วารสารศิลป์ พีระศรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa <p>วารสารวิชาการ โดยคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร&nbsp;</p> <p>วารสารศิลป์ พีระศรี รับตีพิมพ์งานวิชาการด้านทัศนศิลป์ทุกสาขา การออกแบบ ประวัติศาสตร์ศิลปะ ทฤษฎีศิลปะ วัฒนธรรม และมนุษย์ศาสตร์&nbsp; ในลักษณะบทความวิชาการ สรุปงานวิจัย บทวิจารณ์หนังสือ งานแปลบทความทางวิชาการ หรือผลงานรูปแบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง &nbsp;เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้คณาจารย์ นักวิชาการ นักศึกษา ศิลปินและผู้สนใจศิลปะทั่วไปได้แลกเปลี่ยนผลงานวิชาการในสาขาศิลปะและการสร้างสรรค์ทุกประเภท เพื่อเป็นการให้ข้อมูลและความรู้ทางศิลปะทั้งของนานาอารยประเทศและประเทศไทยในรูปบทความเชิงประวัติสาสตร์ศิลป์และบทวิจารณ์ศิลปะ และเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดและความรู้ระหว่างศิลปินและผู้รักและสนใจทางศิลปะ&nbsp;</p> th-TH warasansilpabhirasri@gmail.com (รองศาสตราจารย์ ดร. ชัยยศ อิษฏ์วรพันธ์) warasansilpabhirasri@gmail.com (วรีรัตน์ วันดี) Fri, 31 Dec 2021 00:00:00 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 การเล่าเรื่องราวผ่านงานสร้างสรรค์ด้วยการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี VR/AR https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/253218 <p>บทความวิชาการนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพการน าดิจิทัลเทคโนโลยีประเภทความเป็นจริง เสมือน (วีอาร์: VR) และโลกเสมือนผสานโลกจริง (เออาร์: AR) มาใช้ในการเล่าเรื่องราวผ่านผลงานศิลปะ ยกตัวอย่างกรณีศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และผลงานที่คัดเลือกมาจากศิลปินจ านวน 4 คน และ 1 กลุ่มศิลปิน ที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีประเภทความเป็นจริงเสมือนและโลกเสมือนผสานโลกจริง ได้แก่ ออร์ล็อง (Orlan) ลูกัซ อากีร์เร (Lucas Aguirre) โรซาลี ยู (Rosalie Yu) วลาดิมีร์ สตอร์ม (Vladimir Storm) และศิลปินกลุ่มพุซซี ไรอ็อท (Pussy Riot) ผลการศึกษาพบว่า 1] ศิลปินที่มีพื้นฐานทางศิลปกรรม รูปแบบดั้งเดิมสามารถใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนและโลกเสมือนผสานโลกจริงมาต่อยอดและ ขยายพื้นที่ในการสร้างสรรค์ให้กว้างไกลมากขึ้น 2] การน าดิจิทัลเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนและโลกเสมือน ผสานโลกจริงมาใช้ในการเล่าเรื่องราวผ่านผลงานศิลปะมีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นผ่านอุปกรณ์ที่รองรับ เทคโนโลยีและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3] ศิลปะที่สร้างด้วยดิจิทัลเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนและโลกเสมือน ผสานโลกจริง สามารถสื่อสารเรื่องราวและเข้าถึงผู้คนทั้งในเชิงปริมาณและในแง่มุมทางจิตวิทยา กล่าวคือ โลก เสมือนที่ดูเป็นเพียง “ของเล่นใหม่” ทางดิจิทัลเทคโนโลยี จะไม่ได้จ ากัดอยู่แค่ในอุตสาหกรรมวิศวกรรม คอมพิวเตอร์หรือแค่เกมคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่จะกลายมาเป็นหนึ่งในเครื่องมือสร้างสรรค์ของศิลปินรุ่นใหม่ เป็นอีกทักษะที่จะบรรจุในการเรียนการสอนศิลปะ อีกทั้งเป็นช่องทางในการเสพงานศิลปะของผู้ชมทั่วไป ซึ่งจะ ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและก้าวกระโดด และเป็นที่แพร่หลายในอนาคต</p> ซูฟีย์ ยามา Copyright (c) 2021 วารสารศิลป์ พีระศรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/253218 Thu, 30 Dec 2021 00:00:00 +0700 ร่องรอยของคนที่อยู่บนวัตถุและพื้นที่ทางศิลปะ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/252550 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาผลงานศิลปะร่วมสมัยที่เน้นความสำคัญเรื่องร่องรอยของคนที่ปรากฏบนวัตถุและพื้นที่ ด้วยวิธีศึกษาจากกระบวนการสร้างสรรค์ของศิลปินจำนวน 4 คน รวม 5 ผลงาน ภายใต้ขอบเขตเรื่องแนวความคิด การปฏิบัติเชิงสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมและการใช้สื่อนำเสนอที่ทำให้เกิดความสะเทือนใจ กระทบอารมณ์ความรู้สึก การขบคิดทั้งในลักษณะการคิดแบบย้อนกลับไปสู่ต้นกำเนิดของงานแต่ละชิ้นและการคิดแบบสร้างความหมายใหม่ &nbsp;ผลการศึกษาพบว่า ปรากฏการณ์ที่แสดงตนชั่วคราวของศิลปะ นำไปสู่การตีความตามปัจจัยอันแตกต่าง ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ ซึ่งนำไปสู่ความน่าสนใจและเปิดใจรับรู้ที่สัมผัสถึงคุณค่าและความหมายเป็นภาษาเรียบง่าย ตรงไปตรงมาที่เข้าถึงกลุ่มชนให้ขยายความคิดต่อได้อย่างไม่สิ้นสุด ปรากฏการณ์ทางศิลปะที่ศิลปินสร้างกับผู้ชมเข้าร่วมสร้างและ/หรือสลายกายภาพเดิมของผลงาน ใน 2 ลักษณะ คือ 1. การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะแฝงเร้น ในผลงาน&nbsp; Sunflower Seed, ผลงาน Fairytale ของอ้าย เวย เว่ย และผลงาน Untitled 2020 (Infinite Attempts Never Concluded) ของฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ที่แสดงสภาวะสึกกร่อนของวัตถุทางศิลปะในการดำเนินไปอย่างเชื่องช้าจากการเปรียบเทียบทางกายภาพก่อนและหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมทางศิลปะ&nbsp; &nbsp;&nbsp;2. การเปลี่ยนแปลงที่แสดงออกอย่างชัดเจน ในผลงาน Classroom ของลีอันโดร เออร์ลิช และผลงาน the Great Adventure of the Material World ของลู่ หยาง ด้วยการใช้สื่อในลักษณะไม่คงทนหรือถาวรที่สร้างกระบวนการแปรสภาพปรากฏชัดเจนและสามารถคงรูปเดิมแก่สายตาของผู้ชมเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น</p> จุรีพร เพชรกิ่ง Copyright (c) 2021 วารสารศิลป์ พีระศรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/252550 Thu, 30 Dec 2021 00:00:00 +0700 แนวคิดดิสโทเปียผ่านการจัดวางภาพ (มิส-ซ็อง-แซน) ในภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ เรื่อง The Handmaid’s Tale https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/251622 <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ การจัดวางภาพ (mise-en-scene) โดยใช้เกณฑ์การวิเคราะห์เพื่อสื่อความหมาย ดังต่อไปนี้ 1) องค์ประกอบภาพ 2) แสง และ ความมืด 3) ขนาดภาพ 4) มุมกล้อง 5) สี <br>6) การจัดวางตัวละคร และระยะความสัมพันธ์ระหว่างตัวละคร 7) เครื่องแต่งกาย และการแต่งหน้า 8) ฉาก สถานที่ องค์ประกอบในฉาก และสัญลักษณ์ โดยการวิเคราะห์ภาพแต่ละภาพนั้นไม่จำเป็นต้องอัดแน่นไปด้วยข้อมูลที่ครบถ้วนทั้งหมด เน้นศึกษาเพียงใจความสำคัญของภาพ ที่สื่อสารถึงแนวคิด “ดิสโทเปีย” ผ่านภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์แนวดิสโทเปีย เรื่อง The Handmaid's Tale ซีซั่นที่ 1-3 โดยใช้วิธีการศึกษาจากที่มาของแนวคิดดิสโทเปีย จากนั้นทำการวิเคราะห์การจัดวางภาพ ในภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ <br>The Handmaid's Tale โดยผลการศึกษาพบว่า ซีรีย์ทั้งสามซีซั่น ได้แสดงออกถึงแนวคิดดิสโทเปียผ่านการจัดวางภาพได้สองรูปแบบ รูปแบบแรกภาพสอดคล้องกับเนื้อหาแบบตรงไปตรงมา คือการนำเสนอว่าดิสโทเปียเกิดขึ้นได้อย่างไร ส่วนรูปแบบที่สองภาพไม่ได้สื่อความหมายตรงตามภาพ แต่นำเสนอความหมายตรงกันข้ามเพื่อต่อต้าน และวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดแบบยูโทเปีย</p> จารุวรรณ นำพา Copyright (c) 2021 วารสารศิลป์ พีระศรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/251622 Thu, 30 Dec 2021 00:00:00 +0700 ผลงาน When Adam Delved and Eve Span who was then the Gentleman ของ นที อุตฤทธิ์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/251573 <p>บทความนี้มุ่งนำเสนอเนื้อหาและความหมายที่ปรากฏในผลงาน <em>When Adam Delved and Eve Span who was then the Gentleman</em><em>? ของนที อุตฤทธิ์</em> <br>เนื่องจากผลงานชิ้นนี้มีความแตกต่างจากจิตรกรรมประเภทภาพประดับแท่นบูชา (Altarpiece) อยู่หลายประการ เช่น บริบทการสร้างผลงาน เรื่องราวในภาพ<br>ไม่เกี่ยวข้องกับคริสต์ศาสนาโดยตรง การใช้สัญลักษณ์คริสต์ศิลป์มาสื่อความหมายร่วมกับการหยิบยืมผลงานศิลปะ (Appropriation Art) ซึ่งสัญลักษณ์หลายอย่างในผลงานต้องอาศัยการตีความโดยการเชื่อมโยงกัน<br>และกัน&nbsp; จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ปรากฏในผลงานชิ้นนี้ ว่าสัญลักษณ์ทั้งหลายนั้นมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อย่างไร เพื่อเป็นประโยชน์แก่การตีความของผู้ชมที่มีความหลากหลายทางความเชื่อและวัฒนธรรม โดยศึกษาและวิเคราะห์จากแหล่งข้อมูลทางประวัติศาสตร์สังคม การเมืองและข้อมูลทางประวัติศาสตร์ศิลปะ ร่วมกับพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ ผลการศึกษาพบว่า ผลงาน <em>When Adam Delved and Eve Span who was then the Gentleman</em>? มีเนื้อหาอ้างอิงไปถึง 2 เหตุการณ์ ได้แก่ เหตุการณ์การปฏิวัติชาวนาในประเทศอังกฤษ ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 14 และเหตุการณ์การแสวงหาอาณานิคมของชาติตะวันตกช่วงคริสต์ศตวรรษ 16-18 โดยนำเสนอประเด็นความไม่เท่าเทียมกันของผู้คนในสังคม</p> รุ่งโรจน์ อริยะสัจจ์ Copyright (c) 2021 วารสารศิลป์ พีระศรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/251573 Thu, 30 Dec 2021 00:00:00 +0700 แนวทางพัฒนาชุดกิจกรรมเรียนรู้การประดิษฐ์โคมมะเต้า “Khom Craft” สำหรับศูนย์การเรียนรู้บ้านโคมคำ จังหวัดน่าน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/251198 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดกิจกรรมเรียนรู้การประดิษฐ์โคมมะเต้าสำหรับนักท่องเที่ยวและส่งเสริมกิจกรรมเรียนรู้การประดิษฐ์โคมมะเต้าของศูนย์การเรียนรู้บ้านโคมคำ ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยศึกษาในประเด็นเกี่ยวกับประวัติความเป็นมา รูปแบบ และวิธีการประดิษฐ์โคมมะเต้าของจังหวัดน่าน กลุ่มเป้าหมาย คือ นักท่องเที่ยวทั่วไปที่ชื่นชอบการทำงานประดิษฐ์และงานหัตถกรรม เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกตกิจกรรม แบบประเมินกิจกรรม</p> <p>ผลการพัฒนาชุดกิจกรรมเรียนรู้การประดิษฐ์โคมมะเต้า ประกอบด้วย 1)ชุดกิจกรรม 2 รูปแบบ ได้แก่ กิจกรรมชุดหัดยะแป๋งโคม เป็นการปฏิบัติตั้งแต่ประกอบขึ้นโครงโคมมะเต้าและติดกระดาษตกแต่งโคมด้วยตนเอง และกิจกรรมชุดตกแต่งแป๋งโคม เป็นการปฏิบัติเฉพาะการติดกระดาษตกแต่งโคมซึ่งจะไม่ซับซ้อนและใช้เวลาน้อยกว่าชุดแรก2) องค์ประกอบชุดกิจกรรม ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์จากฝีมือของชาวบ้านในชุมชนและบริเวณใกล้เคียง ใบความรู้ ใบคู่มือการทำกิจกรรม และเว็บไซต์ของกิจกรรม ซึ่งมีให้เลือก 2 รูปแบบ คือ ชุดกิจกรรมแบบธรรมดาสำหรับการประดิษฐ์โคมมะเต้า 1 ใบ และชุดกิจกรรมคู่รักสำหรับประดิษฐ์โคมมะเต้า 2 ใบ ซึ่งมีสีสันและลวดลายเหมือนกันตามความเชื่อ 3) กระบวนการทำกิจกรรม ประกอบด้วยขั้นเรียนรู้ ขั้นปฏิบัติกิจกรรม และขั้นแชร์ผลงาน และ 4) แผนภาพกระบวนการออกแบบกิจกรรมจากศิลปะพื้นบ้านอธิบายกระบวนการออกแบบกิจกรรมที่สังเคราะห์ได้จากการพัฒนาชุดกิจกรรม ทั้งนี้จากการประเมินของผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ ชุดกิจกรรมนี้สามารถนำไปใช้ส่งเสริมกิจกรรมเรียนรู้การประดิษฐ์โคมมะเต้าของศูนย์การเรียนรู้บ้านโคมคำได้จริง</p> สุชาติ อิ่มสำราญ, สริตา เจือศรีกุล, ปทุมมา บำเพ็ญทาน Copyright (c) 2021 วารสารศิลป์ พีระศรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jfa/article/view/251198 Thu, 30 Dec 2021 00:00:00 +0700