วารสารนิเทศศาสตร์ มสธ.
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JOCASTOU
<p><strong>วารสารนิเทศศาสตร์ มสธ.<br /></strong><strong>ISSN 3088-2052 (Online)</strong></p> <p><strong>กำหนดออก: </strong>2 ฉบับต่อปี ฉบับที่ 1 มกราคม - มิถุนายน และฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม </p> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์: <br /></strong>วารสารฯ มีนโยบายรับตีพิมพ์บทความของนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ นักวิชาการ นักวิจัย นักวิชาชีพ นวัตกร และบุคคลทั่วไปที่มีผลงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยเป็นวารสารที่นำเสนอบทความงานวิจัยและบทความทางวิชาการทุกลักษณะ ขอบข่ายครอบคลุมงานวิชาการทางด้านนิเทศศาสตร์ การสื่อสาร และนวัตกรรม เป็นวารสารวิชาการที่มีมาตรฐานตามเกณฑ์วารสารวิชาการระดับชาติที่เผยแพร่ผลงานบทความวิชาการ (Article) หรือบทความวิจัย (Research Article) บทความวิจารณ์หนังสือ (Book Review) และบทความปริทัศน์ (Review Article) เพื่อเป็นแหล่งในการพัฒนาองค์ความรู้ด้านนิเทศศาสตร์ ด้านวารสารศาสตร์ ด้านสื่อสารมวลชน ด้านการสื่อสารดิจิทัล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการสื่อสาร และนวัตกรรม</p> <pre id="tw-target-text" class="tw-data-text tw-text-large tw-ta" dir="ltr" data-placeholder="คำแปล"><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์: </strong>ไม่เสียค่าใช้จ่าย</pre>
สาขาวิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ถนนแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด นนทบุรี
th-TH
วารสารนิเทศศาสตร์ มสธ.
3088-2052
-
การสื่อสารเชิงกลยุทธ์งานหัตถศิลป์เพื่อส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์: การวิเคราะห์เปรียบเทียบประเทศไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JOCASTOU/article/view/289884
<p> บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์องค์ประกอบของการสื่อสารเชิงกลยุทธ์งานหัตถศิลป์ ที่ภาครัฐและผู้ประกอบการของไทย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ใช้ในการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ 2) เปรียบเทียบ บทบาทของทรัพย์สินทางปัญญาและกลไกการรับรองทางวัฒนธรรมในฐานะสารที่รับรองความแท้จริงของงานหัตถศิลป์ในกระบวนการสื่อสาร และ 3) สังเคราะห์กรอบการสื่อสารเชิงกลยุทธ์งานหัตถศิลป์ เพื่อส่งเสริม ซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เอกสารร่วมกับการศึกษา กรณีเปรียบเทียบข้อมูล ประกอบด้วย เอกสารนโยบายและกฎหมาย สถิติจากองค์การทรัพย์สินทางปัญญา โลกและหน่วยงานของรัฐ และกรณีศึกษางานหัตถศิลป์ 8 กรณีกับกรณีเปรียบเทียบเสริม 1 กรณี ซึ่งคัดเลือก แบบเจาะจงตามเกณฑ์สามข้อคือ มีการรับรองด้วยทรัพย์สินทางปัญญา หรือสถานะมรดกภูมิปัญญาที่ตรวจ สอบได้ มีหลักฐานการสื่อสารสู่สาธารณชนต่างประเทศ และมีเอกสารทางการรองรับ เก็บและวิเคราะห์ข้อมูล ระหว่างเดือนตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2569 เครื่องมือวิจัยคือ แบบบันทึกการวิเคราะห์ เอกสารหกหมวดที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นจากกรอบแนวคิดของการวิจัย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา เชิงคุณภาพตามกรอบการสื่อสารเชิงกลยุทธ์ และการสร้างแบรนด์ประเทศ และตรวจสอบความน่าเชื่อถือด้วย การตรวจสอบสามเส้าด้านแหล่งข้อมูล<br /> ผลการวิจัยพบว่า 1) ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้จัดวางการสื่อสารงานหัตถศิลป์ไว้ในระบบนิเวศเนื้อหา ระดับชาติ มีสถาบันเจ้าภาพที่ชัดเจน งบประมาณต่อเนื่อง และใช้สื่อบันเทิงเป็นช่องทางนำ ขณะที่ไทยสื่อสาร แบบแยกส่วนตามหน่วยงาน โดยยังไม่มีเรื่องเล่าหลักร่วมระดับชาติ 2) ทรัพย์สินทางปัญญา โดยเฉพาะสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ และกลไกการรับรองทางวัฒนธรรม เช่น การขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญามีศักยภาพในการทำ หน้าที่เป็นสัญญาณความน่าเชื่อถือที่ช่วยให้ผู้รับสารประเมินความแท้จริงของงานหัตถศิลป์ได้สะดวกขึ้น ทว่าเอกสารที่วิเคราะห์ชี้ว่าไทยยังใช้สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในฐานะเครื่องมือทางกฎหมายมากกว่าเครื่องมือ เล่าเรื่อง กรณีผ้าไหมยกดอกลำพูนที่ปรากฏในมิวสิกวิดีโอของศิลปินลิซ่า เป็นตัวอย่างที่แสดงว่า เมื่อการรับรองผนวกกับผู้ส่งสารที่มีอิทธิพลและช่องทางบันเทิง การมองเห็น และการรับรู้แหล่งที่มาสามารถ ขยายข้ามพรมแดนได้ในเวลาอันสั้น และ 3) ผู้วิจัยสังเคราะห์แบบจำลองการสื่อสารงานหัตถศิลป์สามชั้น ในฐานะข้อเสนอเชิงแนวคิด ประกอบด้วย ชั้นรับรอง ชั้นเรื่องเล่า และชั้นขยายผล ซึ่งควรทำงานประสานกัน ภายใต้กลไกประสานงานระดับชาติเพื่อสนับสนุนงานหัตถศิลป์ในฐานะทรัพยากรซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศ</p>
อิศเรศ ศันสนีย์วิทยกุล
ปภาวัลย์ สุทธิประสิทธิ์
ปรัชญา ชุ่มนาเสียว
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารนิเทศศาสตร์ มสธ.
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-09-06
2026-09-06
16 2
1
25