สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็น โรงเรียนพระราชทาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี

Main Article Content

สราญรัตน์ โพนค้อ
ฐิติพร พิชญกุล
กันต์ฤทัย คลังพหล

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนพระราชทานสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานีเป็นการวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู ในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี จำนวน 311 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน และใช้วิธีการสุ่มแบบแบ่งชั้น และทำการสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ที่มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความต้องการจำเป็น


ผลการวิจัยพบว่าสภาพปัจจุบันของการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนพระราชทานโดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากสภาพที่พึงประสงค์ของการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนพระราชทานโดยรวมทุกด้านอยู่ในระดับมากที่สุดและความต้องการจำเป็นของการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็นโรงเรียนพระราชทานเรียงลำดับจากมากไปน้อยได้แก่ด้านการบริหารและการจัดการศึกษาด้านการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการด้านคุณภาพนักเรียนด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ และด้านความดีเด่นของสถานศึกษาตามลำดับ

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โพนค้อ ส. ., พิชญกุล ฐ. ., & คลังพหล ก. . (2026). สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการบริหารสถานศึกษาสู่การเป็น โรงเรียนพระราชทาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี . วารสารวิชาการ การจัดการภาครัฐและเอกชน, 8(1), 319–333. สืบค้น จาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/appm/article/view/280770
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กระทรวงศึกษาธิการ. (2562). คู่มือการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

ขจรศักดิ์ เขียวน้อย. (2565). การประเมินความต้องการจำเป็นของการบริหารจัดการสถานศึกษาขนาดเล็กเพื่อรับรางวัลพระราชทาน. วารสารสุโขทัยธรรมาธิราช, 35(1), 57–67.

ขวัญพิชชา มีแก้ว. (2562). การบริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาจันทบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี].

คำปิ่น ทีสุกะ. (2562). รายงานการพัฒนาคุณภาพการศึกษาสู่โรงเรียนพระราชทานโดยใช้รูปแบบ GLISS ของโรงเรียนบ้านเหล่าพัฒนา ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครพนม เขต 2.

ธีระ รุญเจริญ. (2545). ผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ: ศักยภาพเพื่อการเรียนรู้. ข้าวฟ่าง.

พศวัต สาระอาวาส. (2564). การพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาสู่โรงเรียนพระราชทานขนาดเล็กสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน [วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม].

รัก ชินทัพไทย. (2559). ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารสถานศึกษากับประสิทธิผลของโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 10 [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร].

รัชพล คชชารุ่งโรจน์. (2548). คิดทำหลากหลายกลยุทธ์การบริหารจัดการ โรงเรียนทันสมัย.

สัมมา รธนิธย์. (2560). หลักทฤษฎีและปฏิบัติการบริหารการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 4). ข้าวฟ่าง.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). คู่มือประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทาน. ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาปทุมธานี. (2568). แผนปฏิบัติการประจำปี 2568. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ.

สำนักทดสอบทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2560). คู่มือการประเมินสถานศึกษาเพื่อรับรางวัลพระราชทานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา. กระทรวงศึกษาธิการ.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2562). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น (พิมพ์ครั้งที่ 4). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

Hallinger, P., & Heck, R. H. (1998). Exploring the principal's contribution to school effectiveness: 1980-1995. School Effectiveness and School Improvement, 9(2), 157–191.

Hallinger, P., & Murphy, J. F. (1985). Assessing the instructional leadership behavior of principals. The Elementary School Journal, 86(2), 217–248.

Leithwood, K., & Jantzi, D. (2005). A review of transformational school leadership research 1996–2005. Leadership and Policy in Schools, 4(3), 177–199.