https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/issue/feed วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 2024-01-02T00:00:00+07:00 รองศาสตราจารย์ ดร.ปรีชา ปาโนรัมย์ pronprun.sk@bru.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์<br /></strong> วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เป็นวารสารวิชาการที่มีการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการและผลงานวิจัยครอบคลุมศาสตร์ต่างๆ ทางสังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ ได้แก่ เศรษฐศาสตร์ บัญชี บริหารธุรกิจ การจัดการ บริหารทรัพยากรมนุษย์ การเงินการธนาคาร การตลาด คอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรม สื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ รัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และสาขาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับสหวิทยาการจัดการ โดยครอบคลุมสาขาวิชาหลัก (Main subject category) และสาขาวิชาย่อย (Subject areas) ตามขอบเขตของวารสารฯ ดังนี้<br /> สาขาวิชาหลัก: Social Sciences<br /> สาขาวิชาย่อย: 1. Business, Management and Accounting <br /> 1.1 General Business, Management and Accounting<br /> 1.2 Management Information Systems <br /> 1.3 Marketing<br /> 1.4 Organizational Behavior and Human Resource Management<br /> 1.5 Tourism, Leisure and Hospitality Management<br /> สาขาวิชาย่อย: 2. Economics, Econometrics, and Finance<br /> 2.1 General Economics, Econometrics, and Finance<br /> สาขาวิชาย่อย: 3. Social Sciences<br /> 3.1 General Social Sciences<br /> 3.2 Education<br /> 3.3 Law<br /> 3.4 Linguistics and Language<br /> 3.5 Sociology and Political Science<br /> 3.6 Communication<br /> 3.7 Public Administration<br /> ทั้งนี้สามารถนำเสนอได้ในรูปแบบดังนี้<br /> 1. บทความประสบการณ์ และบทความเรียบเรียง<br /> 2. บทความวิจัย เป็น Concept paper หรือ ผลงานวิจัยที่ทำเสร็จสมบูรณ์<br /> 3. ผู้นำเสนอบทความเป็นบุคลากรของสถาบันอุดมศึกษาและบุคคลทั่วไปที่สนใจ</p> <p><strong>การประเมินบทความ</strong><br /> แต่ละบทความจะถูกประเมินโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (Peer Review) จากหลากหลายสถาบันอย่างน้อย 3 คน โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แต่งจะไม่ทราบชื่อซึ่งกันและกัน (Double Blinded) </p> <p><strong><em>Time to first decision: 2 Week</em></strong><br /><strong><em>Review time: 6-8 Week<br /></em></strong><strong><em>Acceptance to publication: 4-26 Week</em></strong></p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์เผยแพร่</strong><br />การตีพิมพ์วารสารฯ จะมีการตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ คือ<br /> 1. ฉบับที่ 1 มกราคม – มิถุนายน<br /> 2. ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม</p> <p>-------------------------------------------------------------------------------------------------<strong><br /></strong><strong>วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์</strong><br />ISSN 2651-124X (Print) <br />ISSN 2985-0444 (Online)<br /><strong>จำนวนฉบับ</strong> : ปีละ 2 ฉบับ (มกราคม - มิถุนายน และ กรกฏาคม - ธันวาคม)<br /><strong>ภาษา</strong> : ไทย,อังกฤษ<br /><strong>ค่าใช้จ่ายในการตีพิมพ์</strong> : จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับบทความที่ได้รับการเผยแพร่ในปีที่ 8 ฉบับที่ 1 (2567) เป็นต้นไปในอัตราดังนี้<br /> - บุคคลภายนอกเก็บค่าธรรมเนียมบทความละ 3,500 บาท (อาจารย์/นักวิจัย/นักวิชาการ/นักศึกษา ของสถาบันอื่น)<br /> - บุคคลภายในเก็บค่าธรรมเนียมบทความละ 3,000 บาท (อาจารย์/นักวิจัย/นักวิชาการ/นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์)<br /> - กรณีบุคคลภายในที่มีชื่อเป็นผู้ร่วมผลงานกับบุคคลภายนอก ให้ชำระค่าธรรมเนียมบทความในอัตราเดียวกับบุคคลภายนอก บทความละ 3,500 บาท</p> https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/263529 การศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมภายในทางการตลาดที่มีผลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของวิสาหกิจชุมชน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ 2023-06-14T14:25:09+07:00 อาทิตยา ลาวงศ์ atitaya.la@bru.ac.th อรรถกร จัตุกูล atitaya.la@bru.ac.th เอกพล แสงศรี atitaya.la@bru.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ทำการศึกษาผลกระทบของสภาพแวดล้อมภายในทางการตลาดที่มีผลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน เพื่อศึกษาแนวทางการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของวิสาหกิจชุมชน และเพื่อนำผลการจัดโครงการบริการชุมชนในการสร้างอาชีพให้กับคนในชุมชน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างกลุ่มวิสาหกิจชุมชน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 150 ราย รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์สถิติเชิงปริมาณ ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มวิสาหกิจส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 30-40 ปี ระดับประถมศึกษา ระยะเวลาในการดำเนินกิจการ 3-5 ปี อาชีพเกษตรกร และรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 10,000 บาท เมื่อพิจารณาสภาพแวดล้อมภายในทางการตลาด พบว่า ด้านราคา ด้านผลิตภัณฑ์ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และ ด้านการส่งเสริมการตลาด โดยรวมอยู่ในระดับมาก และผลการศึกษาเกี่ยวกับการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน พบว่า ด้านคุณภาพของการให้บริการ ด้านระยะเวลาที่ให้บริการ และด้านผู้นำทางต้นทุน โดยรวมในระดับมาก</p> 2024-01-02T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/265597 การพัฒนารูปแบบส่วนประสมทางการตลาดของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านบุญเกิด อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง 2023-09-22T14:00:48+07:00 คัจฉนันท์ เลิศพงษ์ศิลป์ kaschanan1972@gmail.com รพีพรรณ โสภากุล kaschanan1972@gmail.com <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด อันได้แก่ ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านราคา ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยด้านบุคลากรหรือพนักงาน ปัจจัยด้านกระบวนการ และปัจจัยด้านลักษณะทางกายภาพ ที่มีต่อการตัดสินใจของลูกค้าในการซื้อผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชน และเพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการประมวลผล การวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้ในการพัฒนารูปแบบส่วนประสมทางการตลาดของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านบุญเกิด อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านบุญเกิด อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง จำนวน 410 ตัวอย่าง และเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม ใช้สถิติเชิงพรรณนา การแจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติอนุมาน โดยการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณพบว่า ปัจจัยด้านผลิตภัณฑ์ ปัจจัยด้านราคา ปัจจัยด้านช่องทางการจัดจำหน่าย ปัจจัยด้านการส่งเสริมการตลาด ปัจจัยด้านบุคลากรหรือพนักงาน ปัจจัยด้านกระบวนการ และปัจจัยด้านลักษณะทางกายภาพ มีผลต่อการตัดสินใจของลูกค้าในการซื้อผลิตภัณฑ์จากวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสมุนไพรบ้านบุญเกิด อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> 2024-01-02T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2024 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/265678 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดของอาหารเพื่อสุขภาพผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ: กรณีศึกษาชุมชนบ้านหัวเสือ ลำปาง 2023-09-26T23:43:23+07:00 พงศ์วัชร ฟองกันทา pongwat@lpru.ac.th ฟิสิกส์ ฌอณ บัวกนก Pongwat@lpru.ac.th สุวรรณี เครือพึ่ง Pongwat@lpru.ac.th ธิดารัตน์ ผมงาม Pongwat@lpru.ac.th <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านหัวเสือสู่ตลาดของอาหารเพื่อสุขภาพผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ และ 2) เพื่อประเมินผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านหัวเสือสู่ตลาดของอาหารเพื่อสุขภาพ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ คนในชุมชนบ้านหัวเสือ จำนวน 60 คน และผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จำนวน 54 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วยกิจกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวแคบแบบมีส่วนร่วมผ่านกระบวนการคิดเชิงออกแบบ แบบสนนทนากลุ่มและแบบประเมินความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงบรรยาย ได้แก่ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อสุขภาพ ได้ผลิตภัณฑ์ข้าวแคบควินัวสมุนไพรที่มีขนาดพอเหมาะและง่ายต่อการรับประทาน มีส่วนประกอบของธัญพืชควินัวและน้ำสมุนไพรใบเตยที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ พร้อมบรรจุภัณฑ์สำหรับข้าวแคบที่มีลักษณะที่แข็งแรง สวยงาม ไม่ส่งผลทำให้ข้าวแคบเกิดความเสียหาย และมีความพึงพอใจผลิตภัณฑ์ข้าวแคบควินัวสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ชุมชนบ้านหัวเสืออยู่ในระดับมาก</p> 2024-01-08T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2024 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/266739 การพัฒนาระบบบัญชีกลุ่มอาชีพแปรรูปถั่วลิสงบ้านป่าน ตำบลดงสิงห์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด 2023-11-21T10:48:44+07:00 ดวงเดือน เภตรา dphatra@hotmail.com รักษดาวัลย์ ศิริตาคำ dphatra@hotmail.com <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระบบบัญชีของกลุ่มอาชีพแปรรูปถั่วลิสงบ้านป่าน 2) พัฒนาระบบบัญชีของกลุ่มอาชีพแปรรูปถั่วลิสงบ้านป่าน 3) ศึกษาผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาระบบบัญชีของกลุ่มอาชีพแปรรูปถั่วลิสงบ้านป่าน ประชากรคือสมาชิกกลุ่มอาชีพแปรรูปถั่วลิสง บ้านป่าน จำนวน 28 คน ใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วมและใช้เครื่องมือวิจัยแบบผสานวิธี ผลการวิจัย พบว่า 1) ระบบบัญชีของกลุ่มอาชีพแปรรูปถั่วลิสงบ้านป่านมีการทำบัญชีแบบง่ายไม่เป็นไปตามมาตรฐานของระบบบัญชี 2) มีการพัฒนาระบบบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานแบ่งเป็น 5 ระบบคือ 1) ระบบบัญชีเงินสดย่อย 2) ระบบการซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการผลิตเป็นเงินสด 3) ระบบการรับเงินจากการขายสินค้าเป็นเงินสด 4) ระบบการรับเงินสนับสนุนจากหน่วยงานสนับสนุน และ 5) ระบบบัญชีต้นทุนการผลิตสินค้า และ 3) ผลการประเมินผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาระบบบัญชีกลุ่มอาชีพแปรรูปถั่วลิสงบ้านป่าน พบว่า หลังการพัฒนามีมาตรฐานการบัญชีสูงขึ้นทุกด้านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีระดับการดำเนินงานหลังการพัฒนาระบบบัญชีอยู่ในระดับมากที่สุดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.68</p> 2024-01-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2024 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/264949 แนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในจังหวัดขอนแก่น เพื่อสนับสนุนการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 2023-08-21T12:41:39+07:00 วนิดา อ่อนละมัย wanida.on@spu.ac.th พิรพิมพ์ ทั่งพรม pirapim.pt@gmail.com กาญณัฐ ศรีมณี karnyanut.sr@spu.ac.th <p>บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ความสามารถในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จังหวัดขอนแก่น และเสนอแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในจังหวัดขอนแก่นเพื่อสนับสนุนการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ใช้วิธีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการเก็บข้อมูลทุติยภูมิจากการศึกษาจากแนวคิด ทฤษฎี และเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลปฐมภูมิ จากการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 30 ท่าน ผลการศึกษาพบว่า จังหวัดขอนแก่นมีศักยภาพและขีดความสามารถในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน คือ เป็นเมืองเศรษฐกิจขนาด เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคทั้งยังมีความพร้อมของสถานพยาบาลทั้งรัฐบาลและเอกชน และองค์ความรู้ด้านการแพทย์ค่อนข้างสมบูรณ์แบบ รวมถึงมีชุมชนที่มีความโดดเด่นทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และที่สำคัญคือ โอกาสในการพัฒนาที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐทั้งงบประมาณสนับสนุนและการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยวและทางด้านสุขภาพ และแนวทางการพัฒนาคุณภาพการบริการเพื่อเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างยั่งยืน จังหวัดขอนแก่น 5 ด้าน ได้แก่ 1.ความเชื่อมั่นไว้วางใจได้ 2.ความเชื่อถือได้ 3.ความมีตัวตน 4.ความเอาใจใส่ และ 5.การตอบสนองทันที และสิ่งสำคัญที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนคือ การจัดการองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการบริการในทุกมิติ โดยสามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อเก็บรวบรวมและนำเสนอองค์ความรู้ด้านสุขภาพ</p> 2024-01-30T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2024 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/265682 ผลกระทบของพฤติกรรมการเรียนและกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาสาขาวิชาการบัญชี ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 2023-09-27T10:26:25+07:00 ผกามาศ บุตรสาลี pakamat.bs@bru.ac.th รัตนาภรณ์ บุญถม pakamat.bs@bru.ac.th เรณุกา นะรัยรัมย์ pakamat.bs@bru.ac.th ลดาวัลย์ กันรัมย์ pakamat.bs@bru.ac.th กฤษณา จีนโน pakamat.bs@bru.ac.th <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียน กระบวนการจัดการเรียนการสอน และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักศึกษาสาขาวิชาการบัญชี ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ 2) ทดสอบพฤติกรรมการเรียนที่ส่งผลต่อกระบวนการจัดการเรียนการสอน 3) ทดสอบพฤติกรรมการเรียนที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ 4) ทดสอบกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักศึกษาสาขาวิชาการบัญชี ชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ จำนวน 119 คน และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ และสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์สหพันธ์แบบพหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยแบบพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤติกรรมการเรียน ด้านเจตคติในการเรียน และด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์มีผลกระทบเชิงบวกกับกระบวนการจัดการเรียนการสอนโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 2) พฤติกรรมการเรียน ด้านเจตคติในการเรียน และด้านแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ มีผลกระทบเชิงบวกกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 3) กระบวนการจัดการเรียนการสอน ด้านการจัดการเรียนการสอน ด้านเทคนิคและวิธีการสอน และด้านการวางแผนและเตรียมการจัดการเรียนการสอน มีผลกระทบเชิงบวกกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> 2024-03-07T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2024 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/267237 กลยุทธ์ทางการตลาดของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กรณีศึกษากลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงแพะเนื้อ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง 2023-12-22T16:00:33+07:00 ณัฐพงษ์ ศรีใจวงศ์ mibcm86@gmail.com ภูดิส เหล็งพั้ง mibcm86@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากลยุทธ์ทางการตลาดของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กรณีศึกษา กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงแพะเนื้อ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ ลูกค้าที่ซื้อแพะเนื้อของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงแพะเนื้อ อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ผู้วิจัยได้ทำการสุ่มแบบง่าย จำนวน 100 คน เครื่องมือที่ใช้ดำเนินการวิจัยเป็นแบบสอบถาม โดยนำมาวิเคราะห์และใช้สถิติ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการถดถอยเชิงพหุ ผลการศึกษาพบว่า พฤติกรรมการเลือกซื้อแพะเนื้อ อยู่ในระดับมาก (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=4.11) โดยซื้อแพะเนื้อของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพราะเป็นแพะเนื้อที่มีคุณภาพ (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=4.76) ซื้อแพะเนื้อ ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพราะเป็นแพะเนื้อ ที่เลี้ยงโดยคนในชุมชน (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=4.67) และซื้อแพะเนื้อของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพราะเป็นแพะเนื้อที่มีแหล่งผลิตที่ชัดเจนและเชื่อถือได้ (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=4.57) ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดในการเลือกซื้อแพะเนื้อ อยู่ในระดับปานกลาง (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=3.45) โดยเรียงจากมากไปหาน้อย คือ ด้านผลิตภัณฑ์ (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=4.31) ด้านราคา (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=3.98) ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=2.91) และด้านการส่งเสริมทางการตลาด (<img title="x\bar{}" src="https://latex.codecogs.com/gif.latex?x\bar{}" />=2.60)</p> <p> ความสัมพันธ์ของพฤติกรรมการเลือกซื้อแพะเนื้อต่อปัจจัยส่วนประสมการตลาด มีความสัมพันธ์ทิศทางเดียวกัน ในด้านผลิตภัณฑ์ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ส่วนอิทธิพลของพฤติกรรมการเลือกซื้อแพะเนื้อส่งผลต่อปัจจัยส่วนประสมการตลาดในการเลือกซื้อแพะเนื้อ ในด้านผลิตภัณฑ์ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ยกเว้น ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และด้านการส่งเสริมทางการตลาด ที่ไม่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อแพะเนื้อ</p> 2024-03-08T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2024 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/264679 “E-doping” ในกีฬาอีสปอร์ต: มุมมองเชิงเปรียบเทียบของกีฬาร่วมสมัย 2023-08-06T19:44:09+07:00 ปีดิเทพ อยู่ยืนยง pedithep@gmail.com <p>การส่งเสริมการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ตที่เป็นธรรมเป็นหัวใจสำคัญของการวางกฎระเบียบว่าด้วยการต่อต้านวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้ได้เปรียบทางการกีฬาในกีฬาแบบดั่งเดิมและกีฬาอีสปอร์ต อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความเห็นไปในหลากหลายแนวทางด้วยกัน แต่กีฬาแบบดั่งเดิมและกีฬาอีสปอร์ตก็ยังมีบางประเด็นที่แตกต่างกันในการต่อต้านวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้ได้เปรียบทางการกีฬาและวิธีการส่งเสริมให้เป้าหมายของการแข่งขันกีฬาที่เป็นธรรมบรรลุผล วัตถุประสงค์ของบทความฉบับนี้มุ่งแสวงหาความสัมพันธ์ระหว่างการสนับสนุนการแข่งขันกีฬาที่เป็นธรรมและการต่อต้านวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้ได้เปรียบทางการกีฬาในบริบทของกีฬาอีสปอร์ต บทความฉบับนี้ทบทวนประเด็นคำถามสำคัญเกี่ยวกับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาในกีฬาสากลดั่งเดิมและการต่อต้านวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้ได้เปรียบทางการกีฬาในกีฬาอีสปอร์ต ผ่านมุมมองขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกและองค์กรบริหารปกครองกีฬาอีสปอร์ตด้วยการทบทวนข้อเปรียบเทียบ การสร้างมาตรฐาน การปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกันและการพัฒนาที่ก้าวหน้าของการวางกฎระเบียบเกี่ยวกับกีฬาอีสปอร์ต บทความฉบับนี้ยังมุ่งวิเคราะห์ลักษณะเด่นของการต่อต้านวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้ได้เปรียบทางการกีฬาในกีฬาอีสปอร์ตและหลักการสำคัญในการบังคับใช้การต่อต้านวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใดที่ทำให้ได้เปรียบทางการกีฬาในกีฬาอีสปอร์ต ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่าการสร้างมาตรฐานและการปรับปรุงกฎระเบียบให้สอดคล้องกันในกีฬาอีสปอร์ตควรได้รับการสนับสนุนส่งเสริมจากระบบกฎระเบียบต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาในกีฬาขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลกที่ดำรงอยู่อย่างเป็นอิสระ</p> 2024-01-02T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/journalfms-thaijo/article/view/264070 การควบคุมภายในเพื่อการวางแผนการจัดการความเสี่ยงของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) จังหวัดปทุมธานี 2023-07-05T18:13:31+07:00 ณฐรักษ์ ณ สงขลา Chanattee.m@gmail.com ชเนตตี พุ่มพฤกษ์ Chanattee.m@gmail.com จักรพันธ์ กิตตินรรัตน์ dr.jackky@hotmail.com <p>การควบคุมภายในเป็นกระบวนการปฏิบัติ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในการดำเนินงานของสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) โดยมีความเสี่ยงหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงในส่วนของปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก ส่งผลกระทบให้การดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้</p> <p>การควบคุมภายในจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติงานของบุคลากรตามนโยบายที่กำหนดไว้ ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์ให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันและวางแผนไปถึงอนาคต เพื่อให้บุคลากร มีการปฏิบัติงานในทิศทางเดียวกัน รวมถึงสร้างการรับรู้ให้บุคลากรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยงขององค์กร เพื่อที่จะทำให้การดำเนินงานขององค์กร บรรลุถึงเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด</p> 2024-01-02T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2023 วารสารสหวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์