วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM <p> วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (Journal of Environmental and Sustainable Management: JESM) เป็นสื่อกลางในการเผยแพร่บทความในสหสาขาวิชาการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่มีขอบข่ายครอบคลุมตั้งแต่ 2 สาขาวิชาขึ้นไปร่วมกัน ได้แก่ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบริหารการจัดการ สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ และสาขาวิชาอื่นที่มีนัยทางทฤษฎีหรือการประยุกต์ใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นด้านทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อมในชุมชนเมือง มลพิษอุตสาหกรรม รวมถึง มิติด้านวัฒนธรรม ในมุมมองภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาชน โดยมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้และส่งเสริมการเผยแพร่ผลงานวิชาการ สู่ผู้สนใจทั่วไปในทุกสาขาวิชา</p> <p> กองบรรณาธิการ วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนเปิดรับบทความภาษาไทย ในประเภทบทความวิจัย (Research Article) บทความวิชาการ (Journal Article) บทความปริทัศน์ (Review Article) และบทวิจารณ์หนังสือ (Book Review) จากผู้ทรงคุณวุฒิ นักวิชาการอิสระ คณาจารย์ นักศึกษา และผู้สนใจทั่วไป โดยผลงานที่เสนอเพื่อตีพิมพ์ในวารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมจะต้องไม่เคยตี พิมพ์เผยแพร่ที่ใดมาก่อน และต้องไม่อยู่ระหว่างการเสนอเพื่อพิจารณาตีพิมพ์ในวารสารฉบับอื่น</p> th-TH jem@nida.ac.th (อาจารย์ ดร.อัจฉรา โยมสินธุ์) jem@nida.ac.th (นางสาวสุชีลา นิลโคตร) Mon, 29 Dec 2025 15:44:48 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 คำแนะนำวารสาร https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/283962 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/283962 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ฉบับสมบูรณ์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/283959 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/283959 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 บทบรรณาธิการ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/283960 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/283960 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 หนังสือน่าอ่าน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/283961 ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/283961 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืนขององค์กร กรณีศึกษา เขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/280093 <p> การศึกษามีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำเนินการของเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซีตามหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาหรืออุปสรรคเพื่อเสนอแนะแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม งานวิจัยนี้เป็นงานวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) กับผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่เขตประกอบการฯ ผู้นำชุมชน ประชาชน หน่วยงานภาครัฐ นักวิชาการจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง/องค์กรพัฒนาเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประยุกต์ใช้ตัวชี้วัดธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม (The Access Initiative, TAI) เป็นกรอบในการศึกษา เนื่องจากตัวชี้วัดดังกล่าวมุ่งเน้นการประเมิน “กระบวนการ” ประกอบด้วย 3 หมวด คือ การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ และการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม</p> <p> ผลการศึกษาพบว่า การดำเนินการเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี มีการดำเนินการตามหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม และเป็นไปตามกฎหมาย มีกระบวนการการเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อต่างๆ การสานเสวนารับฟังความคิดเห็นและรับรู้ความต้องการของประชาชน เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมชุมชน รวมทั้งมีกระบวนการชดเชย เยียวยาในกรณีที่ประชาชนได้รับผลกระทบ ข้อเสนอแนะจากการศึกษา คือ ควรสร้างความรู้ ความเข้าใจแก่ชุมชนให้มากขึ้น และควรมีการกำหนดกระบวนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการอย่างชัดเจน รวมทั้งประชาชนต้องรู้สิทธิ หน้าที่ของตนเองเรียนรู้ เปิดใจและยอมรับการดำเนินการของเขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี</p> จุฑารัตน์ ชมพันธุ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/280093 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 อุปสรรคและแนวทางในการกำหนดตัวชี้วัดด้านการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย: การวิเคราะห์ด้วยกระบวนทัศน์สถาบันนิยมใหม่แนวสังคมวิทยา https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/280631 <p> การวิจัยเชิงคุณภาพครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอุปสรรคและแนวทางในการกำหนดตัวชี้วัดด้านการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย โดยใช้ข้อมูลเชิงเอกสารและข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้แทนหน่วยงานด้านการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์ในประเทศไทย จำนวน 10 แห่ง ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างระบบบริหารราชการไทยยังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หน่วยงานด้านการตั้งถิ่นฐานและความมั่นคงของมนุษย์หลายแห่งยังขาดความเข้าใจและยังไม่กำหนดตัวชี้วัดเกี่ยวกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อย่างไรก็ตามหน่วยงานเหล่านี้ยังจำเป็นต้องอาศัยกลไกเชิงสถาบัน เพื่อทลายข้อจำกัดด้านแรงเฉื่อยเชิงสถาบัน รวมถึงสร้างสภาพแวดล้อมที่เหนี่ยวนำให้เกิดการกำหนดตัวชี้วัดและนโยบายเกี่ยวกับการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน ในขณะที่ตัวชี้วัดเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวควรประกอบด้วย 5 ประเด็น ได้แก่ 1) ผังเมือง 2) โครงสร้างพื้นฐาน 3) กลไกสำหรับการป้องกันและเตรียมรับมือกับภัยพิบัติ 4) กลไกการคุ้มครองและการช่วยเหลือทางสังคม 5) คุณภาพชีวิตของสมาชิกในสังคม</p> ศิริพงศ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/280631 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การประเมินพฤติกรรมการสูบบุหรี่ในอาคารสนามบินนานาชาติของประเทศไทยภายหลังการยกเลิกห้องสูบบุหรี่: ข้อเสนอเชิงนโยบายโดยใช้แนวคิดการกระตุ้นทางพฤติกรรมแบบไม่บังคับ (นัดจ์) https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/279036 <p> แม้จะมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนเกี่ยวกับอันตรายของควันบุหรี่มือสองและฝุ่นละออง PM2.5 ต่อสุขภาพในพื้นที่สนามบิน แต่พฤติกรรมการสูบบุหรี่ในบริเวณที่ห้ามสูบยังคงเป็นปัญหาเชิงนโยบายในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินสถานการณ์พฤติกรรมการสูบบุหรี่ภายในและรอบสนามบินนานาชาติ 4 แห่งของไทย ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ และภูเก็ต หลังจากมีการยกเลิกห้องสูบบุหรี่ (DSRs) ในปี พ.ศ. 2562 โดยใช้วิธีการสังเกตอย่างมีแบบแผน (Structured observation) และหลักการ Nudges ในการวิเคราะห์พฤติกรรม ผลการวิจัยพบว่า ร้อยละ 99.7 ของผู้สูบบุหรี่สามารถปฏิบัติตามข้อห้ามภายในอาคารได้โดยสมัครใจ และพบว่าพฤติกรรมการละเมิดในพื้นที่นอกอาคาร เกี่ยวข้องกับข้อจำกัดด้านการออกแบบพื้นที่และการสื่อสาร เช่น การไม่มีป้ายชี้ทางไปยังจุดสูบบุหรี่ที่ชัดเจน หรือการขาดขอบเขตที่ระบุพื้นที่ห้ามสูบบุหรี่ การศึกษานี้เสนอการประยุกต์ใช้แนวคิด “Nudges” เพื่อออกแบบทางเลือกแก่ผู้ใช้บริการโดยอ้างอิงกรณีศึกษาสนามบินโคเปนเฮเกนและนโยบายของประเทศสิงคโปร์ ซึ่งสามารถลดพฤติกรรมละเมิดโดยไม่ต้องพึ่งบทลงโทษ ผลลัพธ์ของการศึกษาชี้ว่า แนวทางนี้สามารถนำไปสู่การจัดการพื้นที่สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน อีกทั้งไม่สนับสนุนอย่างยิ่งที่จะให้มีห้องสูบบุหรี่ในอาคารสนามบิน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้ใช้บริการและผู้ปฏิบัติงานประจำ</p> ชญานี วงศ์สุริยนันท์, เนาวรัตน์ เจริญค้า, นิภาพรรณ กังสกุลนิติ, จุฑารัตน์ ไข่ทา, สุวรรณา เรืองกาญจนเศรษฐ์, วิชช์ เกษมทรัพย์, ภัศรา จงขจรพงษ์, สตีเฟ่น ลอริน ฮาแมนน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/279036 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 ความเชื่อมโยงระหว่างมิติทางวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน กรณีศึกษาแคมเปญโฆษณาที่ส่งเข้าประกวดในเทศกาลคานส์ไลออนส์ปีค.ศ. 2025 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/281842 <p> งานวิจัยนี้ศึกษาการนำเสนอเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs) ผ่านแคมเปญโฆษณาที่ส่งประกวดในหมวด SDGs ของ Cannes Lions ปีค.ศ.2025 และความเชื่อมโยงระหว่างการนำเสนอ SDGs ในโฆษณากับ SDG Index จำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวด และมิติทางวัฒนธรรม 6 ด้านของ Hofstede (1980) การวิเคราะห์ 496 แคมเปญ จาก 61 ประเทศพบว่า SDGs ที่ถูกนำเสนอมากที่สุด 3 ลำดับ คือ สุขภาพดีและความเป็นอยู่ที่ดี ความเท่าเทียมทางเพศ และลดความเหลื่อมล้ำ ผลการทดสอบไคสแควร์แสดงความสัมพันธ์ระหว่างระยะห่างทางอำนาจและปัจเจกนิยม-กลุ่มนิยมกับการนำเสนอ SDGs ในโฆษณา เช่น จีน (ระยะห่างทางอำนาจสูง) นำเสนอสุขภาพดีและความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าสหรัฐฯ (ระยะห่างทางอำนาจต่ำ) ส่วนฟินแลนด์ (ปัจเจกนิยม) นำเสนอสุขภาพดีและความเป็นอยู่ที่ดี การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และชีวิตใต้น้ำ มากกว่าอินเดีย (กลุ่มกลุ่มนิยม) การวิเคราะห์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันชี้ว่า ปัจเจกนิยมสัมพันธ์เชิงบวกระดับต่ำกับจำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวด แม้จะมีข้อยกเว้น ปัจเจกนิยม-กลุ่มนิยมและการมุ่งเน้นระยะยาว-ระยะสั้นสัมพันธ์เชิงบวกกับการนำเสนอ SDGs ส่วนระยะห่างทางอำนาจสัมพันธ์เชิงลบกับ SDG Index ข้อค้นพบนี้สะท้อนบทบาทของมิติทางวัฒนธรรมในการสื่อสาร SDGs ผ่านโฆษณา และเสนอแนวทางในการนำความคิดสร้างสรรค์ไปกำหนดนโยบายและกลยุทธ์การสื่อสารเพื่อผลักดัน SDGs ในทุกระดับ</p> รัตนสุดา ปุณณะหิตานนท์, สรัฐ ศุภลักษณ์วัจนะ, ซิน ฟ่าน ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/281842 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การก่ออาชญากรรมสิ่งแวดล้อมจากการฟอกเขียวในอุตสาหกรรมรีไซเคิล: ผลกระทบต่อความยั่งยืนของระบบนิเวศและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/281995 <p> การวิจัยนี้มุ่งศึกษาความเข้าใจ การรับรู้ ความเชื่อมั่น และการตัดสินใจของผู้บริโภคต่อการตลาดสีเขียวและพฤติกรรมฟอกเขียวในอุตสาหกรรมรีไซเคิล โดยใช้กลุ่มตัวอย่างประชาชนในกรุงเทพมหานครจำนวน 430 คน ผ่านการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามและวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา การถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์ ผลการวิจัยชี้ว่า การรับรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการฟอกสีเขียวมีผลอย่างมีนัยสำคัญต่อความยั่งยืนของระบบนิเวศและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค (R = 0.780, R² = 0.608, P &lt; 0.001) เช่นเดียวกับความเชื่อมั่นและการตัดสินใจสนับสนุนผลิตภัณฑ์ฟอกเขียว (R = 0.769, R² = 0.591, P &lt; 0.001) นอกจากนี้ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์พบความสัมพันธ์เชิงบวกระหว่างการตัดสินใจกับความยั่งยืนและความเชื่อมั่น (r = 0.742), การรับรู้กับความยั่งยืนและความเชื่อมั่น (r = 0.691) และการรับรู้กับการตัดสินใจสนับสนุนผลิตภัณฑ์ฟอกเขียว (r = 0.813) ทุกค่าอยู่ในระดับนัยสำคัญทางสถิติ (P &lt; 0.001) ผลการศึกษายืนยันว่า การรับรู้และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นกลไกสำคัญที่กำหนดความน่าเชื่อถือของตลาดสีเขียว หากมีข้อมูลที่โปร่งใสจะช่วยลดผลกระทบจากการฟอกเขียวและส่งเสริมพฤติกรรมการบริโภคที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p> จักรพงษ์ ใจดี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/281995 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การมีส่วนร่วมของชุมชนในการคัดแยกขยะที่ต้นทาง กรณีศึกษาชุมชนตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะของประเทศ (พ.ศ. 2565 - 2570) เพื่อความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/281763 <p> งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจการมีส่วนร่วมของประชาชน และวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการคัดแยกขยะต้นทางในชุมชน ต.กบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ภายใต้แผนปฏิบัติการจัดการขยะของประเทศ (พ.ศ. 2565–2570) โดยใช้แบบสอบถามประชาชน 400 คน และสัมภาษณ์เชิงลึกผู้แทนหน่วยงานข้อมูลวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนาและเชิงอนุมาน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง201 ราย ร้อยละ 50.25 อยู่ในเจเนอเรชันเอกซ์ 147 ราย ร้อยละ 36.75 ประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชนลูกจ้างมากที่สุด 167 ราย ร้อยละ 41.75 รองลงมาคือธุรกิจส่วนตัว 95 ราย ร้อยละ 23.75 มีรายได้เฉลี่ย 10,001-20,000 บาท 184 ราย ร้อยละ 46 และอาศัยอยู่ในชุมชนมากกว่า 10 ปี 104 ราย ร้อยละ 26 โดยได้รับข้อมูลการจัดการขยะจากการประชาสัมพันธ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ระดับการมีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง การทดสอบสมมติฐานชี้ว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อการมีส่วนร่วมคือระดับการศึกษา ส่วนเพศ เจเนอเรชัน อาชีพ รายได้ ระยะเวลาการอยู่อาศัย การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ ทัศนคติ แรงจูงใจ และโครงสร้างพื้นฐาน ไม่พบความสัมพันธ์ทางสถิติ แม้ชุมชนมีทัศนคติเชิงบวกต่อการคัดแยกขยะ แต่ยังไม่มองว่าเป็นความรับผิดชอบโดยตรง ส่งผลให้แรงจูงใจไม่ชัดเจนและขาดผลตอบแทนเชิงรูปธรรม ซึ่งเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการพัฒนาการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน</p> ปภาวี พวงมาลีประดับ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/281763 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700 การจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมตามแนวทาง 7Rs: กรณีศึกษาวัดบางแพรกและชุมชน จังหวัดนนทบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/282402 <p> การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการขยะของวัดบางแพรกและชุมชนในละแวก เพื่อวิเคราะห์การมีส่วนร่วมของ วัด ชุมชน จิตอาสาหมอสะอาด และองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักใหญ่ในการจัดการขยะ และเพื่อเสนอแนวทางจัดการขยะที่เหมาะสมตามกรอบการจัดการขยะแบบ 7Rs สำหรับวัดบางแพรกและชุมชน ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาและทบทวนเอกสารที่เกี่ยวข้อง การสังเกต และการสัมภาษณ์เชิงลึก จากนั้นจึงวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีวิเคราะห์เนื้อหา วิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และวิเคราะห์ SWOT ผลการศึกษาพบว่า วัดบางแพรกได้ดำเนินการจัดการขยะของวัดและชุมชน ด้วยรูปแบบการทำบุญวิถีใหม่ และมีกลุ่มจิตอาสาหมอสะอาดซึ่งมีประสบการณ์ในการคัดแยกขยะ มาให้ความรู้แก่ชุมชนในการคัดแยกขยะและช่วยวัดคัดแยกขยะหน้างานจริง ตามแนวทางเฉพาะของหมอสะอาด ซึ่งแตกต่างจากวิธีเดิมโดยสิ้นเชิง การดำเนินงานของวัดและชุมชนได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และเป็นไปตามหลักการจัดการขยะ 7Rs หากแต่ควรสนับสนุนหลักการ Refuse (ปฏิเสธ) Reduce (ลดใช้) และ Repair (ซ่อมแซม) ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบการเรียนรู้แนวทางการจัดการขยะสำหรับชุมชนอื่น ๆ ต่อไป</p> พีรภัทร หงษ์นคร, สุวดี ทองสุกปลั่ง หรรษาสุขสิน ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JEM/article/view/282402 Mon, 29 Dec 2025 00:00:00 +0700