JEDI : Journal of Environmental Design Innovation https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jed <p>JEDI : Journal of Environmental Design Innovation เป็นวารสารเพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ใหม่ๆในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยและการออกแบบสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อม ปัจจุบัน ได้รับการรับรองในฐาน TCI Tier 2 (2025 - 2029)</p> <p><strong>***ทางวารสารไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมในการตีพิมพ์***</strong></p> <p><strong><span class="Y2IQFc" lang="en">ISSN old number</span></strong></p> <div class="css-b0zbg6"> <p class="chakra-text css-k8j86g">ISSN: 2392-5477 (Print)</p> </div> <div class="css-b0zbg6"> <p class="chakra-text css-k8j86g">ISSN: 2351-0935 (Online)</p> </div> <p><strong><span class="Y2IQFc" lang="en">ISSN New number</span></strong></p> <p>ISSN 3088-179X (Online)</p> <p> </p> Faculty of Architecture, Chiang Mai University, Thailand th-TH JEDI : Journal of Environmental Design Innovation 3088-179X จังหวะเมืองที่ยังหลงเหลือกับการสร้างความรู้สึกของสถานที่: กรณีศึกษาตลาดใต้ จังหวัดพิษณุโลก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jed/article/view/274843 <p>บทความนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวความคิดทางเลือก ของการสร้างความรู้สึกของสถานที่ ที่มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์วิถีชีวิตและกิจกรรมมากกว่าการวิเคราะห์องค์ประกอบทางกายภาพตามแนวความคิดหลักของการออกแบบและการสร้างสภาพแวดล้อมเมือง โดยนำเสนอว่า หลักการสร้างความรู้สึกของสถานที่ที่หนึ่ง อาจจะไม่ได้อาศัยองค์ประกอบทางกายภาพที่โดดเด่น วัตถุสัญลักษณ์ หรือสภาพแวดล้อมที่ถูกจัดตั้งขึ้นโดยนักออกแบบเสมอไป แต่ความรู้สึกของสถานที่ อาจจะเกิดขึ้นโดยกิจกรรมเก่าแก่ในชีวิตประจำวันที่คงอยู่ในพื้นที่มานาน และถูกปฏิบัติสืบต่อกันผ่านรุ่นสู่รุ่น บทความนี้วิพากษ์คุณค่าและหน้าที่ของกิจกรรมเหล่านั้นผ่านแนวความคิด “จังหวะเมืองที่ยังหลงเหลือ” โดยศึกษาคุณค่าและหน้าที่ของกิจกรรมเหล่านั้นจากชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนที่อยู่ในเขตเมือง ผ่านสามวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การเดินสัมภาษณ์ การวิเคราะห์จังหวะ และการสัมภาษณ์โดยใช้รูปภาพ โดยผลของการวิจัย พบว่า จังหวะของเมืองที่ยังหลงเหลือมีความโดดเด่นด้านการสร้างสภาพแวดล้อมเมืองที่มีชีวิตและส่งต่อประวัติศาสตร์ที่หลากหลายของพื้นที่ คุณค่าเหล่านั้น ทำให้กลายเป็นภาพจำของพื้นที่ในการรับรู้และจดจำของผู้คนมากกว่าหมุดหมายทางกายภาพที่ถูกสร้างขึ้นวัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การเติมเต็มองค์ความรู้ด้านการออกแบบสภาพแวดล้อมเมืองที่เหมาะสมกับบริบทและประวัติศาสตร์ของเมืองไทยที่ความโดดเด่นเชื่อมโยงกับกิจกรรมชั่วคราวบนพื้นที่สาธารณะ</p> อณล ชัยมณี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-30 2025-12-30 12 2 2 30 การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมวัดผาลาด จังหวัดเชียงใหม่ ผ่านเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jed/article/view/275750 <p>การท่องเที่ยววิถีใหม่หลังจากการระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงวัฒธรรมมีการนำเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (Augmented Reality - AR) มาใช้เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถรับข้อมูลวัฒนธรรมผ่านภาพเคลื่อนไหว 3 มิติ ทำให้ข้อมูลมีความทันสมัย น่าดึงดูดและสร้างประสบการณ์ที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ พร้อมอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทย โดยงานวิจัยนี้ศึกษาการพัฒนาเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของวัดผาลาด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาฟิลเตอร์ เป็นเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมในแพลตฟอร์มอินสตาแกรม โดยนำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และสถาปัตยกรรมของวัดผาลาด โดยเน้นการออกแบบเนื้อหา 3 มิติ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสำรวจและได้รับความรู้ของสถานที่สำคัญภายในวัด ได้แก่ หอพระเจ้าริมน้ำตก บ่อน้ำทิพย์ วิหาร และเจดีย์ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนอนุรักษ์จากกรมศิลปากร และประเมินผลรูปแบบการใช้งานกลุ่มตัวอย่าง ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มนักท่องเที่ยววัยทำงาน ซึ่งเกิดระหว่างปี พ.ศ. 2523-2540 หรือที่เรียกว่ากลุ่มคนเจเนอเรชันวาย <br />มีความพึงพอใจในประสบการณ์การใช้ฟิลเตอร์ เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมอยู่ในระดับสูง โดยมีความ<br />พึงพอใจในด้านประสบการณ์ผู้ใช้งาน และระบบการใช้งานทั้งสองรวมเฉลี่ย 4.19 จากคะแนนเต็ม 5 รวมถึง ผลการเรียนรู้ก่อน และหลังใช้งานฟิลเตอร์ พบว่า ผู้ใช้งานมีความรู้ในข้อมูลสถาปัตยกรรมภายในวัดผาลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 นอกจากนี้ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่าประสบการณ์การใช้งาน มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับความชื่นชอบฟิลเตอร์ด้านแอนิเมชันในพื้นที่วิหาร และหอพระเจ้าริมน้ำตก นอกจากนี้ความชัดเจนของข้อความในระบบการใช้งาน มีความสัมพันธ์กับแอนิเมชันเช่นกัน สรุปได้ว่าเทคโนโลยีความเป็นจริงเสริมหรือฟิลเตอร์มีศักยภาพ ในการเสริมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยว<br />เชิงวัฒนธรรม รวมถึงสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการสอดแทรกความรู้เชิงวัฒนธรรมของสถานที่ท่องเที่ยว<br />วัดผาลาด</p> ภพพสิษฐ์ สิงห์ศรี องุ่นทิพย์ ศรีสุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-30 2025-12-30 12 2 31 47 อิทธิพลของการทับซ้อนของฟิล์มโพลาไรซ์และขนาดของหน้าต่างทรงกลมต่อปริมาณแสงธรรมชาติในร้านคาเฟ่ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jed/article/view/282759 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาอิทธิพลของการทับซ้อนของฟิล์มโพลาไรซ์ สำหรับหน้าต่างทรงกลมต่อปริมาณแสงธรรมชาติของคาเฟ่ 2) ศึกษาอิทธิพลของขนาดหน้าต่าง สำหรับหน้าต่าง<br />ทรงกลมต่อปริมาณแสงธรรมชาติของคาเฟ่ การทดสอบโดยใช้แบบจำลองคาเฟ่ Size M ร่วมกับหน้าต่างทรงกลมขนาด 0.80 เมตร และ 1.20 เมตร ทำการทดสอบในช่วง Summer Equinox เวลา 9.00 น.-17.00 น. โดยหันหน้าต่างไปทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ผลการศึกษาอิทธิพลของการทับซ้อนของฟิล์มโพลาไรซ์พบว่า กรณีหน้าต่างหันไปทางทิศเหนือ คาเฟ่ควรมีหน้าต่างทรงกลมขนาด 0.80 เมตร การทับซ้อนของฟิล์มโพลาไรซ์ ในรูปแบบ 30° กรณีหน้าต่างหันไปทางทิศใต้ คาเฟ่ควรมีหน้าต่างทรงกลมขนาด 1.20 เมตร การทับซ้อนของฟิล์มโพลาไรซ์ในรูปแบบ 60° กรณีหน้าต่างหันไปทางทิศตะวันออก คาเฟ่ควรมีหน้าต่างทรงกลมขนาด 1.20 เมตร การทับซ้อนของฟิล์มโพลาไรซ์ในรูปแบบ 60° และกรณีหน้าต่างหันไปทางทิศตะวันตก คาเฟ่ควรมีหน้าต่างทรงกลมขนาด 1.20 เมตร การทับซ้อนของฟิล์มโพลาไรซ์ในรูปแบบ 60° เนื่องจากก่อให้เกิดค่าความส่องสว่างเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (300-500 lux) และมีค่าความส่องสว่างเฉลี่ยสูงที่สุด</p> กรรณิกา สุนิกุล นวลวรรณ ทวยเจริญ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-30 2025-12-30 12 2 48 66 ความท้าทายในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ: กรณีศึกษาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตราด https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jed/article/view/281390 <p>บทความวิจัยนี้วิเคราะห์ความท้าทายในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตราด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชี้ให้เห็นถึงความยากลำบากของนโยบายที่เกิดจากนโยบายสาธารณะที่เป็นปัจจัยสาเหตุหลัก การศึกษานี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพในรูปแบบกรณีศึกษาเชิงลึก โดยรวบรวมข้อมูลผ่านการวิจัยเอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 10 ท่าน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จาก <br />4 กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการผังเมือง ผู้ประกอบการและนักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ นำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์ทั้งหมดถอดความเป็นลายลักษณ์อักษรและนำมาวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ร่วมกับการวิเคราะห์จำแนกชนิดข้อมูล (Typological Analysis) และการวิเคราะห์คำหลัก (Domain Analysis) เพื่อนำประเด็นสำคัญมาจัดกลุ่มความคิดเห็น และระบุแบบแผนของปัญหาที่เกิดขึ้นจากมุมมองที่แตกต่างกันของกลุ่มตัวอย่าง ผลการศึกษาพบว่าแม้พื้นที่จะมีศักยภาพทางภูมิรัฐศาสตร์สูงในฐานะจุดเชื่อมต่อบนแนวระเบียงเศรษฐกิจชายฝั่งทะเลตอนใต้ (Southern Coastal Economic Corridor - SCEC) แต่ความล่าช้าในการประกาศบังคับใช้ผังเมืองรวมเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่ยาวนานได้สร้างสภาวะ "สุญญากาศเชิงนโยบาย" ขึ้น ซึ่งหยุดยั้งการลงทุนทุกระดับและลดทอนความเชื่อมั่นของทุกภาคส่วน ภาวะหยุดนิ่งดังกล่าวยังส่งผลกระทบทางสังคม โดยเปลี่ยนความคาดหวังด้านการจ้างงานของชุมชนจากการพัฒนาพื้นที่อย่างก้าวกระโดดเป็นความผิดหวัง และทำให้ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมถูกลดทอนความสำคัญลงเมื่อเทียบกับความอยู่รอดทางเศรษฐกิจในระยะสั้น บทวิเคราะห์นี้ชี้ให้เห็นว่ากรณีศึกษาตราดเป็นภาพสะท้อนของความท้าทายเชิงโครงสร้างในกระบวนการนโยบายสาธารณะของไทยซึ่งเกิดจากความไม่เชื่อมโยงกันระหว่างนโยบายระดับชาติที่มุ่งเน้นการเติบโต กับกระบวนการวางผังเมืองในระดับท้องถิ่นที่ซับซ้อนและขาดการขับเคลื่อน</p> ณัฐทวี สีสัยสง วิจิตรบุษบา มารมย์ กฤตพร ห้าวเจริญ พรสันต์ เลี้ยงบุญเลิศชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-30 2025-12-30 12 2 67 94 โครงสร้างพื้นฐานเมืองเพื่อรองรับการจัดกีฬามอเตอร์สปอร์ต: ศักยภาพ ปัญหา และข้อจำกัดของเทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jed/article/view/282850 <p>การท่องเที่ยวเชิงกีฬาเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างภาพลักษณ์ของเมืองท่องเที่ยว งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตกับโครงสร้างพื้นฐานของเมือง โดยใช้กรณีศึกษาการจัดการแข่งขัน บางแสน ไทยแลนด์ สปีด เฟสติวัล หรือ บางแสน กรังด์ปรีซ์ ณ เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นการแข่งรถยนต์ทางเรียบระดับนานาชาติที่ผสมผสานกิจกรรมกีฬาเข้ากับพื้นที่สาธารณะในเขตเมืองชายฝั่ง วัตถุประสงค์การวิจัยประกอบด้วย (1) ศึกษาสภาพข้อเท็จจริงของโครงสร้างพื้นฐานสีน้ำเงิน สีเทา และสีเขียว ในการรองรับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต (2) วิเคราะห์ศักยภาพและปัญหาของการใช้โครงสร้างพื้นฐานแต่ละประเภท และ (3) เสนอแนวทางปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างความยั่งยืน</p> <p>การวิจัยใช้วิธีการเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 4 กลุ่ม ได้แก่ หน่วยงานท้องถิ่น ผู้จัดการแข่งขัน ผู้เข้าร่วมแข่งขัน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ ผลการวิจัยพบว่า โครงสร้างพื้นฐานสีเทา เช่น ถนนและระบบสาธารณูปโภค ได้รับการปรับปรุงให้รองรับกิจกรรมได้ดี แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการจราจรและผลกระทบต่อชุมชน โครงสร้างพื้นฐานสีเขียวทำหน้าที่เป็นแนวกันชนทางเสียงและมลภาวะ ช่วยสร้างภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว แต่ยังขาดระบบฟื้นฟูที่ยั่งยืน ส่วนโครงสร้างพื้นฐานสีน้ำเงิน โดยเฉพาะชายหาดบางแสน ช่วยเสริมเอกลักษณ์การแข่งขันและสร้างคุณค่าด้านการท่องเที่ยว แต่ต้องการมาตรการควบคุมมลภาวะและการฟื้นฟูหลังการแข่งขัน ข้อเสนอแนะสำคัญคือการจัดทำแผนแม่บทโครงสร้างพื้นฐานเมืองแบบบูรณาการที่ยืดหยุ่นต่อการปรับใช้ในกิจกรรมพิเศษ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการผังเมือง และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อพัฒนาเมืองกีฬาสู่ความยั่งยืน</p> วชิรพงศ์ กลั่นเกษร สุวดี ทองสุกปลั่ง หรรษาสุขสิน ลิขสิทธิ์ (c) 2025 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-30 2025-12-30 12 2 95 121