วารสารดีไซน์เอคโค
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho
<p>วารสารดีไซน์เอคโค เป็นวารสารเพื่อการออกแบบตีพิมพ์และเผยแพร่บทความวิจัยด้านศิลปะประยุกต์ นฤมิตศิลป์ นิเทศศิลป์ มัณฑนศิลป์ อุตสาหกรรมศิลป์ ศิลปหัตถกรรม</p>คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาth-THวารสารดีไซน์เอคโค2697-4193<div class="item copyright"> <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา</p> <p>ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว</p> </div>การพัฒนาและประเมินประสิทธิผลของต้นแบบการนำเสนองานนิทรรศการสามมิติในรูปแบบเสมือนจริงด้วยเทคโนโลยี AR สำหรับนักออกแบบ
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho/article/view/281082
<p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษารูปแบบและประสิทธิผลของการนำเสนองานนิทรรศการสามมิติผ่านเทคโนโลยีความจริงเสริม (AR) ที่ส่งผลต่อการรับรู้ของนักออกแบบ และ (2) เพื่อพัฒนาต้นแบบการนำเสนองานนิทรรศการสามมิติในรูปแบบเสมือนจริงด้วยเทคโนโลยี (AR) สำหรับนักออกแบบ กรณีศึกษาใช้ต้นแบบ “นิทรรศการประชาสัมพันธ์สาขาวิชาการออกแบบนิทรรศการและสื่อสร้างสรรค์” สร้างต้นแบบในโปรแกรมสามมิติ และนำเสนอด้วย View in AR กลุ่มตัวอย่างเป็นนักออกแบบ 45 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามการประเมินประสิทธิภาพในการนำเสนอ 5 ด้าน วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการประเมินจากกลุ่มนักออกแบบจำนวน 45 คน พบว่าค่าเฉลี่ยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมาก (x̄= 4.41, S.D. = 0.52) โดยเฉพาะความสามารถในการสื่อสารแนวคิดทางการออกแบบ ผู้เข้าร่วมเข้าใจสาระได้ชัด มีส่วนร่วมต่อเนื่อง และใช้งานได้สะดวกบนอุปกรณ์พกพา การเห็นสัดส่วนและความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ในบริบทจริงช่วยลดความคลุมเครือของสื่อสองมิติ และเอื้อต่อการทบทวนงานร่วมกัน ข้อเสนอแนะเชิงออกแบบ ได้แก่ การเพิ่มป้ายอธิบายเสมือนแบบเปิด-ปิดได้ โหมดนำชมสั้น ปุ่มรีเซ็ตมุมมอง และแนวปฏิบัติด้านแสง พื้นผิวเพื่อความเสถียรของการติดตาม ทั้งนี้ควรศึกษาต่อกับผู้ชมทั่วไปเปรียบเทียบกับสื่อ 2 มิติ โมเดลจริง และทดสอบในหลายบริบทสถานที่เพื่อยืนยันความทั่วไปใช้ของแนวทางที่พัฒนา</p>กิตติศักดิ์ เตชะกาญจนกิจปรีชญา ครูเกษตรจิตราวดี รุ่งอินทร์ กันกากัลยาณี มุ่งเขตกลางพลวุฒิ ภาคสุวรรณ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-3071313A Study of Character Design Development from Pingchang Puppetry for the New Generation
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho/article/view/281322
<p><span class="fontstyle0">Pingchang Puppetry is an ancient, handcrafted rod-puppet theatre rooted in the sacrificial rituals of Meishan Wunuo culture, yet it faces growing challenges in engaging younger audiences within contemporary digital media environments. This study focuses on design translation: converting the cultural and visual resources of Pingchang Puppetry into a modern character system that is readable, recognizable, and suitable for cross-media communication. Using field visits and semi-structured interviews with a local inheritor, the study document’s role archetypes, costume structures, representative colors, decorative motifs, and performance features, and then restructures them into a usable element framework for character development. In parallel, a comparative visual analysis of wellknown animation IP familiar to younger audiences is conducted to extract contemporary preference cues in proportion, facial feature simplification, color organization, and identitymarker reduction. These two sets of findings are synthesized into an operational design strategy and applied to the creation of a serialized three-character IP system. As design outcomes, the study produces modern character concept schemes, corresponding 3D character prototypes, and a preliminary visual identity and logo concept for media dissemination. Expert interviews are further used to refine silhouette stability, symbol clarity, color hierarchy, and expression readability, improving consistency and adaptability across applications. The study therefore delivers both tangible design outputs and a reusable workflow from cultural element extraction to contemporary character generation for intangible cultural heritage revitalization.</span></p>Cheng XieApichaya Aungkavipart
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-30711430การออกแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประกอบยศของพระยาพิชัยดาบหัก ในงานพระราชพิธีในสมัยกรุงธนบุรี
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho/article/view/283849
<p>งานวิจัยนี้ศึกษารูปแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประกอบยศของพระยาพิชัยดาบหักในงานพระราชพิธีสมัยกรุงธนบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและจัดทำโมเดลตามศักดินา 5,000 ของเมืองพิชัย ผลการวิจัยด้านเครื่องแต่งกายพบว่า พระยาพิชัยดาบหักได้รับพระราชทานลอมพอกเสวียนนาก หรือเกี้ยวนาก เสื้อครุยผ้าโปร่งตัวยาวสีขาวเปิดด้านหน้า คลุมถึงเข่า ผ้าลายอย่างเชิงกรวยชั้นเดียว เสื้อเข้มขาบอย่างน้อย ผ้าเกี้ยวรัดประคดหนามขนุน หมวกทรงประพาส และหมวกทรงมาลาเบี่ยง โดยมีกระบวนการออกแบบและจัดทำโมเดลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อนำมาใช้ในการจัดองค์ประกอบ และโครงสร้างชุดสร้างแบบจำลองที่ใช้ในพระราชพิธี<br />ด้านเครื่องยศ พบว่าได้รับพระราชทานปืนคาบศิลา ยั่วยานลักษณะเป็นเปล ร่มทงยู เจียด ทองคำ กระบี่บั้งทอง คนโททองคำ กุณฑีทองคำ หีบหมากทองคำ และกระโถนปากแตรทองคำ พร้อมออกแบบภาพประกอบฉากเพื่อจำลองรูปแบบเครื่องยศดังกล่าว<br />ผลการออกแบบเครื่องแต่งกายและเครื่องประกอบยศของพระยาพิชัยดาบหักได้สร้างคุณค่า และสร้างองค์ความรู้ของงานออกแบบจากการสร้างความงาม ไปสู่การอนุรักษ์และการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน ปัจจุบันผลงานจัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์</p>อภินันท์ ปานเพชรสุภัคกาญจน์ จิวาลักษณ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-30713145The Multi‑Occasion Collection Design for Digital Natives Based on Postmodernism
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho/article/view/282379
<p><span class="fontstyle0">Digital Natives—particularly those in Generation</span><span class="fontstyle2"> </span><span class="fontstyle0">Z—have grown up immersed in digital technology, leading to multitasking lifestyles that blur the boundaries between work, socialising and leisure. Yet both the fashion industry and design research have largely overlooked their need for garments that transition seamlessly across these contexts. This mixed</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">methods study seeks to fill that gap by identifying digital natives’ apparel preferences, analysing their dressing styles, integrating postmodern art concepts into fashion design, and developing and evaluating a multi</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">occasion collection. We conducted a four</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">step process combining a quantitative survey with 40 participants, qualitative style analysis using a paper</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">doll dataset, documentary analysis of postmodern artworks, and research</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">through</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">design practice. The findings show that Generation</span><span class="fontstyle2"> </span><span class="fontstyle0">Z respondents favour versatile pieces with loose silhouettes, monochromatic and neutral palettes dominated by black, and materials with smooth textures and subtle patterns. Postmodern art analysis revealed themes of minimalism, appropriation, deconstruction and mixed</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">media assemblage, which informed a five</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">look collection— “Synsation:</span><span class="fontstyle2"> </span><span class="fontstyle0">Synthetic Sensation”— that uses mixed</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">media knitting and modular elements to enable reconfiguration for multiple occasions. By integrating consumer data, art theory and creative practice, this research demonstrates how fashion design can serve as a rigorous mode of inquiry and offers a transferable framework for future multi</span><span class="fontstyle3">‑</span><span class="fontstyle0">occasion apparel development.</span></p>Papawarin AkkharanetAtthaphon Ponglawhapun
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-30714661การสื่อสารเคล็ดลับความสำเร็จ ปินตู กรือบัง มลายู จังหวัดชายแดนใต้
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho/article/view/283309
<p>สิ่งที่สำคัญกว่าความสำเร็จคือกระบวนการที่นำไปสู่ความสำเร็จ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสื่อสารเคล็ดลับความสำเร็จปินตู กรือบัง มลายู จังหวัดชายแดนใต้ ลักษณะเป็นงานวิจัยและพัฒนา โดยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสนทนากลุ่มและการปฏิบัติการพัฒนาสื่อ รวบรวมข้อมูลวิจัยจากกลุ่มภาคีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้แก่ ประธานและคณะกรรมการดำเนินงานโครงการปินตู กรือบัง มลายูฯ ที่ชนะเลิศจังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านงานสื่อสารอิสลาม ด้านประวัติศาสตร์อิสลาม และด้านสถาปัตยกรรม/ศิลปะอิสลาม ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จากงานวิจัย จะถูกนำไปวิเคราะห์เชิงเนื้อหา พร้อมสังเคราะห์ เปรียบเทียบ และเขียนพรรณนาเชิงเหตุผล ผลการวิจัยพบว่า การสื่อสารเคล็ดลับความสำเร็จปินตู กรือบัง มลายู จังหวัดชายแดนใต้ เป็นไปตามแนวทางการสื่อสารตามหลักคิด SMCR ดังนี้ 1) ผู้ส่งสารในงานวิจัยและพัฒนานี้ ได้แก่ คณะผู้วิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา 2) ข่าวสาร เป็นการนำเสนอถึงเคล็ดลับความสำเร็จปินตู กรือบัง มลายู จังหวัดชายแดนใต้ 3 แห่ง ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวด จำแนกเป็นจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยข้อมูลเคล็ดลับความสำเร็จฯ แบ่งเป็น 3 ด้าน ประกอบด้วยด้านอัตลักษณ์มลายูอิสลาม ด้านความคิดสร้างสรรค์ และด้านการบริหารงาน 3) ช่องทางการสื่อสาร เลือกใช้ช่องทางออนไลน์ในการสื่อสารเคล็ดลับความสำเร็จผ่านสื่อ คลิปวิดีโอ และสื่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 4) ผู้รับสาร ได้แก่ กลุ่มมุสลิมผู้สนใจพัฒนา ปินตู กรือบัง มลายูฯ กลุ่มคนต่างศาสนิกที่สนใจเรื่องราวของปินตู กรือบัง มลายู จังหวัดชายแดนใต้ และกลุ่มอื่น ๆ อาทิ บุคลากรหน่วยงานภาครัฐ และภาคการศึกษากลุ่มสื่อมวลชนต่าง ๆ ที่ต้องการส่งเสริมหรือเรียนรู้ปินตู กรือบัง มลายู จังหวัดชายแดนใต้</p>อัปสร อีซอพารีดา หะยีเต๊ะย่าร่อนะ ศรีอาหมัด
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-30716275การออกแบบอัตลักษณ์และบรรจุภัณฑ์สร้างสรรค์เพื่อเพิ่มมูลค่า ผลิตภัณฑ์เกษตรชุมชน จังหวัดระนอง
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho/article/view/284591
<p>การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ความต้องการและพฤติกรรมการใช้งานบรรจุภัณฑ์ สินค้าเกษตร 2) ศึกษาและทดสอบกระบวนการยืดอายุการเก็บรักษาคุณภาพผลผลิต 3) ออกแบบและพัฒนาอัตลักษณ์และบรรจุภัณฑ์เพื่อเพิ่มมูลค่าทางการตลาด และ 4) ประเมินความพึงพอใจของผู้บริโภคที่มีต่อบรรจุภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้น การวิจัยนี้ใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกและแบบประเมินความพึงพอใจด้านการออกแบบกราฟิกและบรรจุภัณฑ์ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มผู้บริโภคที่สนใจเลือกซื้อผักเหลี ยงสด น้ำผึ้ง และพริกไทย จำนวน 150 ราย<br />ผลการวิจัยพบว่า รูปแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการค้าปลีกที่เหมาะสมสำหรับใบเหลียงสด คือ ถุงพลาสติกเจาะรูระบายอากาศขนาด 18x12 นิ้ว และ 15x10 นิ้ว โดยมีการผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับวัสดุสมัยใหม่ผ่านการใช้ใบตองรองพื้นร่วมกับถุงพลาสติกเจาะรู ซึ่งผลการทดสอบสามารถ รักษาความสดและเนื้อสัมผัสที่กรอบของใบเหลียงไว้ได้นาน 5-7 วัน ในส่วนของการออกแบบอัตลักษณ์ ภายใต้ตราสินค้า "สวนลุงนึก" ผลการประเมินความพึงพอใจพบว่า ด้านสีที่ใช้ในการออกแบบอัตลักษณ์ องค์กรสามารถสื่อถึงผลิตภัณฑ์ของศูนย์เรียนรู้ฯ ได้ในระดับที่ดี (<span class="fontstyle3">x̅</span> = 4.40, 𝑆.𝐷. = 0.55) รองลงมาคือ ความเหมาะสมด้านบุคลิกภาพ และการนำไปใช้กับสื่อประชาสัมพันธ์การขายอยู่ในระดับดี (<span class="fontstyle3">x̅</span> = 4.34, 𝑆.𝐷. = 0.62) รวมถึงการรับรู้ผู้บริโภครู้สึกถึงคุณลักษณะเฉพาะตัวของผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ อยู่ในระดับที่ดี (<span class="fontstyle3">x̅</span> = 4.33, 𝑆.𝐷. = 0.64) แสดงให้เห็นว่าการออกแบบอัตลักษณ์และบรรจุภัณฑ์ที่สอดคล้องกับคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ สามารถเพิ่มมูลค่า ยืดอายุผลิตภัณฑ์ และสร้างโอกาสในการแข่งขันให้กับเกษตรกรรายย่อยได้อย่างเป็นรูปธรรม</p>ปฏิญญาณ์ แสงอรุณอภิรักษ์ ธิตินฤมิต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-30717688การพัฒนากระดาษกระจูดสำหรับผลิตมาลัยเพื่อใช้ในการตกแต่ง
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho/article/view/285176
<p>การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนากระดาษกระจูดสำหรับผลิตมาลัย 2) ศึกษาความพึงพอใจเกี่ยวกับมาลัยกระดาษกระจูดเพื่อใช้ในการตกแต่ง เป็นการวิจัยประยุกต์ ใช้การวิจัยแบบผสมผสาน กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านมาลัยจากกลุ่มวุฒิไทยประดิษฐ์ จำนวน 5 คน และ กลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณ ได้แก่ นักท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองเก่าสงขลา จำนวน 325 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินความเหมาะสม และแบบประเมินความพึงพอใจ กระบวนการดำเนินการวิจัยประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ การสำรวจความต้องการของผู้ใช้งาน การวิเคราะห์และกำหนดคุณสมบัติของกระดาษ การพัฒนาคุณสมบัติของกระดาษกระจูด การสร้างต้นแบบกระดาษและประเมินความเหมาะสม และการสร้างต้นแบบพวงมาลัยพร้อมประเมินความพึงพอใจ<br />ผลการวิจัยพบว่า กระดาษกระจูดที่พัฒนาขึ้นมีความหนา 3 ระดับ สอดคล้องกับส่วนประกอบของมาลัย ได้แก่ กระดาษสำหรับทำตัวมาลัย กระดาษสำหรับทำมาลัยซีก และกระดาษสำหรับทำอุบะ โดยการใช้สารคาร์บอกซิเมทิลเซลลูโลส (CMC) ช่วยให้กระดาษมีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ สามารถพับ อัดความร้อน และร้อยประกอบด้วยเข็มร้อยมาลัยได้อย่างเหมาะสม<br />ผลการประเมินความเหมาะสมของกระดาษกระจูดโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญอยู่ในระดับมาก (x̄= 3.78, S.D. = 0.31) และผลการประเมินความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่มีต่อมาลัยคล้องมือจากกระดาษกระจูดเพื่อใช้ในการตกแต่งอยู่ในระดับมาก (x̄= 4.40, S.D. = 0.40) สะท้อนให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์มีศักยภาพในการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมเพื่อการตกแต่งที่มีคุณค่าทั้งด้านการใช้งาน และคุณค่าทางวัฒนธรรมต่อไป</p>อมรรัตน์ บุญสว่าง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-307189103การออกแบบผลิตภัณฑ์ชุดไหว้เจ้าจีนสำเร็จรูปสำหรับผู้บริโภคเจเนอเรชั่น ซี
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jdecho/article/view/285739
<p>การผสมผสานทางวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนมีรากฐานมายาวนาน ทว่าการสืบทอดพิธีกรรมการไหว้เจ้าและบรรพบุรุษที่ซับซ้อนกำลังเผชิญกับความท้าทายในคนรุ่นใหม่ เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่อยู่อาศัยของสังคมเมือง และขาดการถ่ายทอดองค์ความรู้ แม้ว่าคนรุ่นใหม่จะยังคงมีความเชื่อ และศรัทธาในการแสวงหาที่พึ่งทางใจก็ตาม. งานวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบและพัฒนารูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ชุดไหว้เจ้าจีนสำเร็จรูปที่สอดคล้องกับรูปแบบความต้องการของกลุ่มเจเนอเรชั่น ซี งานวิจัยนี้เป็นวิจัยเชิงสร้างสรรค์ โดยสำรวจข้อมูลความต้องการผ่านแบบสอบถามจากชาวไทยเชื้อสาย จีนเจเนอเรชั่น ซี ในกรุงเทพมหานคร 51 คน เพื่อนำไปวิเคราะห์หาแนวทางการออกแบบโดยทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ 3 รูปแบบที่มีความแตกต่างกันในเรื่องของวัสดุ จากนั้นจึงประเมินประสิทธิภาพเชิง ลึกร่วมกับกลุ่มตัวอย่างเชิงคุณภาพ 3 คน พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์และด้านวัฒนธรรมจีน เพื่อนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงชิ้นงานอย่างเป็นระบบ ผลการศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์ต้นแบบซึ่งผสมผสานระหว่างวัสดุเซรามิกและไม้ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความร่วมสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยรูปแบบของงานออกแบบสามารถจัดเก็บแนวตั้งเพื่อตอบสนองเรื่องการใช้พื้นที่ รวมถึงการนำการใช้สีและลวดลายมงคลที่ถูกต้องมาประยุกต์ใช้เพื่อตอบสนองความถูกต้อง ซึ่งผลของงานวิจัยสรุปว่า การประยุกต์รูปลักษณ์อุปกรณ์ประกอบพิธีกรรมให้เข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ช่วยลดกำแพงในการเข้าถึงประเพณีดั้งเดิม เพิ่มโอกาสทางธุรกิจเชิงพาณิชย์ รวมถึงเป็นกลไกสำคัญที่ส่งเสริมให้เยาวชนสืบสานและรักษาคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาวไทยเชื้อสายจีนให้ยั่งยืน</p>ณัฐพล เอื้อกาญจนานันท์วรรณยศ บุญเพิ่ม
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-302026-06-3071104119