วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ <center> <h4><strong>ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บไซต์</strong><strong>วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต</strong></h4> <h4><a style="color: #800080;">วารสารฯ ของเราเป็นวารสารวิชาการสาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</a></h4> <h4>จัดอยู่ในฐานข้อมูลของ TCI กลุ่มที่ 2</h4> <h4><a href="https://www.kmutt.ac.th/jif/Impact/detail.php?yr=2561&amp;issn=2630-0443">ค่า IF ประจำปี 2561 = 0.663</a></h4> </center> <p><strong>นโยบายและขอบเขตการตีพิมพ์</strong></p> <p> วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต มีนโยบายในการรับตีพิมพ์บทความทางวิชาการ และบทความวิจัย ที่มีคุณภาพในสาขา<strong>มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์</strong> ที่มีสาระครอบคลุมวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คุณภาพชีวิต การท่องเที่ยว เกษตรและอาหาร วิสาหกิจชุมชน สาธารณสุข ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การศึกษา การจัดการระบบชุมชน โดยให้ความสำคัญในด้านการทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชุมชน และเผยแพร่ผลงานวิจัยของนักวิชาการ และบุคคลทั่วไปที่มีคุณภาพ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะเพื่อการพัฒนาชุมชนและเพิ่มคุณภาพชีวิต</p> <p>ISSN: 3057-1839 (Print)</p> <p>ISSN: 3057-1847 (Online)</p> <p> </p> <p><strong>วัตถุประสงค์</strong></p> <p> เพื่อเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเผยแพร่ผลงาน วิทยาการด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง</p> <p> </p> <p><strong>การพิจารณาบทความ</strong></p> <p>บทความที่ผ่านกระบวนการส่งเข้ามาเพื่อรอการพิจารณาตีพิมพ์ทุกบทความต้องผ่านการพิจารณาจาก<strong>ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ และเป็นบุคคลภายนอกจากหลากหลายสถาบัน อย่างน้อย 3 ท่าน/บทความ</strong> โดยผู้ทรงคุณวุฒิและผู้เขียนจะไม่ทราบข้อมูลของกันและกัน (Double-blind peer review)</p> <p><strong> </strong></p> <p> </p> <p><strong>ประเภทของบทความ</strong></p> <p>บทความวิจัย (Research Article)</p> <p>บทความวิชาการ (Original Paper)</p> <p> </p> <p><strong>ผู้ให้การสนับสนุน</strong></p> <p>วารสารฯ ได้รับการสนับสนุนจาก<br />สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สป.อว.)</p> <p> </p> <p><strong>กำหนดการตีพิมพ์วารสารฯ ทุกๆ 4 เดือน<br /></strong>(มกราคม - เมษายน, พฤษภาคม - สิงหาคม, กันยายน - ธันวาคม)</p> <p>โดยจะนำเสนอในรูปแบบ E-journal บนเว็บไซต์วารสารฯ (ThaiJO) <br />ฉบับที่ 1 เดือนมกราคม – เมษายน<br />ฉบับที่ 2 เดือนพฤษภาคม – สิงหาคม<br />ฉบับที่ 3 เดือนกันยายน – ธันวาคม</p> <p> </p> <p><strong>ค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์</strong></p> <p><em>" ไม่มีค่าธรรมเนียมการตีพิมพ์บทความ"</em></p> เครือข่ายบริหารการวิจัยภาคเหนือตอนบน th-TH วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต <p>กองบรรณาธิการขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจและแก้ไขบทความที่เสนอเพื่อตีพิมพ์ในวารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต</p> <p>บทความหรือข้อความคิดเห็นใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต เป็นวรรณกรรมของผู้เขียนโดยเฉพาะคณะผู้จัดทำไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย และไม่ใช่ความรับผิดชอบของมหาวิทยาลัยและคณะผู้จัดทำ / บรรณาธิการ</p> ความคิดเห็นต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่านกัมมันต์ไม้ไผ่ของประชาชน ในอําเภอเมืองตาก จังหวัดตาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/275285 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่านกัมมันต์จากไม้ไผ่ ศึกษาความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับถ่านกัมมันต์จากไม้ไผ่และศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่าน<br />กัมมันต์ไม้ไผ่ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงปริมาณ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ผลการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 56-65 ปี โดยส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนระหว่าง 5,001 – 10,000 บาท ส่วนใหญ่มีรายได้ไม่พอใช้จ่ายแต่ไม่มีหนี้สิน ในการศึกษารูปแบบของผลิตภัณฑ์ที่มีถ่านกัมมันต์ไม้ไผ่เป็นส่วนผสม ผลิตภัณฑ์ที่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ต้องการใช้มากที่สุด ได้แก่ สบู่เหลวล้างมือ รองลงมา คือ สครับขัดผิวกาย สบู่ก้อน ครีมอาบน้ำ และผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ตามลำดับ และการศึกษาความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่านกัมมันต์จากไม้ไผ่นั้น ผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็นต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่านกัมมันต์จากไม้ไผ่ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านคุณลักษณะของผลิตภัณฑ์ เช่น กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และเนื้อสัมผัสที่ดี รวมถึงราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่าในสายตาของผู้บริโภค การศึกษาในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากถ่านกัมมันต์ไม้ไผ่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้ การพัฒนาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างรายได้ให้กับชุมชน แต่ยังสนับสนุนการใช้ทรัพยากรท้องถิ่นอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย</p> สุวรรณี ศรียาบ ศิวศิษฏ์ ปิจมิตร ภาคภูมิ ใจชมภู สินเดิม ดีโต ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 1 9 ปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนระดับดี อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/278455 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน โดยใช้ประชากรจากสมาชิกวิสาหกิจชุมชนระดับดี ในปี พ.ศ. 2567 กำหนดกลุ่มตัวอย่าง 183 ราย โดยสูตร ทาโร ยามาเน ที่ระดับความคลาดเคลื่อน 0.05 ใช้แบบสอบถามในการเก็บข้อมูล ระหว่างเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2567 - เมษายน พ.ศ. 2568 สุ่มอย่างง่ายด้วยวิธีจับฉลาก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย การจัดอันดับ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า สมาชิกส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย 53.61ปี จบการศึกษาในระดับประถมศึกษา มีระยะเวลาการเป็นสมาชิกเฉลี่ย 4.07 ปี แรงงานในครัวเรือนเฉลี่ย 2.57ราย ได้รับการอบรมด้านการดำเนินงานเฉลี่ย 1.23ครั้ง/ปี มีรายได้ในครัวเรือนเฉลี่ย 262,084 บาท/ปี หนี้สินเฉลี่ย 98,207 บาท/ปี เมื่อนำไปวิเคราะห์ด้วยการถดถอยพหุคูณพบว่าระยะเวลาการเป็นสมาชิกวิสาหกิจชุมชน และ ระดับการศึกษา มีผลต่อการดำเนินงานของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนในอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ที่ร้อยละ 18.0 (R2 = 0.180)</p> ภูรินัฐ นำพล นารีรัตน์ สีระสาร เบญจมาศ อยู่ประเสริฐ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 10 20 การพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นถิ่นเพื่อยกระดับมูลค่าผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ ของชุมชนบ้านป่าคาใหม่ ตำบลคีรีราษฎร์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/280232 <p>วัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นถิ่น 2) เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นถิ่น และ 3) เพื่อประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นถิ่นของชุมชนบ้านป่าคาใหม่ การวิจัยนี้ใช้วิธีการศึกษาแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากตัวแทนจากสมาชิก วิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหา การวิจัยเชิงปริมาณเก็บข้อมูลโดยใช้เครื่องมือ ได้แก่ แบบสอบสัมภาษณ์ความคิดเห็นด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เข้ารับการถ่ายทอดเทคโนโลยี เก็บข้อมูลโดยการคัดเลือกแบบเจาะจง ผลการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรพื้นถิ่นพบว่า ได้ผลิตภัณฑ์ จำนวน 2 รูปแบบ ได้แก่ ลูกประคบสมุนไพรแบบแห้ง และน้ำมันนวดสมุนไพร ผลการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในอนาคต ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีความพึงพอใจในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด</p> พรรณธิภา เพชรบุญมี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 21 30 การศึกษาสถานการณ์และความต้องการของการพัฒนารูปแบบเมืองที่เป็นมิตร ต่อผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/278385 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์และความต้องการของการพัฒนารูปแบบเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุในพื้นที่เทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ 3 ประการ คือ 1) ศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการสำหรับผู้สูงอายุ 2) ศึกษาความต้องการของผู้สูงอายุในการพัฒนาเมือง และ 3) เสนอแนวทางการพัฒนารูปแบบเมืองที่เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ ใช้วิธีการวิจัยแบบผสมผสาน เก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 391 คน และเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ 14 คน ผลการวิจัยพบว่า สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ในระดับปานกลาง (ค่าเฉลี่ย = 3.24) โดยด้านการบริการสุขภาพและชุมชนมีการพัฒนามากที่สุด ส่วนด้านการขนส่งและพื้นที่สาธารณะภายนอกมีการพัฒนาน้อยที่สุด ความต้องการหลักของผู้สูงอายุ ได้แก่ ระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงได้ พื้นที่สาธารณะปราศจากอุปสรรค ที่อยู่อาศัยราคาเหมาะสม และโอกาสมีส่วนร่วม รูปแบบการพัฒนาที่เสนอมุ่งเน้น 4 มิติ คือ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคม การเข้าถึงบริการสุขภาพ และการส่งเสริมการเข้าถึงดิจิทัล</p> กนกกุล เพชรอุทัย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 31 42 การพัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ผลิตข้าวตำบลบ้านชัย จังหวัดอุดรธานี สู่การผลิตชุดผลิตภัณฑ์อาหารจากข้าวฮางและข้าวไรซ์เบอร์รี่ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/274459 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาคุณสมบัติของข้าวฮางและข้าวไรซ์เบอร์รี่ 2) พัฒนาศักยภาพกลุ่มผู้ผลิตข้าวตำบลบ้านชัย อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี และ 3) ผลิตชุดผลิตภัณฑ์อาหารจากข้าวฮางและข้าวไรซ์เบอร์รี่ การวิจัยเป็นแบบเชิงคุณภาพ ดำเนินการวิจัยโดยการศึกษาบริบทชุมชน การสัมภาษณ์เชิงลึกและประชุมกลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางการแปรรูปตามทฤษฎีการมีส่วนร่วม พร้อมจัดอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดความรู้ด้านการแปรรูปอาหาร ผลการวิจัยพบว่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่ฮางงอกที่ผลิตในชุมชนมีสารกาบา (GABA) และแอนโทไซยานินสูง มีกลิ่นหอมและคุณค่าทางโภชนาการดี จากการวิเคราะห์ความต้องการพบว่า ผลิตภัณฑ์ควรมีคุณภาพสูง ปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ เก็บได้นาน ขนส่งสะดวก และสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น ชุดผลิตภัณฑ์ต้นแบบประกอบด้วย 6 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ อาหารทานเล่น เครื่องดื่ม และอาหารเพื่อสุขภาพ ผลการประเมินพบว่าผู้บริโภคมีความพึงพอใจในระดับมากถึงมากที่สุด และกลุ่มผู้ผลิตมีคะแนนความรู้และทักษะการแปรรูปเพิ่มขึ้นหลังอบรมอย่างชัดเจน แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมพัฒนาศักยภาพสามารถประยุกต์ใช้ได้จริงในชุมชน</p> นงนภสร ทองศิลา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 43 55 การประเมินศักยภาพชุมชนและแนวทางการพัฒนาสู่ชุมชนเข้มแข็งบ้านห้วยโจ้ใต้ ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/281205 <p>การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประเมินศักยภาพของชุมชน และ 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาสู่ชุมชนเข้มแข็งบ้านห้วยโจ้ใต้ ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ประชากรในการวิจัยคือตัวแทนครัวเรือน จำนวน 206 คน และกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 40 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยการประเมินศักยภาพชุมชน 4 ด้าน พบว่า ด้านการบริหารและการจัดการชุมชนอยู่ในระดับมากที่สุด ด้วยค่าเฉลี่ย 4.45 รองลงมาด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น อยู่ในระดับดี ด้วยค่าเฉลี่ย 3.98 ด้านความน่าอยู่ระดับดี ด้วยค่าเฉลี่ย 3.96 และด้านการเพิ่มรายได้และการมีงานทำ ระดับดี ด้วยค่าเฉลี่ย 3.51 แนวทางการพัฒนาสู่ชุมชนเข้มแข็ง ควรส่งเสริมการนำขยะปฏิกูลทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อใช้ในการเกษตร และส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม การยกระดับผลิตภัณฑ์ทั้งด้านคุณภาพและการตลาดเพื่อเสริมเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน การนำเทคโนโลยีเข้าสู่ระบบออนไลน์หรือผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ประชาชนเข้าถึงง่าย เร่งพัฒนาการถ่ายทอดความรู้ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่นจากผู้สูงอายุไปยังกลุ่มคนรุ่นผ่านศูนย์การเรียนรู้ภายในชุมชน</p> วัชรพงษ์ ทรงทวี รัชชานนท์ สมบูรณ์ชัย ผานิตย์ นาขยัน ปรมินทร์ นาระทะ ปภพ จี้รัตน์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 56 65 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอตีนจกด้วยการย้อมสีธรรมชาติตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกลุ่มทอผ้าตีนจกและทอผ้าพื้นเมืองบ้านแม่ปะแพะ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/278632 <p>บทความวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทของชุมชนและการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ้าทอผ่านกระบวนการย้อมสีธรรมชาติ 2) พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอตีนจกโดยการมีส่วนร่วมจากชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และ 3) วิเคราะห์ส่วนประสมทางการตลาดของผลิตภัณฑ์ผ้าทอตีนจกด้วยการย้อมสีธรรมชาติ ของกลุ่มทอผ้าตีนจกและทอผ้าพื้นเมืองบ้านแม่ปะแพะ การวิจัยนี้เป็นแบบผสานวิธีเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเชิงคุณภาพคือกลุ่มทอผ้าตีนจกและทอผ้าพื้นเมืองบ้านแม่ปะแพะจำนวน 25 ราย ใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกตการณ์ภาคสนาม ส่วนกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเชิงปริมาณเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามกับกลุ่มผู้บริโภคจำนวน 100 รายผลการศึกษาพบว่า 1.ทรัพยากรธรรมชาติที่เหมาะสมสำหรับการย้อมสีธรรมชาติ ได้แก่ ใบหูกวาง ใบส้มเกลี้ยง ใบมะม่วง และครั่ง 2.การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าทอตีนจกได้รับการตอบรับเชิงบวกพบว่าความพึงพอใจมากที่สุด คือ ลวดลายที่ออกแบบสะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนค่าเฉลี่ย 4.73 และผลิตภัณฑ์มีเอกลักษณ์เฉพาะที่สอดคล้องกับบริบทชุมชนค่าเฉลี่ย 4.77 3.ด้านความพึงพอใจของผู้บริโภคให้ความสำคัญมากที่สุด คือ ความทนทานและอายุการใช้งานค่าเฉลี่ย 4.55</p> อนิตา ประดาอินทร์ วรัญญา ธาราเวชรักษ์ ญาณี คีรีต๊ะ ปัทม์ ปราณอมรกิจ เกษชไม บุญโสม ศุภินันท์ จันมา สายนที ทรัพย์มี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 66 89 รูปแบบการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของบุคลากรด้านการท่องเที่ยว ทางวัฒนธรรมชุนชนต้นแบบ อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/277449 <p>งานวิจัยนี้เพื่อศึกษาศักยภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ของบุคลากรด้านการท่องเที่ยวและการรับรู้ทุนทางวัฒนธรรมในแหล่งท่องเที่ยว และกำหนดรูปแบบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของบุคลากรด้านการท่องเที่ยววัฒนธรรมชุมชนต้นแบบ อ.นาโยง จ.ตรัง งานวิจัยแบบผสมผสาน ใช้เครื่องมือเป็นแบบสอบถามจำนวน 273 และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน การวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ พบว่า ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ด้านท่องเที่ยวโดยรวมอยู่ในระดับสูง ( =3.81) และมีการรับรู้ทุนทางวัฒนธรรมในแหล่งท่องเที่ยวโดยรวมอยู่ในระดับสูง ( =3.49) ด้านการพัฒนาความคิด ด้านการพัฒนาความรู้ ทักษะในการปฏิบัติงาน และด้านความสามารถในการบริหารจัดการมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการรับรู้ทุนทางวัฒนธรรมทั้งด้านทุนทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้และที่จับต้องไม่ได้ (r = 0.552**, <em>P</em> &lt; 0.01 r = 0.387**, <em>P</em> &lt; 0.01 และ r = 0.357**, <em>P</em> &lt; 0.01 ตามลำดับ) รูปแบบในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนา สร้างขีดความสามารถ โดยส่งเสริมพัฒนาความคิด ความรู้ ทักษะงาน การบริหารจัดการและอบรมให้ความรู้ทุนทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้</p> เจตนา อินยะรัตน์ สุญาพร ส้อตระกูล วรรณกร พลพิชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 การออกแบบพื้นที่หน้าร้านค้าแบบมีส่วนร่วมด้วยอัตลักษณ์ท้องถิ่น: การสื่อสารพื้นที่วัฒนธรรมในชุมชนบ้านท้องฝาย อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/281364 <p>งานวิจัยมุ่งค้นหาอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อเสนอแนวทางการออกแบบพื้นที่หน้าร้านค้า เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ใช้การสำรวจ สัมภาษณ์เชิงลึก การสังเกต สนทนากลุ่ม การประชาคมและปฏิบัติการเชิงพื้นที่แบบมีส่วนร่วม กลุ่มตัวอย่างคัดเลือกแบบเจาะจงจากภาคีเครือข่ายวัฒนธรรม 53 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีอุปนัย พบว่า<br />อัตลักษณ์แม่แจ่ม 8 ด้าน คน พุทธ ผี ผะหญา ไผ่ ผ้า นา และดอย เป็นฐานในการสร้างความเข้าใจ ทั้งในระดับเมือง ชุมชน และวิถีชีวิต โดยใช้ “ผ้า” หัตถกรรมภูมิปัญญาที่โดดเด่นของแม่แจ่ม เช่น ลายจกหน้าหมอน ลายตีนจก และใช้ภูมิลักษณ์ของมืองแม่แจ่ม เช่น นา ดอย ในการออกแบบองค์ประกอบสถาปัตยกรรม ด้วยศิลปะสาธารณะ ร่วมกับการใช้ “ไผ่” ซึ่งเป็นวัสดุพื้นถิ่นและงานหัตถกรรมในวิถีชีวิต ใน ผนัง แผงบังแดด รั้ว ซุ้ม ส่งผลให้พื้นที่หน้าร้านค้าเป็นทั้งพื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่จัดแสดงทุนวัฒนธรรมและพื้นที่สื่อสารคุณค่าทางวัฒนธรรมร่วมของชุมชน เสริมสร้างความเป็นชุมชนวัฒนธรรมและความเป็นสถานที่ (sense of place) สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชุมชนที่มีทุนวัฒนธรรมคล้ายคลึงกันได้อย่างเป็นรูปธรรม</p> กนกวรรณ คชสีห์ เจษฎา สุภาศรี ชัยปฐมพร ธนพัฒน์ปวงวัน ศักนรินทร์ ชาวงิ้ว ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 91 106 ผลของโปรแกรมการบริหารจัดการความเครียดสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/275811 <p>การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบความเครียดของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยใช้การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 50 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) ข้อมูลทั่วไป และ 2) แบบประเมินความเครียดที่ประยุกต์จากแบบสอบถามความเครียดของกรมสุขภาพจิต โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาชเท่ากับ 0.8 ข้อมูลถูกวิเคราะห์โดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติอนุมาน โดยใช้สถิติการทดสอบทีแบบจับคู่ เพื่อเปรียบเทียบคะแนนความเครียดก่อนและหลังการเข้าร่วมโปรแกรมการบริหารจัดการความเครียดซึ่งประยุกต์ใช้แบบจำลอง PERMA ซึ่งดำเนินการโดยแพทย์จิตวิทยาเด็กและวัยรุ่น ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 32 คน คิดเป็นร้อยละ 64.0 เพศชาย จำนวน 12 คน คิดเป็นร้อยละ 24.0 และเพศทางเลือก จำนวน 6 คน คิดเป็นร้อยละ 12.0 ก่อนเข้าร่วมโปรแกรมการบริหารจัดการความเครียด กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีระดับความเครียดสูงมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากการเข้าร่วมโปรแกรมการบริหารจัดการความเครียด พบว่า ระดับความเครียดของกลุ่มตัวอย่างลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (<em>P</em>&lt; 0.0001) ซึ่งแสดงให้เห็นว่า โปรแกรมการบริหารจัดการความเครียดสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพในการดูแลสุขภาพจิตใจของนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายในกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิผล</p> สิริรัตน์ สุวณิชย์เจริญ กุณฑลีย์ บังคะดานรา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 107 113 จากแปลงปลูกสู่หน้าจอ: พฤติกรรมการซื้อสินค้าเกษตรของผู้บริโภคในกลุ่มเฟซบุ๊ก PSU Bazaar https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/280542 <p>กลุ่มเฟซบุ๊ก PSU Bazaar เป็นช่องทางหนึ่งสำหรับซื้อ-ขายสินค้าเกษตร งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ <br />1) ศึกษาสภาพเศรษฐสังคมประชากรและพฤติกรรมการซื้อสินค้าเกษตรของผู้บริโภค 2) ศึกษาความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อส่วนประสมทางการตลาดของสินค้าเกษตร และ 3) วิเคราะห์ปัจจัยทางเศรษฐสังคมประชากรที่มีความสัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าเกษตรของผู้บริโภค โดยรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามเชิงโครงสร้างจากผู้บริโภคสินค้าเกษตรในกลุ่มเฟซบุ๊ก PSU Bazaar จำนวน 480 ราย ซึ่งใช้การสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ <br />การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและไคกำลังสอง ผลการวิจัยพบว่า ผู้บริโภคมากกว่าครึ่งเป็นเพศหญิงและ<br />มีอายุเฉลี่ย 29.10 ปี โดยผู้บริโภคในสัดส่วนมากที่สุดซื้อสินค้าเกษตร 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และมีค่าใช้จ่ายสำหรับซื้อในช่วง 100-500 บาทต่อครั้ง ส่วนประสมทางการตลาดของสินค้าเกษตรด้านผลิตภัณฑ์ ด้านราคา ด้านช่องทางการจัดจำหน่าย และด้านส่งเสริมการตลาดมีความสำคัญในระดับมาก ความปลอดภัยของสินค้าเป็นประเด็นที่มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด ระดับการศึกษาและรายได้มีความสัมพันธ์กับค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าเกษตรของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ</p> พลากร สัตย์ซื่อ กันตพัฒน์ สุจจิต ปุรวิชญ์ พิทยาภินันท์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 114 125 ปัจจัยที่ส่งผลต่อการก่อเกิดหนี้บัตรเครดิตของกลุ่มเจนเนอเรชันวาย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JCDLQ/article/view/278791 <p>การวิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) อิทธิพลของทัศนคติด้านการออมที่ส่งผลต่อการก่อเกิดหนี้บัตรเครดิตของกลุ่มเจนเนอเรชันวาย 2) อิทธิพลของค่านิยมการใช้จ่ายที่ส่งผลต่อการก่อเกิดหนี้บัตรเครดิตของกลุ่มเจนเนอเรชันวาย และ 3) อิทธิพลของสถานการณ์ของการซื้อที่ส่งผลต่อการก่อเกิดหนี้บัตรเครดิตของกลุ่มเจนเนอเรชันวาย การวิจัยนี้เป็นเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ใช้บัตรเครดิตจำนวน 400 คน โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และการวิเคราะห์ความถดถอยเชิงเส้นแบบพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการก่อเกิดหนี้บัตรเครดิตของกลุ่มเจนเนอเรชันวาย ได้แก่ ปัจจัยค่านิยมของการใช้จ่ายด้านผลิตภัณฑ์และด้านการส่งเสริมการตลาด และปัจจัยด้านสถานการณ์ของการซื้อ โดยคาดหวังว่าผลวิจัยจะสามารถใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบายการตลาดของบัตรเครดิตเพื่อลดโอกาสเกิดหนี้เสียและปัญหาภาระหนี้สินทั้งในระดับปัจเจกบุคคลและระดับครอบครัว</p> ศิรภัสสร ฐิตะจิราพงษ์ เกวลิน ชัยประสาร ภาวิณี กาญจนาภา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารการพัฒนาชุมชนและคุณภาพชีวิต https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 2025-12-26 2025-12-26 14 1 126 138