The Needs Assessment for Working with the Standard of Mathematics Teachers in Basic Education Schools

Main Article Content

กฤษฎาพันธ์ พงษ์บริบูรณ์
พัชรี จันทร์เพ็ง
ไพศาล สุวรรณน้อย

Abstract

        The purposes of this research were to study the condition and assess the needs of teachers' organizing for learning according to the mathematics teacher standards. The sample consisted of 388 grade 10 mathematics teachers of the basic education level, from the population of 1,527 in the Northeast, obtained through multi-stage random sampling. The research employed the evaluation research methodology. The tools used in the research consisted of (1) a needs assessment form which was used for studying details of the actual practical level and the expected level of the mathematics teachers’ learning organizing; with a 5-point rating scale questionnaire containing 50 items using dual-response form, having the discrimination ranging from 0.51 to 0.83 and the Cronbach’s Alpha Coefficient of 0.95; (2) an interview form, (3) a record format for group discussion, and (4) a field record form. The analysis of data employed descriptive statistics, t-test independent was also used, and the analysis of the needs employed the modified priority needs index (PNImodified) technique.


           The results of the research were as follows:


               1) The condition of organizing for learning according to the mathematics teacher standards as a whole was at a moderate level ( gif.latex?\bar{x}= 3.21, S.D. = 0.08). When considered by aspect, it was found that the performance was at the moderate level in all aspects, with the aspect of planning of organizing for learning having a higher level of performance than the others ( gif.latex?\bar{x} = 3.47, S.D. = 0.20); the aspect of organizing learning activities came second (  gif.latex?\bar{x}= 3.23, S.D. = 0.12); and followed by the aspect of teachers ( gif.latex?\bar{x} = 3.07, S.D. = 0.15) and the aspect of learning measurement and evaluation ( gif.latex?\bar{x} = 2.98, S.D. = 0.17), respectively.


               2) The results of the assessment of the needs for organizing for learning according to the whole mathematics teacher standards revealed that the teachers’ needs, when the actual practical condition and the expected condition were compared, differed with statistically significance at the level of .01 (PNIModified = 0.39). When considered by aspect, it was found that the teachers’ needs were in the field of measurement and evaluation of learning most (PNIModified = 0.52), followed by the aspect of teachers (PNIModified = 0.44), the aspect of organizing learning activities (PNIModified = 0.36) and the aspect of planning of organizing for learning (PNIModified = 0.32) respectively.

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

Section
Research Article

References

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง 2560). กรุงเทพมหานคร โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ (ร.ส.พ.).
กฤษฎาพันธ์ พงษ์บริบูรณ์และพัชรี จันทร์เพ็ง. (2562). การประเมินความสอดคล้องระหว่างการจัดการเรียนรู้ ของครูกับมาตรฐานครูคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่
การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 25 ในจังหวัดขอนแก่น. ใน สุธาสินี บุญญาพิทักษ์ (บรรณาธิการ), เอกสาร ประกอบการประชุมสัมมนาวิชาการ การวัด ประเมินผลและวิจัยสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 27. (หน้า 31-44). สงขลา: อาร์ตเวิร์ค แอนด์ มีเดีย. (Proceeding)
ดรุณี จำปาทอง. (2560). การปรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน : ใครรับผิดชอบ. มติชน.[ออนไลน์]. ได้จาก : https://www.matichon.co.th/columnists/news. [สืบค้นเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2562].
ธีรชัย เนตรถนอมศักดิ์ และคณะ. (2554). โครงการสร้างและพัฒนาเครื่องมือประเมินเพื่อการเรียนรู้ และ พัฒนาทักษะครูด้านการประเมินเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนและการสอนของครูระดับการศึกษาขั้น พื้นฐานในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. [ม.ป.ท.: ม.ป.พ.].
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
ฝนทอง ทรัพย์เจริญวงศ์. (2555). ปัญหาแนวทางการพัฒนาการดำเนินการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง ของครูผู้สอนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต.
พิกุล เอกวรางกรู. (2550). การวิจัยและพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้แบบบูรณาการระดับ ประถมศึกษา. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาวิจัยการศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พัชรี จันทร์เพ็ง และ สำรวน ชินจันทึก. (2553). การพัฒนารูปแบบการพัฒนาครูคณิตศาสตร์ด้านการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ในชั้นเรียน ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วารสารการวิจัยสังคมศาสตร์ ประจำปี 2554, 1(6), 141 – 164.
พัชรี จันทร์เพ็ง. (2561). การประยุกต์ทฤษฎีการตอบสนองข้อสอบแบบพหุมิติเพื่อการวิจัย. ขอนแก่น: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. 347 หน้า. ISBN 978-616-438-195-7
เพ็ญศรี เตชะมหัทธนันท์. (2550). ความรู้ ความเข้าใจ เจตคติ และสภาพการประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพ จริงของครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาลพบุรี เขต 1. วิทยานิพนธ์ปริญญา ครุศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี.
เมตตา มาเวียง. (2556). การพัฒนารูปแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในชั้นเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์: พีระมิดการประเมินแบบรวมพลัง. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชา การวัดและประเมินผลการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
รุ่งนภา บุตราวงศ์. (2552). หลักสูตรอิงมาตรฐาน...การพัฒนาสู่คุณภาพ. วารสารวิชาการ. 12, (3), 57-61.
ศิริชัย กาญจนวาสี. (2550). ทฤษฎีการทดสอบแนวใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 3 (ฉบับปรับปรุงเพิ่มเติม). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงศึกษาธิการ. (2553). มาตรฐานครูคณิตศาสตร์. (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2553). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา.
. (2560). คู่มือการใช้หลักสูตร กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา.
สุวิมล ว่องวาณิช. (2558). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. (พิมพ์ครั้งที่ 3) กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2551). เอกสารประกอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 : แนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุม สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด.
Black, P. & William, D. (1998). Assessment and classroom learning. Assessment in Education, 5(1), 7-74.
Cochran, W.G. (1977). Sampling Techniques. 3rd ed. New York: John Wiley & Sons.
Gamoran, Nystrand, M, A., Kachur, R., & Pendergast, C. (1997). Opening dialogue : Understanding the dynamics of language and learning in the English classroom. New York: Teachers’ College Press.
Griffin, P., & Care, E. (2015). The ATC21S Method. [Online] Available : https://education. unimelb.edu.au/arc/projects/completed/2012/atc21s. Retrieved Nov 5, 2018.
Junpeng, P, Inprasitha, M., & Wilson, M. (2018). Modelling of the Open-ended Items for Assessing Multiple Proficiencies in Mathematical Problem Solving. The Turkish Online Journal of Educational Technology (TOJET), 17 (Special Issue).
Junpeng. P. (2012). The Development of Classroom Assessment System in Mathematics for Basic Education of Thailand. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 69(24 December), 1965-1972.
Marwiang, M., Junpeng, P., and Na Nakorn, N. (2014). The Development of a Model for Mathematics Classroom Assessment: Collaborative Assessment Pyramid, Procedia - Social and Behavioral Sciences, 143(14 August): 764–768.
Marwiang, M., Klaharn, J., Saree, L., and Junpeng, P. (2017). Assessing Students’ Mathematical Problem Solving Skill Through The Innovative Lesson Study And Open Approach. The Turkish Online Journal of Educational Technology (TOJET), 16(Special Issue): 385-395.
National Council of Teachers of Mathematics (NCTM). (2000). Principles and Standards. NCTM: Reston, VA.
OECD. (2016). PISA 2015 assessment and analytical framework: Science, reading, mathematics and financial literacy. Paris: OECD Publishing.
Partnership for 21st Century Skill. (2007). Framework for 21st Century Learning. [Online] Available: https://www.p21.org/about-us/p21-framework. Retrieved Nov 5, 2018.