณฑ์ในประเทศไทย กล่าวคือ สมรรถนะการปฏิบัติงานมีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการดำเนินงานของผู้ช่วยพนักงานราชทัณฑ์ในประเทศไทย ทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบริการที่ดี การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงาน ด้านการายึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม การทำงานเป็นทีม และมีผลกระทบเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ สมรรถนะด้านการทำงานเป็นทีม การมุ่งผลสัมฤทธิ์ และการสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ โดยสามารถสร้างสมการถดถอยได้ว่า</p> <p>OPC = 0.269+0.411 (TEAM)+0.333 (ACH) +0.189 (XPE)</p> แดนไทย อุตโพธิ์ เสาวลักษณ์ จิตติมงคล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-04 2026-03-04 10 1 32 49 Audience Perceptions and Engagement with Micro Drama: A Qualitative Case Study in Bangkok, Thailand https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/283569 <p>As short-form, mobile-first narratives continue to grow in popularity, particularly on platforms such as TikTok, Facebook Reels, and YouTube Shorts, understanding audience experiences becomes essential for grasping broader shifts in digital media consumption. This qualitative study aims to explore how audiences in Bangkok, Thailand, perceive and engage with micro drama content within contemporary digital media environments. Using a qualitative case study approach, in-depth interviews were conducted with twelve participants who regularly watched micro dramas. Thematic analysis was performed to analyze the interview data. The findings revealed five key dimensions of audience engagement: emotional resonance, convenience and integration into daily routines, algorithmically driven exposure, interactive participation, and appreciation of visual and narrative techniques. These insights demonstrate that micro dramas are not only compelling due to their condensed storytelling but also because they align with fast-paced urban lifestyles and platform-driven viewing patterns. The study contributes to emerging literature on short-form digital narratives by situating audience behaviors within local sociocultural contexts and offers implications for policymakers, content creators, and future researchers seeking to understand the evolving dynamics of digital storytelling.</p> Jeerawat Pornsuppayakul Yarnaphat Shaengchart Nalinpat Bhumpenpein Kanchana Viriyapant ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-03-04 2026-03-04 10 1 50 60