วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ <center> <h4><strong>ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์</strong><strong>วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต</strong></h4> <h4><a style="color: #800080;">วารสารฯ ของเราเป็นวารสารวิชาการสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</a></h4> <h4>จัดอยู่ในฐานข้อมูลของ TCI กลุ่มที่ 2</h4> ISSN: 3057-1847 (Online)</center> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong></p> <p> วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต มีนโยบายในการรับตีพิมพ์บทความทางวิชาการ และบทความวิจัย ที่มีคุณภาพในสาขา<strong>มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</strong> ที่มีสาระครอบคลุมวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คุณภาพชีวิต การท่องเที่ยว เกษตรและอาหาร วิสาหกิจชุมชน สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การศึกษา การจัดการระบบชุมชน โดยให้ความสำคัญในด้านการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน และเผยแพร่ผลงานวิจัยของนักวิชาการ และบุคคลทั่วไปที่มีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะเพื่อการพัฒนาชุมชนและเพิ่มคุณภาพชีวิต</p> <p><strong>วัตถุประสงค์</strong></p> <p> เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเผยแพร่ผลงาน วิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง</p> <p> </p> <p><strong>การพิจารณาบทความ</strong></p> <p>บทความที่ผ่านกระบวนการส่งเข้ามาเพื่อรอการพิจารณาตีพิมพ์ทุกบทความต้องผ่านการพิจารณาจาก<strong>ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบัน อย่างน้อย 3 ท่าน/บทความ</strong> โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนจะไม่ทราบข้อมูลของกันและกัน (Double-blind peer review)</p> <p><strong> </strong></p> <p> </p> <p><strong>ประเภทของบทความ</strong></p> <p>บทความวิจัย (Research Article)</p> <p>บทความวิชาการ (Original Paper)</p> <p> </p> <p><strong>ผู้ให้การสนับสนุน</strong></p> <p>วารสารฯ ได้รับการสนับสนุนจาก<br />สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)</p> <p> </p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์วารสารฯ ทุกๆ 4 เดือน<br /></strong>(มกราคม - เมษายน, พฤษภาคม - สิงหาคม, กันยายน - ธันวาคม)</p> <p>โดยจะนำเสนอในรูปแบบ E-journal บนเว็บไซต์วารสารฯ (ThaiJO) <br />ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – เมษายน<br />ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม<br />ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน – ธันวาคม</p> <p> </p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong></p> <p><em>" ไม่มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ"</em></p> เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคใต้ตอนล่าง th-TH วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต 3057-1847 <p>กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจและแก้ไขบทความที่เสนอเพื่อตีพิมพ์ในวารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต</p> <p>บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะคณะผู้จัดทำไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่ใช่ความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยและคณะผู้จัดทำ / บรรณาธิการ</p> แนวทางการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและแก้ปัญหาความยากจนด้วยทุนทางสังคม: กรณีศึกษาชุมชนตำบลเมืองมาย อำเภอแจ้ห่ม จังหวัดลำปาง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/280368 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทุนทางสังคมที่นำเสนอกระบวนการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยใช้ทุนทางสังคมชุมชนตำบลเมืองมาย อำเภอ แจ้ห่ม จังหวัดลำปาง และเพื่อนำเสนอการนำทุนทางสังคมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและลดความยากจนของชุมชน โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพ รวบรวมด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม และการปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้นำชุมชน วิสาหกิจชุมชน คนจนเป้าหมายในระบบ และหน่วยงานท้องถิ่น รวมจำนวน 82 ราย ใช้วิเคราะห์เนื้อหาเชิงอุปนัย ผลการวิจัยพบว่า ตำบลเมืองมายมีการใช้ทุนทางสังคมในหลายมิติ เช่น ความสัมพันธ์ในครอบครัว เครือข่ายชุมชน ระบบความเชื่อและวัฒนธรรม ผู้นำที่ชุมชนไว้วางใจ และทุนทางธรรมชาติและธรณีวิทยาที่สามารถนำมาใช้ในการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงบูรณาการระหว่างเชิงวัฒนธรรม เชิงธรณีวิทยา และเชิงนิเวศ ซึ่งกิจกรรม “เมืองมายแอมโมไนต์รัน” เป็นกิจกรรมที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติ ธรณีวิทยาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนโดยตรงทั้งยังส่งผลให้เกิดการตั้งกองทุนพัฒนาชุมชนที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ทุนทางสังคมเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาความยากจนในระดับชุมชน</p> ขจรศักดิ์ วงศ์วิราช กาญจนา รัตนธีรวิเชียร ณัชฌา เหล่ากุลดิลก วีระ พันอินทร์ สุรพงษ์ เพ็ชร์หาญ วิภานุช ใบศล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 1 18 การเปรียบเทียบพฤฒพลังผู้สูงอายุในสังคมสูงวัย ชุมชนแห่งหนึ่งในจังหวัดปริมณฑล https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/275129 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤฒพลังของผู้สูงอายุในชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดนนทบุรี และ 2) เปรียบเทียบพฤฒพลังของผู้สูงอายุในชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดนนทบุรี Classification according to the personal information of the sampleคือผู้สูงอายุในชุมชนแห่งหนึ่ง จังหวัดนนทบุรี จำนวน 132 คน เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากแนวคิดพฤฒพลังของผู้สูงอายุ ตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัยได้ค่า IOC = .75 ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่นแอลฟาของครอนบาค ทั้งฉบับ = 0.83 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติร้อยละ ค่าเฉลี่ยส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน t-test และ ANOVA (F-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) พฤฒพลังของผู้สูงอายุโดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง (x̅ = 2.22, S.D. = 0.52) โดยที่พฤฒพลังด้านสุขภาพ ด้านการมีส่วนร่วมและด้านสภาพที่เอื้อต่อการมีพฤฒพลังอยู่ในระดับปานกลาง (x̅ = 2.32, S.D = 0.77; x̅ = 2.43, S.D = 0.52 และ x̅ =1.63, S.D. = 0.39 ตามลำดับ) ในขณะที่พฤฒพลังด้านความมั่นคงอยู่ในระดับมาก ( x̅ = 2.60, S.D. = 0.29) 2) เปรียบเทียบพฤฒพลังผู้สูงอายุกับ เพศ อายุ และ การมีโรคประจำตัว พบว่าไม่แตกต่างกัน ในขณะที่ผู้สูงอายุที่มีความพอเพียงของรายได้มีพฤฒพลังมากกว่าผู้ที่มีรายได้ไม่เพียงพออย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (p &lt; 0.05)</p> อัญชลี จันทาโภ ลักขณา ยอดกลกิจ สมใจ กสิวิทย์ สุดประนอม สมันตเวคิน รัชนี หลงสวาสดิ์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 19 30 การมีส่วนร่วมและเครือข่ายประชาสังคมที่ส่งผลต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/282688 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาการมีส่วนร่วมและโครงสร้างเครือข่ายประชาสังคมที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ในอำเภอเมืองสมุทรสาคร และเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ต้นแบบของชุมชนโดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายประชาสังคม การวิจัยเป็นแบบผสมผสานโดยใช้แนวทางการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างคือสมาชิกวิสาหกิจชุมชน 300 คนจาก 18 หมู่บ้านของอำเภอเมืองสมุทรสาคร และผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 50 คนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกลุ่มวิสาหกิจชุมชน เครื่องมือวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผลการวิจัย พบว่า ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์อยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านการร่วมตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรม ส่วนเครือข่ายประชาสังคมมีความเข้มแข็งในระดับสูง มีการประสานงานและแลกเปลี่ยนทรัพยากรระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนอย่างต่อเนื่อง กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์แบบมีส่วนร่วมทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ได้แก่ “พิซซ่าปลานิล” และ “ปลายอสมุนไพร” ซึ่งสะท้อนการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับนวัตกรรมใหม่ ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพยากรในชุมชนอย่างยั่งยืน</p> สุดถนอม ตันเจริญ เกษสุดา บูรณศักดิ์สถิตย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 31 43 การมีส่วนร่วมของผู้สูงวัยในธุรกิจครอบครัวด้วยนวัตกรรม SMART: กรณีศึกษาในจังหวัดลพบุรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/281994 <p>การศึกษาเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษานี้วิเคราะห์แนวทางส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในธุรกิจครัวเรือนที่ตำบลโคกสลุงและตำบลบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี โดยใช้การวิจัยเชิงคุณภาพแบบกรณีศึกษาและการวิเคราะห์ข้อมูลทุติยภูมิจากรายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการที่ผู้วิจัยมีส่วนร่วมโดยตรง กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกด้วยการสุ่มแบบเจาะจง 3 ธุรกิจครัวเรือน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหาโดยใช้เกณฑ์ SMART Model ทั้ง 5 มิติ ได้แก่ Smart Service, Smart Material Management, Smart Arts of Storytelling, Smart Regulation และ Smart Technology ผู้สูงอายุมีบทบาทการมีส่วนร่วมอย่างเด่นชัดในมิติ Smart Service และ Smart Arts of Storytelling ในทั้งสามกรณีศึกษา โดยเป็นผู้ให้บริการ ถ่ายทอดภูมิปัญญา และเล่าเรื่องอัตลักษณ์ครอบครัวและชุมชน ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและบริการ ขณะที่มิติอื่นของ SMART Model แตกต่างกันไปตามบริบทของแต่ละธุรกิจ ผลยังชี้ให้เห็นว่าการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุในธุรกิจครัวเรือนควรเน้นบทบาทที่สอดคล้องกับศักยภาพและประสบการณ์ชีวิตของผู้สูงวัย และใช้ SMART Ageing Business Model เป็นกรอบการวิเคราะห์เชิงยืดหยุ่นมากกว่ารูปแบบตายตัว</p> กันยิกา ชอว์ กรวิทย์ ไชยสุ ภัทรนิษฐ์ ศรีบุรีรักษ์ มลทิพย์ แสนคนึง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 44 53 กลไกการจัดการโซ่อุปทานของผู้ประกอบการหอยแมลงภู่แบบมีส่วนร่วม ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/282373 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการจัดการโซ่อุปทานหอยแมลงภู่ 2) วิเคราะห์กิจกรรมในโซ่อุปทาน และ 3) เสนอแนะแนวทางการจัดการโซ่อุปทานแบบมีส่วนร่วมในพื้นที่ตำบลโคกขาม อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร ดำเนินการโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงหอยแมลงภู่ วิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา และใช้การสนทนากลุ่มเพื่อวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) การจัดการโซ่อุปทาน เป็นระบบผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาดั้งเดิมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยมีพ่อค้าคนกลางเป็นกลไกหลักควบคู่กับการขยายตัวสู่ตลาดออนไลน์และการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า 2) กิจกรรมในโซ่อุปทาน มีการปรับประยุกต์ตามบริบทท้องถิ่น โดยกิจกรรมหลักส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงและการจำหน่าย ส่วนกิจกรรมสนับสนุนช่วยเสริมสร้างความยั่งยืนและความสามารถในการแข่งขัน 3) ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ควรมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือในระดับชุมชน ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจัดการข้อมูล พัฒนามาตรฐานและแบรนด์สินค้า รวมถึงการสนับสนุนจากภาครัฐและสถาบันการศึกษา เพื่อยกระดับศักยภาพการแข่งขันและสร้างความมั่นคงในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p> วารุณี มิลินทปัญญา เสาวภา เมืองแก่น พรทิพย์ สุขจำลอง อัญชลี หิรัญแพทย์ กานต์นภัส ช้ำเกตุ ทมนี สุขใส ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 54 67 การวิเคราะห์ต้นทุนและผลตอบแทนห่วงโซ่คุณค่าของผลปาล์มร่วงสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/279182 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนในห่วงโซ่คุณค่าของผลปาล์มร่วงสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกและการวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจงจำนวน 4 ราย ซึ่งมีบทบาทในการสกัดน้ำมันและผลิตสบู่เหลว เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง และการวิเคราะห์ข้อมูลใช้วิธีการทางการบัญชี ผลการศึกษาพบว่า การจำหน่าย<br />ผลปาล์มร่วง 100 กิโลกรัม ให้กำไรสุทธิ 430 บาท และสามารถผลิตน้ำมันปาล์มแดงได้ 20 ลิตร พร้อมผลิตภัณฑ์พลอยได้คือไขสเตียรีน 20 กิโลกรัม ซึ่งน้ำมันปาล์มแดงให้กำไรสุทธิ 6,924 บาท ส่วนไขสเตียรีนนำไปผลิตสบู่เหลว มีอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายปลีก 47.29% ขายส่ง 38.18 % อัตรากำไรสุทธิขายปลีก 39.53 % ขายส่ง 29.09 % และอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนขายปลีก 65.38 % ขายส่ง 41.03 %</p> กรรณิกา บัวทองเรือง ฉมพร มีชนะ จิรัชญา บุญช่วย ศิววงศ์ เพชรจุล ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 68 80 ทฤษฎีฐานรากภาวะผู้นำที่มีธรรมาภิบาล: กรณีศึกษาผู้นำองค์การบริหาร ส่วนตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/280841 <p>การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาวะผู้นำที่มีธรรมาภิบาลตามแนวคิดขององค์การสหประชาชาติกับปรากฏการณ์ในองค์การบริหารส่วนตำบลพิชัย และสร้างข้อสรุปเชิงทฤษฎีฐานรากภาวะผู้นำที่มีธรรมาภิบาล ใช้ระเบียบวิธีวิจัยทฤษฎีฐานราก กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 41 คน ประกอบด้วย ผู้ให้ข้อมูลหลัก จำนวน 16 คน และผู้ให้ข้อมูลรอง จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก มีการตรวจสอบและวิเคราะห์ข้อมูลแบบสามเส้า และสร้างข้อสรุปเชิงทฤษฎีในลักษณะแบบแผน ผลการวิจัยพบว่า ภาวะผู้นำที่มีธรรมาภิบาลตามปรากฏการณ์ มีจำนวนมากกว่าตามแนวคิดของสหประชาชาติ จำนวน 3 ด้าน และข้อสรุปเชิงทฤษฎีภาวะผู้นำที่มีธรรมาภิบาล ประกอบด้วย 12 คุณลักษณะที่สำคัญ คือ 1) คุณธรรมจริยธรรม 2) เปิดเผย โปร่งใสและตรวจสอบได้ 3) วิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ 4) ความรับผิดชอบ 5) การตอบสนอง 6) นิติธรรม 7) ความเสมอภาค 8) การกระจายอำนาจ 9) การมีส่วนร่วม 10) มุ่งเน้นฉันทามติ 11) ประสิทธิภาพ และ 12) ประสิทธิผล</p> ดวงพร อุ่นจิตต์ หทัยทิพย์ สิขัณฑกสมิต ชุตินิษฐ์ ปานคำ ดวงจันทร์ แก้วกงพาน ปิยรัตน์ วงศ์จุมมะลิ อนันต์ อุปสอด พงศ์วัชร ฟองกันทา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 81 92 การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/283356 <p>บทความนี้ศึกษาการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรประเภทรถแทรกเตอร์และรถเกี่ยวนวดข้าวของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว และปัญหาการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรที่เกี่ยวข้อง งานวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามและสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญซึ่งใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง รวม 18 คน ในพื้นที่ 16 จังหวัด ในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงระยะเวลาการเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2568 การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา โดยอาศัยกรอบแนวคิดเกี่ยวกับการทำนาข้าว การใช้เครื่องจักรกลการเกษตรประเภทรถแทรกเตอร์และรถเกี่ยวนวดข้าว และรูปแบบการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรและปัญหาการใช้งาน ผลการศึกษาอธิบายการทำนาข้าวและการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร 3 รูปแบบ ได้แก่ 1) การใช้บริการจากผู้ให้บริการเครื่องจักรกลการเกษตร 2) การมีเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อใช้งานของตนเองและรับจ้างให้บริการแก่เกษตรกรรายอื่น และ 3) การรวมกันเป็นกลุ่มเกษตรกรโดยมีการจัดหาเครื่องจักรกลการเกษตรมาบริหารการใช้งานร่วมกัน โดยรูปแบบการมีเครื่องจักรกลการเกษตรเพื่อใช้งานของตนเองและรับจ้างให้บริการแก่เกษตรกรรายอื่นมีแนวโน้มของประสิทธิภาพการใช้งานเครื่องจักรกลการเกษตรดีกว่ารูปแบบอื่น สำหรับปัญหาสำคัญในการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ได้แก่ การลงทุนเครื่องจักรกลการเกษตรและการซ่อมบำรุงรักษา และการบริหารการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ จึงมีข้อเสนอแนะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนเกษตรกรเกี่ยวกับการเข้าถึงแหล่งเงินทุนสินเชื่อเพื่อลงทุนเครื่องจักรกลการเกษตร และการเพิ่มความสามารถด้านการบริหารการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร</p> รุ่งโรจน์ กมลเดชเดชา ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 93 114 แนวทางการพัฒนาศักยภาพบุคลากรท้องถิ่นในยุคดิจิทัลขององค์การบริหารส่วน ตำบลพะเนียด จังหวัดนครปฐม https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/283075 <p>ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐต้องพัฒนา ซึ่งการพัฒนา<br />ที่สำคัญต้องเริ่มจากทรัพยากรมนุษย์ในหน่วยงาน การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาหาแนวทางการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบลพะเนียด และ 2) เพื่อวิเคราะห์ความพร้อมและความต้องการของบุคลากรในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพจากเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก 10 คน และการสนทนากลุ่ม 10 คน รวมทั้งสิ้น 20 คน ผลการวิจัยพบว่า 1. การพัฒนาศักยภาพบุคลากรยังขาดความต่อเนื่องและไม่เป็นระบบ บุคลากรมีความพร้อมและความต้องการสูงในด้านทักษะดิจิทัล เครื่องมือที่สนับสนุนการทำงาน และบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดยมีข้อจำกัดทั้งด้านโครงสร้าง และทัศนคติภายในองค์การ 2. หน่วยงานมีการปรับตัวและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปใช้ในสำนักงานเพื่อพัฒนาให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น แนวทางการสร้างแนวทาง ได้แก่ การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการควบคู่กับระบบติดตามผลการพัฒนาทรัพยากรสนับสนุนและระบบสวัสดิการ เพื่อเสริมแรงจูงใจและการสร้างวัฒนธรรมองค์การที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งแนวทางเหล่านี้จะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการให้บริการสาธารณะอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล</p> ธิดารัตน์ สืบญาติ ชารินทร์ เกษร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 115 130 การพัฒนามูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เชิงพาณิชย์ ตำบลพญาเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/283378 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการพัฒนามูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เชิงพาณิชย์ ตำบลพญาเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงรายเก็บรวบรวมข้อมูลจากเกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพรจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัย พบว่า การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่เชิงพาณิชย์ ด้วยการออกแบบตราสินค้าเพื่อเป็นแบรนด์ของตำบล ซึ่งอยู่ภายใต้การขับเคลื่อนของเทศบาลตำบลพญาเม็งราย สำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ชาคาโมมายล์เพื่อรักษาคุณภาพผลิตภัณฑ์ใช้ถุงฟอยด์สีขาวบรรจุชั้นนอกและชั้นในประกอบด้วยถุงใส่ชาแบบตาข่ายโปร่งใสมีเชือกสำหรับดึงชา และออกแบบฉลากบรรจุภัณฑ์ให้สวยงามใช้โทนสีขาวเพื่อความสะอาดตา ฉลากโทนสีเหลืองทองแทนดอกคาโมมายล์ และมีสลากแสดงรายละเอียด หลังจากนั้นนำผลิตภัณฑ์ทดสอบตลาด ผ่านกิจกรรมของเทศบาลตำบล การจำหน่ายในร้านค้าชุมชน และทำเป็นกระเช้ามอบบุคคลสำคัญของหน่วยงานตลอดจนพัฒนาตลาดออนไลน์ผ่านเพจเฟสบุ๊กเพื่อการสื่อสารไปยังผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว</p> วิเชษฐ์ ทิพย์ประเสริฐ ณภัทร ทิพย์ศรี แววดาว ศรีคำสุข อมรรัตน์ ปิ่นชัยมูล ภัทราพร สมเสมอ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 131 143 ทัศนคติต่อสิ่งแวดล้อมและการรับรู้ความสามารถในการควบคุมที่ส่งผลต่อพฤติกรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประชาชนในจังหวัดปทุมธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/282964 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับทัศนคติด้านสิ่งแวดล้อม การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม และพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของประชาชนในจังหวัดปทุมธานี 2) วิเคราะห์อิทธิพลของทัศนคติและการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรมที่มีต่อพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การวิจัยเชิงปริมาณนี้ใช้แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ เก็บข้อมูลจากประชาชนจำนวน 400 คน ที่คัดเลือกด้วยวิธีการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการถดถอยเชิงพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า ตัวแปรทั้งหมดอยู่ในระดับสูง โดยทัศนคติด้านสิ่งแวดล้อมและการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม<br />มีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญต่อพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ผลการวิเคราะห์การถดถอยแสดงให้เห็นว่า ทัศนคติต่อสิ่งแวดล้อม (β = 0.48, p &lt; .001) และการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม <br />(β = 0.35, p = .001) มีอิทธิพลเชิงบวกและมีนัยสำคัญทางสถิติต่อพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แบบจำลองสามารถอธิบายความแปรปรวนได้ร้อยละ 57.2 (R² = 0.572) สอดคล้องกับทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนของ Ajzen (1991) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการส่งเสริมค่านิยมด้านสิ่งแวดล้อมและความเชื่อมั่นในการปฏิบัติของประชาชนจะช่วยเพิ่มพฤติกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p> ปิยธิดา เชิดฉาย เสาวลักษณ์ ดับพิษ บุญฑริกา วงษ์วานิช ณัฐปภัสษ์ จุ้ยเจริญ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 144 157 การส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพในบริบทสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กรณีศึกษา การเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/288086 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการและการส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพ 2) วิเคราะห์ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความต้องการและการส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพ และ 3) เสนอแนวทางการส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ตลาดแรงงานในบริบทสามจังหวัดชายแดนภาคใต้การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ปีการศึกษา 2567 จำนวน 351 คน กำหนดโดยใช้สูตรของ Yamane และสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.975 ผลการวิจัยพบว่า 1) ความต้องการและการส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพของนักศึกษา โดยรวมอยู่ในระดับมาก (=4.25, S.D.=0.605) ด้านบริการสุขภาพ (= 4.25, S.D. = 0.646) และด้านการส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพ (= 4.25, S.D. = 0.618) โดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) กลุ่มสาขาวิชาที่แตกต่างกันมีระดับความต้องการและการส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) แนวทางการส่งเสริมสิทธิด้านสุขภาพควรมุ่งพัฒนาระบบบริการสุขภาพที่เข้าถึงอย่างเท่าเทียม ส่งเสริมสุขภาวะกายและใจ บูรณาการกับการพัฒนาทักษะอาชีพ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาสู่ตลาดแรงงานอย่างยั่งยืน</p> นวลปราง อรุณจิต เดชดนัย จุ้ยชุม รจเรข กำแหงกิจ ชนิตา พรหมทองดี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2026-09-12 2026-09-12 14 3 158 178