https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/issue/feed วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 2022-06-29T11:31:01+07:00 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิ่นวดี ศรีสุพรรณ ubusocj@ubu.ac.th Open Journal Systems <p><strong>วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี</strong></p> <p>เป็นวารสารที่ตีพิมพ์บทความภาษาไทย/ภาษาอังกฤษ<br />โดยเปิดรับบทความวิจัย (Research paper) บทความวิชาการ (Academic article) <br />และเผยแพร่ในรูปแบบวารสารอิเล็กทรอนิกส์ <strong>ISSN 2697-391X (Online)</strong></p> <p>วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี<br />ได้รับการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการที่อยู่ในฐานข้อมูล TCI</p> <p>รอบที่ 4 ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2564-2567 ให้อยู่ในกลุ่มที่<strong> 1</strong></p> <p><strong><br /></strong>ตั้งแต่ ฉบับที่ 2 เดือนกรกฎาคม - ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป <br />ดาวน์โหลดบทความฉบับที่เผยแพร่เป็นรูปเล่ม &gt;&gt; <a href="https://www.ubu.ac.th/web/research/content/UBUSOC-Journal%20-%20%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87/">ที่นี่</a></p> https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/250846 ความสอดคล้องของภาพสะท้อนความคาดหวังของสังคมไทยที่มีต่อเด็กผ่านความหมายชื่อนิทานกับเนื้อความ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ 2022-04-17T12:09:07+07:00 พิชณี โสตถิโยธิน pitchanee.sot@mahidol.ac.th <p>งานวิจัยนี้ศึกษาความสอดคล้องของภาพสะท้อนความคาดหวังของสังคมไทยที่มีต่อเด็กผ่านความหมายชื่อนิทานและเนื้อความ พ.ร.บ. ส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ การศึกษาความหมายชื่อนิทานเก็บข้อมูลคำศัพท์ 1,845 คำจากนิทาน 750 เรื่อง วิเคราะห์คำศัพท์ด้วยทฤษฎีวงความหมาย วงความหมายที่ได้สะท้อนให้เห็นสารของวงนั้น ๆ พบสารจากวงความหมาย 90 วง เช่น วงความหมายธรรมชาติ วัฒนธรรม ส่วนการศึกษาเนื้อความ พ.ร.บ. เก็บข้อมูลพ.ร.บ. ฉบับ พ.ศ. 2550 และ 2560 นำมาวิเคราะห์หาใจความสำคัญ พบสารจากเนื้อความ พ.ร.บ. 11 ด้าน ครอบคลุม 23 ประเด็น เช่น ครอบครัว สุขภาพ สารจากทั้ง 2 แหล่งข้อมูลสะท้อนความคาดหวังของสังคมไทยที่มีต่อเด็ก นำสารของทั้งคู่มาวิเคราะห์ความสอดคล้อง พบสารจากวงความหมายชื่อนิทานส่วนใหญ่สอดคล้องกับสารจากเนื้อความ พ.ร.บ. แต่ไม่ครอบคลุมด้านเด็กพิการ กระบวนการยุติธรรม และการศึกษา ซึ่งนักเขียนสามารถนำไปผลิตนิทานสร้างความรู้ความเข้าใจให้เด็กโดยรัฐควรให้การสนับสนุนจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กและประเทศต่อไป</p> <p> </p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/251380 การประกอบสร้างอัตลักษณ์ของการวิ่ง 2021-12-28T15:11:45+07:00 รศ.ดร.วรรณวิสาข์ ไชยโย wanwisacmu@gmail.com <p>บทความวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการสร้างอัตลักษณ์ของการวิ่งและเงื่อนไขบริบททางสังคมที่มีผลต่อการสร้างอัตลักษณ์ของการวิ่ง การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ รวบรวมข้อมูลจากสื่ออินเทอร์เน็ต การสังเกตแบบมีส่วนร่วม และการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกนักวิ่งจำนวน 30 คน ใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง เพื่อให้ได้ข้อมูลและนำมาวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีทางปรัชญา ผลการวิจัยพบว่า การสร้างอัตลักษณ์ของการวิ่งเป็นปรากฏการณ์ ทางสังคมที่เกิดขึ้นในเชิงกระบวนการเริ่มต้นจากเงื่อนไขที่เกิดจากแรงจูงใจสามประการคือ ความต้องการลดน้ำหนัก ความต้องการมีสุขภาพดี และความต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง ส่วนเงื่อนไขบริบททางสังคมที่มีผลต่อการสร้างอัตลักษณ์ของการวิ่ง ได้แก่ เพื่อน ครอบครัว องค์กรการทำงาน และสื่ออินเทอร์เน็ต จากนั้นนักวิ่งได้มีกระบวนการสร้างอัตลักษณ์ด้วยการกำหนดรูปแบบการดำเนินชีวิต การบริโภคสินค้าแฟชั่น การโพสต์สถิติการวิ่งและการใช้ภาษาสื่อสารในสังคมออนไลน์ เพื่อบ่งบอกความเป็นตัวตน รสนิยม ชนชั้น การสังกัดกลุ่มทางสังคมและความต้องการเป็นที่ยอมรับของสังคม</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/251809 บัณฑิตอาสากับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ความขัดแย้ง บ้านจลาโก ตำมะนังดาลำ อำสายบุรี จังหวัดปัตตานี 2021-12-16T16:16:06+07:00 อลิษา หะสาเมาะ alisa.h@psu.ac.th <p>บทความวิจัยนี้นำเสนอผลการดำเนินงานและวิเคราะห์บทบาทบัณฑิตอาสาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนบ้านจลาโก ตำบลมะนังดาลำ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี กลุ่มตัวอย่าง คือ บัณฑิตอาสา 1 คน พี่เลี้ยงบัณฑิตอาสา 2 คน เยาวชนอายุ 15-18 ปี จำนวน 5 คน ผู้นำชุมชน 3 คน ผู้หญิง 7 คน ผู้สูงอายุ 5 คน ระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้คือ การวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือวิจัย ได้แก่ การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์ การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม ผลการวิจัยพบว่า ผลการทำงานของบัณฑิตอาสาในโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชน พบว่า บัณฑิตอาสามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาโจทย์การพัฒนาและการออกแบบกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชน ได้แก่ กิจกรรมให้เยาวชนเยี่ยมผู้สูงอายุ การแข่งกีฬา การจัดตั้งกลุ่มเด็กและเยาวชนเพื่อทำกิจกรรมจิตอาสา เช่น การทำความสะอาด กุโบร์ จนเกิดกิจกรรมอย่างน้อย 4 ด้าน คือ 1) ด้านการสานความสัมพันธ์ 2) ด้านภูมิปัญญา 3) ด้านการพัฒนาตนเอง 4) ด้านความรู้และทักษะ</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/251636 ปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งน้ำชุมชนของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรี 2022-03-22T13:45:27+07:00 ฐิติวัฒน์ ตรีวงศ์ titiwat.t@cit.kmutnb.ac.th นิรัตน์ แย้มโอษฐ์ nirat.y@cit.kmutnb.ac.th <p>งานวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับและลําดับความสําคัญ ของปัจจัยด้านการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งน้ำชุมชนของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ฝั่งธนบุรี ตลอดจนเสนอแนะแนวทางในการเสริมสร้างการมีส่วนร่วมดังกล่าว โดยกลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรีจาก 15 เขต เป็นจำนวนทั้งสิ้น 6,240 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การแจกแจงความถี่ สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรี มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งน้ำชุมชนของในระดับปานกลาง และให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมด้านการรักษาแหล่งน้ำชุมชนมากที่สุด ทั้งนี้ ควรส่งเสริมการมีส่วนร่วมดังกล่าว โดยเน้นให้ความสำคัญกับการรักษาแหล่งน้ำชุมชนเป็นลำดับแรก ร่วมกับส่งเสริมการฟื้นฟูและการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชน เพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุดตามการให้ความสำคัญของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครฝั่งธนบุรี</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/253287 การศึกษาภูมิทัศน์ภาษาศาสตร์ของตลาดท่าเสด็จ จังหวัดหนองคาย 2022-04-04T15:32:02+07:00 จารญา อนันตะวัน charaya.anan@gmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาภาษาบนป้ายสาธารณะและวิเคราะห์หน้าที่ของภาษาที่ปรากฏในตลาดท่าเสด็จ จังหวัดหนองคาย งานวิจัยนี้ ใช้แนวคิดภูมิทัศน์ภาษาศาสตร์ของ Landry and Bourhis ในการวิเคราะห์ภาษาที่ปรากฏและหน้าที่ของภาษา โดยเก็บข้อมูลจากป้ายสาธารณะทุกประเภททั้งป้ายของภาครัฐและป้ายของภาคเอกชนทั้งหมดจำนวน 558 ป้าย ผลการศึกษาพบว่าภาษาที่ปรากฏอยู่ในพื้นที่ตลาดท่าเสด็จมีทั้งหมด 12 ภาษา ภาษาไทยพบมากที่สุดและเป็นภาษาหลักของพื้นที่ รองลงมาตามลำดับคือภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาลาว ภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ที่พบ ได้แก่ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเวียดนาม ภาษาญี่ปุ่น ภาษาเยอรมัน ภาษาเกาหลี ภาษาพม่า ภาษาเขมร และภาษาอาฟรีกานส์ ภาษาบริเวณตลาดท่าเสด็จทำหน้าที่ในการให้ข้อมูล มากกว่าหน้าที่ในเชิงสัญลักษณ์ โดยหน้าที่ในการให้ข้อมูลคิดเป็นร้อยละ 67.59 และหน้าที่ในเชิงสัญลักษณ์คิดเป็น ร้อยละ 32.41 ผลการศึกษาสะท้อนให้เห็นว่าตลาดท่าเสด็จเป็นพื้นที่พหุภาษา เนื่องด้วยปัจจัยของพื้นที่ตลาดท่าเสด็จมีลักษณะเป็นพื้นที่การท่องเที่ยว ประกอบกับเป็นพื้นที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการค้าขาย ส่งออกสินค้าและบริการ จึงมีผู้มาใช้บริการต่าง ๆ จากประเทศเพื่อนบ้าน</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/250298 กลวิธีการแปลชื่อละครเกาหลีบนเว็บไซต์เน็ตฟลิกซ์ 2021-11-22T12:48:44+07:00 รุจนี จีระกมล rujj.19141994@gmail.com <p>บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์กลวิธีการแปลชื่อละครเกาหลี<br />บนเว็บไซต์เน็ตฟลิกซ์ ซึ่งเก็บรวบรวมข้อมูลจากภาพปกละครประเภทรายการทีวี<br />ในหมวดหมู่ดราม่าเกาหลีที่ปรากฏบนเว็บไซต์เน็ตฟลิกซ์ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563 จำนวนทั้งหมด 261 เรื่อง โดยนำชื่อละครดังกล่าวมาวิเคราะห์กลวิธีการแปลชื่อจากภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทยตามแนวคิดและทฤษฎีการแปลของ Newmark และมีการปรับเปลี่ยนและประยุกต์ให้เหมาะสมกับงานวิจัยนี้ ผลการวิจัยพบกลวิธีทั้งหมด 8 วิธี ได้แก่ <br />1) การแปลแบบตรงตัว 2) การแปลแบบตรงภาษา 3) การแปลตรงความหมาย <br />4) การแปลแบบสื่อสาร 5) การแปลแบบอิสระ 6) การแปลแบบปรับเปลี่ยน <br />7) การแปลแบบใช้กลวิธีการแปลมากกว่า 1 วิธี และ 8) การไม่แปล โดยพบ<br />การแปลในลักษณะนี้ 2 ประเภท คือ การทับศัพท์ภาษาไทยและการทับศัพท์ภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาไทย กลวิธีที่พบมากที่สุด คือ การแปลแบบปรับเปลี่ยน พบร้อยละ 49.81 ส่วนกลวิธีที่พบน้อยที่สุด คือ การแปลแบบตรงตัว พบร้อยละ 0.77</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/252304 ความสำคัญของเทพเจ้าในคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง 2021-12-20T10:54:09+07:00 ณัฐพล ใจเอี่ยม nattapolc60@nu.ac.th <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสำคัญของเทพเจ้าในคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง ผลการศึกษาปรากฏเทพเจ้าจำนวนทั้งสิ้น 20 องค์ จำแนกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการคชศาสตร์คือเทพเจ้าที่ปรากฏอยู่ในตำราคชศาสตร์และเป็นเทพเจ้าที่หมอช้างนับถือกันว่าเป็นบรมครูแห่งการช้างหรือปกปักรักษาช้าง มีจำนวน 9 องค์ และเทพเจ้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับการคชศาสตร์คือเทพเจ้าที่ไม่ปรากฏในตำราคชศาสตร์ แต่ผู้ประพันธ์อ้างถึงในคำฉันท์ซึ่งการที่ผู้ประพันธ์อ้างถึงเทพเจ้าเหล่านี้เพราะเป็นขนบการขอพรหรือเป็นสิ่งที่อำนวยประโยชน์แก่ช้างและเป็นสิ่งเฉลิมพระราชศรัทธาของพระมหากษัตริย์ตลอดจนประชาชนทั่วไปซึ่งถือเป็นการแสดงพระบรมเดชานุภาพอีกทางหนึ่งมีจำนวน 11 องค์</p> <p> ความเชื่อเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าเทพเจ้าถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญต่อคำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างและพระราชพิธีสมโภชขึ้นระวางช้างสำคัญในแง่ของการเป็นศูนย์รวมความศรัทธาที่ผู้ประกอบพิธีอัญเชิญเทพเจ้าเพื่อให้เกิดความสวัสดิมงคลต่อพระมหากษัตริย์และช้างสำคัญ นอกจากนี้ เทพเจ้าที่ปรากฏในคำฉันท์ยังมีนัยแฝงถึงความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ผ่านความศรัทธาที่มีต่อเทพเจ้าด้วย ดังนั้น เทพเจ้าจึงมีความสำคัญต่อวรรณกรรมพระราชพิธีอย่าง “คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้าง” เป็นอย่างยิ่ง</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/250670 โบราณคดีคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) กลางเวียงเชียงใหม่ 2021-11-28T18:00:23+07:00 khomsi meepukdee khomsee@hotmail.com <p>บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีที่ได้จากการขุดค้น ในบริเวณ คุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) เชียงใหม่ และเพื่อศึกษาพัฒนาการการใช้พื้นที่ของคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) จากการศึกษาพบว่าคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) เชียงใหม่ สร้างโดยเจ้าบุรีรัตน์ (มหาอินทร์) ในปี พ.ศ. 2416 ผลการศึกษาโบราณวัตถุ ส่วนใหญ่เป็นชิ้นส่วนของกระเบื้องหลังคา รองลงมาคือ โบราณวัตถุประเภทเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อนำโบราณวัตถุที่ได้มาศึกษาร่วมกับผลของค่าอายุทางวิทยาศาสตร์แล้ว พบว่ามีความสอดคล้องกัน กล่าวคือ ผลของค่าอายุทางวิทยาศาสตร์คือ มีค่าอายุ 348<u>+</u>21 BP คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 21-22 โดยโบราณวัตถุที่นำไปหาค่าอายุคือ ข้าวสารเผาไฟ นอกจากนั้น โบราณวัตถุที่พบซึ่งเป็นเครื่องถ้วยจีนนั้น พบตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน ราชวงศ์หมิงจนถึงสมัยราชวงศ์ชิงตั้งแต่สมัยกลางพุทธศตวรรษที่ 19 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 22</p> <p>จากหลักฐานโบราณคดี พัฒนาการของการใช้พื้นที่ แบ่งออกเป็น 3 ช่วงคือ ช่วงแรก การใช้พื้นที่ในช่วงแรกก่อนสมัยล้านนา ช่วงที่สอง การใช้พื้นที่ในสมัยล้านนา และ ช่วงที่สาม การใช้พื้นที่ร่วมสมัยกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ โดยชั้นวัฒนธรรมที่พบหลักฐานโบราณคดี พบในชั้นดินที่ 3-4 แบ่งย่อยออกเป็น 2 ระยะ คือก่อนอาณาจักรล้านนา และสมัยอาณาจักรล้านนา กำหนดอายุได้ราวพุทธศตวรรษที่ 19-22 และ ช่วงที่สาม การใช้พื้นที่ร่วมสมัยกับคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ ในชั้นดินที่ 2 ร่วมกับการสร้างคุ้มเจ้าบุรีรัตน์ในกลางพุทธศตวรรษที่ 25</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/251035 ปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัย และมาตรฐานการลงโทษของ อ.ก.พ. กระทรวง 2021-12-03T10:04:44+07:00 ตรีเนตร สาระพงษ์ treeneat.s@ubu.ac.th <p>บทความมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเกี่ยวกับมาตรฐาน การดำเนินการ ทางวินัยและการลงโทษทางวินัยของคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง (อ.ก.พ. กระทรวง) และการเปรียบเทียบกฎหมายเกี่ยวกับการดำเนินการทางวินัยของข้าราชการประเภทต่าง ๆ โดยใช้การวิจัยเอกสาร การสัมภาษณ์ และการจัดประชุมแบบสนทนากลุ่ม จากการศึกษาพบปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอนหรือกระบวนการในการดำเนินการทางวินัยที่มีมาตรฐานแตกต่างกัน และเป็นกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับบุคคลและคณะบุคคลหลายฝ่าย เช่น ผู้บังคับบัญชา หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้ง นอกจากนั้นจากการศึกษายังพบปัญหาเกี่ยวกับการปรับฐานความผิดและปัญหามาตรฐานการลงโทษทางวินัยที่ ลักลั่นกันอยู่ ตัวอย่างเช่น การกระทำที่มีลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน แต่มีการปรับฐานความผิดแตกต่างกัน และเมื่อมีการปรับฐานความผิดที่แตกต่างกัน ในประเด็นเกี่ยวกับฐานทุจริต ประพฤติชั่ว ชู้สาว และละทิ้งหน้าที่ จึงก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่บุคคลผู้ถูกลงโทษทางวินัย ซึ่งข้าราชการประเภทต่าง ๆ ควรปรับการลงโทษให้มีมาตรฐานเดียวกัน</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/252645 การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับครูประถมศึกษาในการเสริมสร้างสมรรถนะการคิดขั้นสูงของผู้เรียน 2022-02-07T15:50:52+07:00 Duangjai Seekheio hnoo_dj@hotmail.com <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรม 2) เพื่อพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพของหลักสูตรฝึกอบรม 3) เพื่อทดลองใช้และประเมินประสิทธิผล ด้านสมรรถนะการออกแบบการจัดการเรียนรู้ (ความรู้ ทักษะ เจตคติ) และด้านความพึงพอใจต่อหลักสูตรฝึกอบรม กลุ่มเป้าหมายในการทดลองใช้หลักสูตร คือ นิสิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒmที่กำลังฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู จำนวน 22 คน ผลการวิจัย พบว่า 1) ครูประถมศึกษามีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมด้านการออกแบบการจัดการเรียนรู้ในการเสริมสร้างสมรรถนะการคิดขั้นสูง 2) หลักสูตรฝึกอบรม ประกอบด้วย หลักการและเหตุผล วัตถุประสงค์ เนื้อหา โครงสร้าง กิจกรรม สื่อและการประเมินผลของหลักสูตร หลักสูตรฝึกอบรมมีประสิทธิภาพ ในระดับมากที่สุด 3) ผลการทดลองใช้หลักสูตร พบว่า ผู้เข้ารับการอบรมมีสมรรถนะ ด้านความรู้ ความสามารถ และเจตคติในการออกแบบการจัดการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 และผู้เข้าร่วมการอบรมมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรฝึกอบรมในระดับมากที่สุด</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/251574 อิทธิพลของคุณลักษณะของงานและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ที่มีผลต่อประสิทธิผลการเรียนออนไลน์ในธุรกิจโรงแรม 2021-12-14T14:29:03+07:00 กฤตกร นวกิจไพฑูรย์ kengha_di@hotmail.com ยศพัทธ์ ปาลคำ kengha_di@hotmail.com <p>การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับและความสัมพันธ์ระหว่างคุณลักษณะของงานและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์กับประสิทธิผลการเรียนออนไลน์ในธุรกิจโรงแรม และ 2) ศึกษาอิทธิพลของคุณลักษณะของงานและแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ ที่มีต่อประสิทธิผลการเรียนออนไลน์ในธุรกิจโรงแรม การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยใช้แบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากพนักงานของโรงแรมขนาดใหญ่ระดับห้าดาวแห่งหนึ่งในประเทศไทย จำนวน 330 คน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) พนักงานมีความเห็นต่อคุณลักษณะของงาน แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ และประสิทธิผลการเรียนออนไลน์ อยู่ในระดับมาก นอกจากนี้คุณลักษณะของงานมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิผลการเรียนออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับปานกลาง (r = 0.44) และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับประสิทธิผลการเรียนออนไลน์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 โดยมีความสัมพันธ์อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ (r = 0.38) 2) คุณลักษณะของงานด้านความหลากหลายทางทักษะ ความมีอิสระของงาน และผลสะท้อนกลับของงาน และแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านความต้องการความสำเร็จและความต้องการอำนาจ มีอิทธิพลเชิงบวกต่อประสิทธิผลการเรียนออนไลน์ ในขณะที่แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ด้านความต้องการความผูกพันมีอิทธิพลเชิงลบต่อประสิทธิผลการเรียนออนไลน์ของพนักงาน </p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/human_ubu/article/view/251847 การพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี 2022-05-23T15:35:56+07:00 กรรณิกา นาคพันธ์ แก้วสมุทร์ kannikanakphan@gmail.com <p>งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงปริมาณ โดยมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย เพื่อเปรียบเทียบทักษะการอ่านภาษาอังกฤษของนักศึกษาก่อนและหลังเรียนด้วย การจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และเพื่อศึกษาความคิดเห็นของนักศึกษา ที่มีต่อการพัฒนาทักษะการอ่านภาษาอังกฤษโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน โดยเลือกกลุ่มตัวอย่างจำนวน 132 คน คือ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาอังกฤษ ชั้นปีที่ 3 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชา 1553431 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัยใช้แบบทดสอบและแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสูตรสัมประสิทธิ์อัลฟ่าของครอนบาค ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษามีทักษะในการอ่านภาษาอังกฤษหลังจาก ที่ได้รับการฝึกโดยการจัดการเรียนการสอนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานสูงขึ้นและนักศึกษามีความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( = 3.96, S.D. = 0.62)</p> 2022-06-29T00:00:00+07:00 Copyright (c) 2022 วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี