วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas <p>วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง</p> <p>Online ISSN: 3088-1595</p> <p> </p> en-US <p>เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรง ซึ่งกองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใดๆ&nbsp;</p> <p>บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำบทความทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อ หรือเพื่อกระทำการใดๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากวารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อนเท่านั้น&nbsp;</p> poramet.b@rumail.ru.ac.th (Assistant Professor Poramet Boonnumsirikij, Ph.D.) ru.ba.jbas@rumail.ru.ac.th (Journal Manager) Mon, 29 Dec 2025 13:26:49 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 คุณลักษณะความน่าเชื่อถือ (ETHOS) ของผู้นำในการสื่อสารผลป้อนกลับ (Feedback) อย่างมีประสิทธิภาพในบริบทองค์กร https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/279834 <p>บทความวิชาการเชิงทฤษฎีนี้ มุ่งศึกษาคุณลักษณะที่มีผลต่อความน่าเชื่อถือของผู้นำในกระบวนการสื่อสารผลป้อนกลับซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาบุคลากร และสร้างการยอมรับในผลการประเมินภายในองค์กร โดยใช้กรอบแนวคิดหลักการสร้างความน่าเชื่อถือของอริสโตเติลซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบหลักสามประการ ได้แก่ ความรู้ความเชี่ยวชาญ ความปรารถนาดี และอุปนิสัยที่ดีซึ่งเชื่อมโยงกับกระบวนการสื่อสารดังกล่าวอย่างมีประสิทธิผล</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า ผู้นำที่มีคุณสมบัติในแต่ละองค์ประกอบตามหลักการสร้างความน่าเชื่อถือจะส่งผลให้การสื่อสารมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและทำให้พนักงานรู้สึกได้รับการสนับสนุนและเข้าใจในสิ่งที่ต้องพัฒนาอย่างชัดเจน ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและการพัฒนาของบุคลากร ผลการศึกษานี้จึงให้แนวทางแก่ผู้นำและองค์กรในการพัฒนาทักษะการสื่อสารเชิงสร้างสรรค์ เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจและประสิทธิภาพการทำงานอย่างยั่งยืน</p> อลิษา ธรรมจักร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/279834 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาเรื่องราวของแกงไทยในฐานะสัญลักษณ์ของ ‘วิถีไทย’ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/282586 <p>แกงไทยเป็นมากกว่าอาหารเนื่องจากเป็นภาพสะท้อนวิถีชีวิตแบบไทยอย่างลึกซึ้งซึ่งหลอมรวม<br />ความอบอุ่นการแบ่งปันและภูมิปัญญาท้องถิ่นเชิงสร้างสรรค์ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน บทความนี้มี<br />วัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมแกงไทยโดยมุ่งเผยแพร่ผ่านอัตลักษณ์แห่งมรดกทางวัฒนธรรมอาหาร<br />ไทยซึ่งถือเป็น“ซอฟต์พาวเวอร์”ที่สำคัญของชาติสร้างชื่อเสียงในระดับโลกและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ. ปัจจุบันแกงไทยกำลังเผชิญภาวะวิกฤตจากกระแสวัฒนธรรมที่ผสมผสานกันอย่าง<br />รวดเร็วรวมถึงพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้แกงไทยเปลี่ยนจากสูตรดั้งเดิมกลายเป็นเมนู<br />ฟิวชันสมัยใหม่. อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเป็นทั้ง“ความท้าทาย”และ“โอกาส”ในการยก<br />ระดับแกงไทยสู่ระดับสากล ผ่านการออกแบบ “ประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” (Culinary Tourist Experience) ที่สร้างอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมร่วมกับเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. บทความนี้จึงนำเสนอเรื่องราวของที่มาวัฒนธรรมแกงไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้สามารถใช้เป็น<br />เครื่องมือในการส่งเสริมวัฒนธรรมดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อเสนอแนะของการศึกษาเน้นให้มีการ<br />รวบรวมและวิจัยข้อมูลเชิงระบบ เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลสูตรแกงไทยดั้งเดิมและสูตรร่วมสมัยรวมถึงแนวทาง<br />การสืบทอดอย่างสร้างสรรค์ในอนาคต</p> ณัฐรินทร์ ปริวงศ์กุลธร, กัญญาพัชร์ พัฒนาโภคินสกุล, กฤต พันธุ์ปัญญา, ศรัญญิการ์ สรรค์ศุภกิจ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/282586 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 บทบรรณาธิการ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/283954 ปรเมษฐ์ บุญนำศิริกิจ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/283954 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่ส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/276242 <p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอิทธิพลของปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่ส่งผลต่อคุณภาพการให้บริการของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ใช้บริการในเขตอำเภอโพธิ์ไทร และอำเภอนาตาล จำนวน 400 คน ด้วยวิธีสุ่มตัวอย่างแบบสะดวก ใช้แบบสอบถามและ Google Form เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานด้วยสถิติเชิงอนุมานใช้การวิเคราะห์สมการถดถอยเชิงพหุคูณ</p> <p>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; ผลการศึกษา พบว่า ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาดบริการที่สามารถอธิบายถึงคุณภาพการให้บริการได้ร้อยละ 84.0 โดยตัวแปรส่วนประสมทางการตลาดบริการที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพการให้บริการในทิศทางบวกมากที่สุด คือ ด้านบุคลากร (Beta = 0.287) รองลงมา คือ ด้านกระบวนการ(Beta = 0.271) รองลงมา คือ ด้านลักษณะทางกายภาพ (Beta = 0.223) รองลงมา คือ ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย (Beta = 0.176) รองลงมา คือ ด้านส่งเสริมการขาย (Beta = 0.102) และด้านผลิตภัณฑ์ (Beta = 0.088) และตัวแปรที่มีอิทธิพลในทิศทางลบ คือ ด้านราคา (Bata = -0.125) เนื่องจากผู้ใช้บริการมีความคิดเห็นว่าปัจจัยด้านราคายังไม่เป็นที่น่าพึงพอใจ โดยมีดอกเบี้ยเงินฝากต่ำ ดอกเบี้ยเงินกู้ยังสูง หรือมีค่าธรรมเนียมสูง</p> ไกรราช ทัดเทียม, ปรเมษฐ์ บุญนำศิริกิจ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/276242 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การศึกษาการตัดสินใจเลือกงานของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/280893 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกงานของนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล ในพื้นที่จังหวัดสกลนคร โดยพิจารณาคุณลักษณะของงาน 4 ด้าน ได้แก่ เงินเดือน ความมั่นคงขององค์กร ตำแหน่งที่ตั้งของโรงงาน และเวลาทำงาน กลุ่มประชากรในการวิจัยคือ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 และ 4 จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร รวมทั้งสิ้น 147 คน กลุ่มตัวอย่างได้จากการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) จำนวน 53 คน</p> <p>การวิจัยใช้แบบสอบถามสถานการณ์จำลอง (Concept Card) และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคนิคการวิเคราะห์องค์ประกอบร่วม (Conjoint Analysis) และการวิเคราะห์การจำแนกกลุ่ม (Cluster Analysis) พร้อมทดสอบสมมติฐานด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว (One-Way ANOVA)ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงสุดต่อการตัดสินใจเลือกงานคือ ความมั่นคงขององค์กร (42.81%) รองลงมาคือ เงินเดือน (29.18%) เวลาทำงาน (20.34%) และตำแหน่งที่ตั้งของโรงงาน (7.84%) ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์เชิงกลุ่มจำแนกนักศึกษาออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับรายได้และความมั่นคง กลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงขององค์กร และกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับความมั่นคงขององค์กรควบคู่กับเวลาทำงานที่แน่นอน</p> <p>ผลทดสอบสมมติฐานพบว่า สถานศึกษาและเพศมีความสัมพันธ์กับการให้ความสำคัญในการเลือกงานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนปัจจัยอื่น เช่น ภูมิลำเนา ฐานะทางการเงิน และภาระหนี้ กยศ. ไม่พบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ</p> <p> </p> ณัฐวุฒิ เข็มกลัด, สนิทนุช นิยมศิลป์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/280893 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 พฤติกรรมการเปิดรับสื่อโฆษณาที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้บริโภคในประเทศไทย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/279431 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยประชากรศาสตร์ องค์ประกอบของการรับสื่อโฆษณา พฤติกรรมการเปิดรับสื่อโฆษณา และการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้บริโภคในประเทศไทย และ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยประชากรศาสตร์ องค์ประกอบของการรับสื่อโฆษณา และพฤติกรรมการเปิดรับสื่อโฆษณาที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อเสื้อผ้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของผู้บริโภคในประเทศไทย ตัวอย่างคือผู้บริโภคชาวไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป จำนวน 400 คน ซึ่งเคยซื้อเสื้อผ้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยใช้การเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือในการเก็บข้อมูลคือแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา (ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) และสถิติเชิงอนุมาน (การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ) ผลการวิจัยพบว่า ตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุ 26–35 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี อาชีพพนักงานบริษัท รายได้เฉลี่ย 10,001–30,000 บาท มีพฤติกรรมการเปิดรับสื่อโฆษณาและซื้อเสื้อผ้าออนไลน์ในระดับสูง ปัจจัยประชากรศาสตร์ที่แตกต่างกันมีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญ (p &lt; 0.05) โดยผู้ที่มีการศึกษาและรายได้สูงจะแสวงหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อได้มากกว่า องค์ประกอบของการรับสื่อโฆษณามีผลต่อการตัดสินใจซื้อ โดยเฉพาะโฆษณาบน Shopee, TikTok และ Facebook ที่กระตุ้นการซื้อสูงสุด พฤติกรรมการเปิดรับสื่อโฆษณามีผลต่อการตัดสินใจซื้ออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05</p> <p> </p> ปภาพร บุญทศ, ชฎาพร ฑีฆาอุตมากร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/279431 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ประสบการณ์นักท่องเที่ยวและคุณภาพการบริการพิพิธภัณฑ์ที่ส่งผลต่อการแนะนำต่อผ่านสื่อออนไลน์: บทบาทตัวแปรส่งผ่านความผูกพันของนักท่องเที่ยว https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/281886 <p>งานวิจัยนี้เป็นการทดสอบความสัมพันธ์ระหว่างประสบการณ์นักท่องเที่ยว คุณภาพการบริการพิพิธภัณฑ์ และความผูกพันของนักท่องเที่ยวที่ส่งผลต่อการแนะนำต่อผ่านสื่อออนไลน์ รวมไปถึงการทดสอบความผูกพันของนักท่องเที่ยวที่เป็นตัวแปรส่งผ่านระหว่างประสบการณ์นักท่องเที่ยวและคุณภาพการบริการพิพิธภัณฑ์ที่ส่งผลต่อการแนะนำต่อผ่านสื่อออนไลน์ นับเป็นวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ นักท่องเที่ยวเชิงพิพิธภัณฑ์ชาวต่างชาติที่มีประสบการณ์ในการเข้าชมพิพิธภัณฑ์พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหอศิลป์ จำนวน 330 ราย เครื่องมือการวิจัยคือ แบบสอบถาม มีการวิเคราะห์สถิติเชิงพรรณนา การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง (SEM)</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า โมเดลมีความสอดคล้องตามที่ตั้งสมมติฐาน มีค่าผลของโมเดลที่เหมาะสมดี โดยมีข้อมูลเชิงประจักษ์ คือ df = 1.182, RMR = 0.007, GFI = 0.958, TLI = 0.995, NFI = 0.978, CFI = 0.997, AGFI = 0.993 และ RMSEA = 0.024 ผลการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็นของทุกตัวแปรอยู่ในระดับมาก ผลการทดสอบสมมติฐานยอมรับสมมติฐานทั้ง 7 ข้อ ผู้บริหารพิพิธภัณฑ์สามารถนำผลการวิจัยไปพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพเพื่อบริการนักท่องเที่ยวในอนาคต</p> สุนิสา เพชรมาก, วงศ์ลัดดา วีระไพบูลย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/281886 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 รูปแบบการพัฒนาประสิทธิภาพของสหกรณ์ตามหลักชารีอะฮ์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/276118 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของการบริหารสหกรณ์ตามหลักชารีอะฮ์ต่อประสิทธิภาพของสหกรณ์ในจังหวัดสตูล และ 2) เพื่อวิเคราะห์อิทธิพลของชารีอะฮ์ภิบาลต่อประสิทธิภาพของสหกรณ์ในจังหวัดสตูล ผู้วิจัยเก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างของสมาชิกสหกรณ์อิสลามจำนวน 428 คน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัย พบว่า การบริหารสหกรณ์ตามหลักชารีอะฮ์ ประกอบด้วย หลักความยุติธรรม คือ หลักการโปร่งใสและความรับผิดชอบ หลักการปราศจากการเก็งกำไร หลักการปราศจากดอกเบี้ย หลักการปราศจากความไม่แน่นอน ตามลำดับ มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพของสหกรณ์อย่างมีนัยสำคัญ และชารีอะฮ์ภิบาล ประกอบด้วย การบริหารความเสี่ยงตามหลักชารีอะฮ์ การตรวจสอบตามหลักชารีอะฮ์ คณะกรรมการชารีอะฮ์ ตามลำดับ มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพของสหกรณ์อย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นคณะกรรมการสหกรณ์ควรให้ความสำคัญกับหลักการบริหารสหกรณ์ตามหลักชารีอะฮ์และชารีอะฮ์ภิบาลเพื่อนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพของสหกรณ์ต่อไป</p> สุบิน เด่งนุ้ย, สมฉวี ศิริโสภณา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/276118 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับและการใช้งานแอปพลิเคชันซื้อขายผลิตภัณฑ์ ทางการเกษตรแบบ B2B ของเกษตรกร: กรณีศึกษา จังหวัดกำแพงเพชร https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/282371 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจยอมรับการใช้แอปพลิเคชันซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรแบบ B2B ของเกษตรกรรายย่อยในจังหวัดกำแพงเพชร กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน ได้มาจากการสุ่มแบบสะดวก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการถดถอยพหุคูณเพื่อทดสอบอิทธิพลของตัวแปรอิสระ 7 ด้าน ได้แก่ ความคาดหวังด้านประสิทธิภาพ (Performance Expectancy) ความคาดหวังด้านความพยายาม (Effort Expectancy) อิทธิพลทางสังคม (Social Influence) เงื่อนไขเอื้ออำนวย (Facilitating Conditions) แรงจูงใจความเพลิดเพลิน (Hedonic Motivation) ความคุ้มค่าด้านราคา (Price Value) และ ความเคยชิน (Habit) ต่อความตั้งใจใช้แอปพลิเคชันซื้อขายสินค้าเกษตร ผลการวิจัยพบว่า ปัจจัยด้านคาดหวังด้านประสิทธิภาพ ความคาดหวังด้านความพยายาม อิทธิพลทางสังคม และ ความคุ้มค่าด้านราคา มีอิทธิพลเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อความตั้งใจใช้ ในขณะที่ปัจจัย เงื่อนไขเอื้ออำนวย แรงจูงใจความเพลิดเพลิน และความเคยชิน ไม่พบความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงบทบาทของการออกแบบแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย แสดงถึงประโยชน์การใช้งานที่ชัดเจน และให้ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ พร้อมกับการส่งเสริมการใช้งานผ่านอิทธิพลทางสังคม จะช่วยเพิ่มอัตราการยอมรับเทคโนโลยีดิจิทัลในกลุ่มเกษตรกร</p> สุภาวณีย์ ทิมทอง, ชุติมา คำไตรย์, ธิญาดา ยอดเมือง, สรียาภรณ์ ประเสริฐศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/282371 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินกับราคาหุ้นของบริษัทกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/278926 <p>การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินกับราคาหุ้นบริษัทกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลทางการเงินจากแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และข้อมูลราคาหุ้นจากเว็บไซต์ Finnomena ณ วันปิดตลาดซื้อขายวันสุดท้ายของปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 ถึง พ.ศ. 2566 จำนวนทั้งสิ้น 10 บริษัท ใช้สถิติการวิเคราะห์สหสัมพันธ์เพียร์สัน พบว่ากำไรต่อหุ้น อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม มีความสัมพันธ์กับราคาหุ้นในทิศทางเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หมายความว่าเมื่อผลประกอบการของบริษัททำให้อัตราส่วนเหล่าเพิ่มสูงขึ้น ราคาหุ้นของบริษัทจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และในทางกลับกัน หากผลประกอบการของบริษัททำให้อัตราส่วนเหล่านี้ลดลง ราคาหุ้นของบริษัทจะมีแนวโน้มลดลง ส่วนอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวม อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้น และอัตรากำไรสุทธิ ไม่มีความสัมพันธ์กับราคาหุ้น ข้อเสนอแนะการวิจัยในครั้งนี้คือ นักลงทุนในบริษัทกลุ่มสื่อและสิ่งพิมพ์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ควรวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินโดยให้ความสำคัญกับกำไรต่อหุ้น อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวม ของบริษัทที่จะลงทุน เพื่อประเมินราคาหุ้น สร้างผลตอบแทนได้ตามวัตถุประสงค์ ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยครั้งต่อไปคือ เพิ่มอัตราส่วนทางการเงิน เก็บข้อมูลเป็นรายไตรมาส ใช้สถิติวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และศึกษากลุ่มอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย</p> สุรศักดิ์ มีเดช, เกษม สวัสดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/278926 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การสนับสนุนทางสังคม และวัฒนธรรมองค์กร ต่อความสุขในการทำงาน: บทบาทตัวแปรส่งผ่านของสมดุลชีวิตการทำงาน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/281621 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ระดับการสนับสนุนทางสังคม ระดับวัฒนธรรมองค์กร ระดับความสมดุลของชีวิตในการทำงาน และระดับความสุขในการทำงาน ของพนักงานที่ทำงานในสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่ง 2) เพื่อเปรียบเทียบความสมดุลของชีวิตในการทำงาน และความสุขในการทำงาน โดยจำแนกตามปัจจัยประชากรศาสตร์ 3) เพื่อตรวจสอบความกลมกลืนของโมเดลเชิงสาเหตุของปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 4) เพื่อวิเคราะห์เส้นทางปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานของพนักงานที่ทำงานในสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่ง และ 5) เพื่อศึกษาอิทธิพลทางตรงและทางอ้อมของปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขในการทำงานของพนักงานที่ทำงานในสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่ง กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในงานวิจัย คือ พนักงานที่ทำงานในสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งหนึ่งจำนวน 95 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา การทดสอบค่าเฉลี่ยประชากรสองชุด การวิเคราะห์ความแปรปรวน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน และการวิเคราะห์โมเดลสมการโครงสร้าง ผลการวิจัยพบว่า 1) ความคิดเห็นของพนักงานต่อความสุขในการทำงานอยู่ในระดับมาก 2) อายุที่ต่างกันมีสมดุลชีวิตการทำงานที่ต่างกัน 3) โมเดลที่พัฒนาขึ้นมีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 4) การสนับสนุนทางสังคมและวัฒนธรรมองค์กร มีผลต่อความสุขในการทำงาน ผ่านสมดุลชีวิตการทำงาน และ 5) โมเดลประกอบด้วยตัวแปรที่มีอิทธิพลทางตรงต่อความสุขในการทำงาน ได้แก่ ปัจจัยสมดุลชีวิตการทำงาน และตัวแปรที่มีอิทธิพลทางอ้อมต่อความสุขในการทำงาน คือ ปัจจัยการสนับสนุนทางสังคม ปัจจัยวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งมีผลต่อความสุขในการทำงาน ผ่านปัจจัยสมดุลชีวิตการทำงาน</p> อังคณา ธนานุภาพพันธุ์, รุ่งทิพย์ ไทยสม, รสธร อ้นสุวรรณ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/281621 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัลที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/276009 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีดิจิทัล และประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม 2) ศึกษาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคดิจิทัลที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม 3) ศึกษาการพัฒนาทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ เก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสอบถามในกลุ่มตัวอย่างบุคลากรของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์ทางสถิติด้วย ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ</p> <p>ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านการฝึกอบรม การศึกษา และการพัฒนามีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของหน่วยงานในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 การพัฒนาทักษะเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการใช้ ความเข้าใจ การสร้าง และการเข้าถึง มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากรในสังกัดสำนักงานศาลยุติธรรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ผลการวิจัยนี้มีส่วนช่วยให้เข้าใจปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ดังนั้น ควรมีการส่งเสริมการพัฒนาทักษะความรู้ ด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอีกทางหนึ่ง</p> อำภา สารทะวงศ์, ชาคริต สกุลอิสริยาภรณ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/276009 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุปสรรคในการสื่อสารภาษาอังกฤษของผู้ให้บริการ ด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศไทย: อิทธิพลของวัตถุประสงค์เฉพาะในการสื่อสาร https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/280200 <p>การวิจัยแบบผสมผสานนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารภาษาอังกฤษของผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทย และ 2) ศึกษาวัตถุประสงค์เฉพาะในการใช้ภาษาอังกฤษที่มีผลต่ออุปสรรคในการสื่อสาร ข้อมูลเชิงปริมาณมาจากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 400 คน ซึ่งประกอบด้วยมัคคุเทศก์ พนักงานบริการในศูนย์นิทรรศการและร้านขายของที่ระลึก เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว พนักงานร้านอาหาร และพนักงานนวดและสปา ในจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ถดถอย นอกจากนี้ ยังมีการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพโดยการสัมภาษณ์เชิงกึ่งโครงสร้างและนำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ทักษะการพูดเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด รองลงมาคือการฟัง การอ่าน และการเขียน ตามลำดับ จุดประสงค์หลักในการใช้ภาษาอังกฤษ ได้แก่ การเข้าใจความต้องการของลูกค้า การเพิ่มรายได้และผลประโยชน์ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยภาพรวมพบว่าระดับความยากในการใช้ภาษาอังกฤษอยู่ในระดับสูง การวิเคราะห์อิทธิพลของวัตถุประสงค์เฉพาะในการสื่อสารภาษาอังกฤษที่มีต่อปัจจัยอุปสรรค พบว่า การเข้าใจความต้องการของลูกค้าและการพัฒนาตนเองส่งต่ออุปสรรคด้านการฟัง ในขณะที่อุปสรรคด้านการพูดได้รับอิทธิพลจาก การเข้าใจความต้องการของลูกค้า การเพิ่มรายได้ การส่งเสริมการท่องเที่ยว และการพัฒนาตนเอง สำหรับอุปสรรคด้านการอ่านได้รับอิทธิพลจากการพัฒนาตนเอง ส่วนอุปสรรคด้านการเขียนมีความสัมพันธ์กับการเพิ่มรายได้และการส่งเสริมการท่องเที่ยว จากผลการศึกษาดังกล่าว ผู้วิจัยได้เสนอแนวทางเฉพาะเพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษและเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารและคุณภาพการบริการโดยรวม ของผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดการท่องเที่ยวระดับโลก</p> <p> </p> ปิยะภรณ์ บุญช่วยรอด ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/280200 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การศึกษาเบื้องต้นเกี่ยวกับองค์ความรู้ด้านความยั่งยืนที่จำเป็นสำหรับบัณฑิตระดับปริญญาโทสาขาการจัดการการบริการ: มุมมองจากภาคอุตสาหกรรมไทย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/282910 <p>ความยั่งยืนได้กลายเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของภาคบริการ ส่งผลให้เกิดความคาดหวังใหม่ต่อบัณฑิตให้มีองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน แม้ว่าการวิจัยด้านการศึกษาความยั่งยืนที่มีอยู่จะได้เสนอกรอบสมรรถนะสำหรับบัณฑิตในสาขานี้แล้ว แต่ยังขาดงานวิจัยเชิงประจักษ์ที่ระบุเนื้อหาวิชา หรือหัวข้อความรู้ด้านความยั่งยืนที่ควรถูกบรรจุไว้ในหลักสูตรการจัดการการบริการเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม งานวิจัยนี้มุ่งเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว โดยระบุเนื้อหาความรู้ด้านความยั่งยืนที่ผู้ประกอบการในธุรกิจบริการคาดหวังให้ผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทเข้าใจ การวิจัยนี้อ้างอิงหัวข้อความยั่งยืนจากบทความวิจัยเป็นกรอบแนวทาง และใช้วิธีสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้างกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 10 คนจากภาคการศึกษา ภาคธุรกิจบริการ และองค์กรที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ข้อมูลที่ได้ถูกวิเคราะห์เชิงเนื้อหา และพบประเด็นองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน 11 ประการที่สำคัญต่อบัณฑิตระดับปริญญาโท สรุปผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงการบูรณาการของสมรรถนะเชิงกลยุทธ์ เชิงปฏิบัติการ และเชิงระบบ โดยเน้นการคิดเชิงระบบ (systems thinking) ความรับผิดชอบต่อการดำเนินงาน (accountability) และการวัดผลกระทบ (impact measurement) ผลลัพธ์ของการวิจัยนี้จึงได้เสนอกรอบแนวคิดสำหรับการออกแบบหลักสูตร เพื่อให้การศึกษาด้านการบริการสอดคล้องกับความคาดหวังของอุตสาหกรรมและแนวทางความยั่งยืนร่วมสมัย ทั้งยังเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนมุมมองของผู้ประกอบการในบริบทของประเทศไทย</p> สุพจน์ ชุณหโชติอนันต์, ชุติมา พลอยจันทร์กุล, ศรัญญิการ์ สรรค์ศุภกิจ, ศศิกานต์ ฉัตรวิจิตร, พุทธิพงศ์ จุลกสิกร, พรพรรณ รูปกลม ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารบริหารธุรกิจและสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/ibas/article/view/282910 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700