วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS
<p> ตั้งแต่ ปีที่ 11 ฉบับที่ 1 (มกราคม-มิถุนายน 2563) เป็นต้นไป ได้ยกเลิกการตีพิมพ์รูปเล่มวารสารโดยจะเผยแพร่บทความแบบออนไลน์เพียงช่องทางเดียว</p>
th-TH
วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
1905-534X
-
บทบาทและแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ ในการบริหารการศึกษาของชุมชนภาคเหนือตอนบน
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/287096
<p class="p1">บทความวิชาการนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์บทบาทของพระสงฆ์และนำเสนอแนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพระสงฆ์ในการบริหารการศึกษาของชุมชนภาคเหนือตอนบน โดยอาศัยการศึกษาจากเอกสารทางวิชาการ งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และหลักพุทธธรรมที่สามารถประยุกต์ใช้ในการบริหารการศึกษา ภายใต้บริบทสังคมวัฒนธรรมล้านนาซึ่งวัดยังคงมีบทบาทเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการพัฒนาชุมชน</p> <p class="p1"><span class="s1">ผลการวิเคราะห์พบว่า พระสงฆ์มีบทบาทสำคัญในฐานะผู้นำทางคุณธรรม กัลยาณมิตรทางปัญญา และศูนย์กลางการประสานความร่วมมือระหว่างวัด สถานศึกษา และชุมชน โดยการมีส่วนร่วมปรากฏใน 3 มิติ ได้แก่ การมีส่วนร่วมด้านการกำหนดทิศทางการศึกษา การสนับสนุนทรัพยากรเพื่อการเรียนรู้ และการส่งเสริมการกำกับดูแลทางคุณธรรมของชุมชน ทั้งนี้ หลักพุทธธรรมที่สนับสนุนบทบาทดังกล่าว ได้แก่ กัลยาณมิตรธรรม สังคหวัตถุ 4 พรหมวิหาร 4 อิทธิบาท 4 และสัปปุริสธรรม 7 ซึ่งเป็นฐานสำคัญของการพัฒนาความร่วมมือและการบริหารจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน </span></p> <p class="p1">องค์ความรู้ที่ได้จากบทความนี้ คือ รูปแบบการบริหารการศึกษาชุมชนเชิงพุทธบูรณาการบนฐานความร่วมมือระหว่างวัด สถานศึกษา และชุมชน ซึ่งมุ่งส่งเสริมคุณภาพ ความเสมอภาค และความยั่งยืนทางการศึกษา อันสอดคล้องกับแนวคิด ìบวรî (บ้านñวัดñโรงเรียน) และบริบททางสังคมวัฒนธรรมของภาคเหนือตอนบน</p>
พระฐาณี จองเจน
ธนกร สิริสุคันธา
นิตยา วงศ์ยศ
พิมาย วงค์ทา
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
82
92
-
ความเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาของพระสังฆาธิการ
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/281061
<p class="p1"><span class="s1">บทความวิชาการนี้ นำเสนอการวิเคราะห์สถานะทางกฎหมายของพระสังฆาธิการ ในฐานะที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งในการปกครองคณะสงฆ์ตามกฎมหาเถรสมาคม ซึ่งพระราชบัญญัติ</span><span class="s2">คณะสงฆ์กำหนดให้เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา อันส่งผลให้พระสังฆาธิการ</span>ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย โดยผู้ที่กระทำความผิดต่อพระสังฆาธิการในฐานะเจ้าพนักงาน ย่อมมีโทษทางอาญา ขณะเดียวกัน หากพระสังฆาธิการในฐานะเจ้าพนักงานกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ก็ย่อมมีโทษทางอาญาเช่นเดียวกัน</p>
ชุติพงศ์ สมทรัพย์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
93
106
-
ศึกษาเปรียบเทียบแนวคิดมนุษย์ ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) กับชาร์ลส์ ดาร์วิน
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/283528
<p class="p1">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องมนุษย์ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ. ปยุตฺโต) 2) เพื่อศึกษาแนวคิดเรื่องมนุษย์ของชาร์ลส์ ดาร์วิน และ 3) เพื่อเปรียบเทียบแนวคิดเรื่องมนุษย์ของทั้งสองฝ่าย การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ<span class="Apple-converted-space"> </span>โดยใช้การวิจัยเอกสาร โดยรวบรวมข้อมูลจากคัมภีร์ทาง<span class="s1">พระพุทธศาสนา เช่น พระไตรปิฎก ผลงานของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์<span class="Apple-converted-space"> </span>และของชาร์ลส์ ดาร์วิน </span></p> <p class="p1">ผลการวิจัยพบว่า 1) แนวคิดมนุษย์ของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ตั้งอยู่บนกรอบพุทธจักรวาลวิทยาและพุทธปรัชญา สามารถสรุปได้ 4 ประเด็น คือ (1) การเกิดขึ้น (2) ธรรมชาติ (3) การดำรงอยู่ (4) เป้าหมายของมนุษย์ ในด้านการเกิดขึ้น มนุษย์ยุคแรกกำเนิดจากภพอาภัสสรพรหมในฐานะโอปปาติกะสัตว์ มีร่างกายละเอียดและรัศมีในตน ต่อมาเมื่อเงื่อนไขเปลี่ยนแปลง ร่างกายหยาบขึ้น สูญเสียรัศมี เกิดการแบ่งเพศและสังคมมนุษย์ ในด้านธรรมชาติ มนุษย์ประกอบด้วยขันธ์ 5 อยู่ภายใต้ไตรลักษณ์ ไม่มีตัวตนถาวร แต่มีศักยภาพพัฒนาตนผ่านศีล สมาธิ และปัญญา</p> <p class="p1">2) ด้านแนวคิดของดาร์วินตั้งอยู่บนกรอบชีววิทยาวิวัฒนาการ มนุษย์มีต้นกำเนิดจากสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ ผ่านการคัดเลือกโดยธรรมชาติและการปรับตัว มนุษย์เป็น โฮโม เซเปียนส์ ที่มีสมองใหญ่ มีภาษา และการคิดอย่างมีเหตุผล แต่ยังมีสัญชาตญาณพื้นฐานเพื่อความอยู่รอด โดยการดำรงของมนุษย์นั้นต้องมีการแข่งขันและปรับตัวเพื่อให้ได้ทรัพยากรมาเพื่อดำรงชีพ โดยมีเป้าหมายพื้นฐานคือการอยู่รอดและการสืบพันธุ์</p> <p class="p1">3) ผลการเปรียบเทียบชี้ว่า ทั้งสองแนวคิดปฏิเสธการสร้างแบบฉับพลันและมองมนุษย์เป็นผลของกระบวนการเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง แต่แตกต่างกันที่มิติการอธิบาย กล่าวคือ สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์เน้นมิติทางจิตวิญญาณและการพ้นทุกข์ ขณะที่ดาร์วินเน้นมิติทางชีววิทยาและความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์</p>
พระสมบูรณ์ สมพงษ์
พระครูประวิตรวรานุยุต
เยื้อง ปั้นเหน่งเพ็ชร์
สมหวัง แก้วสุฟอง
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
1
11
-
แนวทางการปฏิบัติงานที่ดีสู่ความเป็นเลิศรูปแบบการบริหารจัดการงานทอด ผ้าพระกฐินพระราชทานที่มีประสิทธิภาพของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/283800
<p class="p1">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารจัดการงานทอดผ้าพระกฐินพระราชทานที่มีประสิทธิภาพของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน กำหนดขอบเขตด้านเนื้อหามุ่งศึกษารูปแบบการบริหารจัดการและการปฏิบัติงาน ด้านระยะเวลาเดือนกันยายน-พฤศจิกายน 2568 ด้านกลุ่มเป้าหมายผู้ให้ข้อมูลสัมภาษณ์โดยเลือกจากคณะกรรมการจำนวน 10 คน และกลุ่มตัวอย่างจากประชากร<span class="Apple-converted-space"> </span>300 คน ใช้สูตรยามาเน่ ที่ระดับความคลาดเคลื่อน 0.05 จำนวน 173 คน รวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามและวิเคราะห์โดยใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานประกอบการอภิปราย และสัมภาษณ์แบบมีเค้าโครงอภิปรายผลเชิงพรรณนา</p> <p class="p1">ผลการวิจัยพบว่า การสร้างและพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารจัดการงานทอดผ้าพระกฐินพระราชทานที่มีประสิทธิภาพของสำนักศิลปะและวัฒนธรรม ได้รูปแบบขบวนแห่ 2 รูปแบบ คือ ขบวนแห่สำหรับภายในมหาวิทยาลัยและสำหรับชุมชน ผลประเมินผู้เข้าร่วมโครงการ พบว่า โดยภาพรวมมีระดับความพึงพอใจมาก (ค่าเฉลี่ย = 3.93, ส่วนเบียงเบนมาตรฐาน = 0.023) และข้อเสนอแนะว่าจัดได้ดี เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน เป็นการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมให้ทุกหน่วยงานได้มีส่วนร่วม องค์ความรู้ใหม่ที่ได้รับจากการศึกษาครั้งพบว่า รูปแบบการจัดงานทอดถวายผ้าพระกฐินพระราชทานเกิดการประยุกต์ร่วมกับพิธีถวายอาลัยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิต พระบรมราชนินาถ พระราชชนนีพันปีหลวงได้อย่างสมพระเกียรติ เกิดแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการประกอบพิธีโดยผ่านการนำมาใช้ปฏิบัติงานจริงอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับราชพิธีมาสร้างความรู้ความเข้าใจให้ประชาชนผู้ร่วมงานได้รับทราบและปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสม</p>
พิพัฒน์ วิถี
พีรวัส อินทวี
ทองพูล ขุมคำ
ศรินทิพย์ สุทธิการปกรณ์
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
12
24
-
วิธีการปฏิบัติตนของพระสงฆ์อาพาธโรคเบาหวานตามแนวทางพระพุทธศาสนา
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/286459
<p class="p1">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาวิธีการปฏิบัติตนของพระสงฆ์อาพาธในพระพุทธศาสนา 2) เพื่อศึกษาวิธีการปฏิบัติตนของพระสงฆ์อาพาธด้วยโรคเบาหวานในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการปฏิบัติตนของพระสงฆ์อาพาธด้วยโรคเบาหวานตามแนวทางพระพุทธศาสนา เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 20 รูป/คน คัดเลือกแบบเจาะจง เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก และการศึกษาเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา</p> <p class="p1"><span class="s1">ผลการวิจัยพบว่า 1) วิธีการปฏิบัติตนของพระสงฆ์อาพาธในพระพุทธศาสนาเน้นการให้คุณค่าต่อสุขภาพในฐานะพื้นฐานของการปฏิบัติธรรม การยอมรับความเจ็บป่วยตามสัจธรรมของสังขาร การหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และการวางใจเป็นกลางต่อเวทนา 2) วิธีการปฏิบัติตนของพระสงฆ์อาพาธด้วยโรคเบาหวานในอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นการดูแลตนแบบบูรณาการภายใต้ข้อจำกัดของสมณวิถี โดยยึดหลักสัปปายะ 4 ได้แก่ การจัดที่อยู่อาศัยให้เหมาะสม การควบคุมอาหาร การมีบุคคลเกื้อกูล และการใช้ธรรมะประคองใจ 3) แนวทางที่เหมาะสม คือ การบูรณาการหลักธรรมกับคำแนะนำทางการแพทย์ โดยใช้อาวาสสัปปายะ อาหารสัปปายะ ปุคคลสัปปายะ และธรรมสัปปายะ เป็นโครงสร้างหลัก เพื่อให้พระสงฆ์อาพาธสามารถควบคุมโรคได้ต่อเนื่อง รักษาสมณสารูป และดำรงการปฏิบัติธรรมได้อย่างเหมาะสมทั้งทางกายและทางใจ</span></p>
พระครูถาวรพัฒนานุยุต จีรวุฑฺโฒ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
25
35
-
แนวทางการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัลเชิงพุทธบูรณาการ
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/286844
<p class="p1">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาบริบทและสภาพปัญหาการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัล 2) เพื่อวิเคราะห์หลักพุทธธรรมกับการแก้ปัญหาการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัล และ 3) เพื่อเสนอแนวทางการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัลเชิงพุทธบูรณาการ การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาข้อมูลจากเอกสาร การสัมภาษณ์เชิงลึก และการสนทนากลุ่ม ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 20 รูป/คน</p> <p class="p1">ผลการวิจัยพบว่า 1) บริบทของการสื่อสารทางการเมืองในยุคดิจิทัล คือ การเปลี่ยนผ่านจากระบบการสื่อสารแบบทางเดียวไปสู่การสื่อสารแบบเครือข่าย ทำให้การเผยแพร่ข้อมูลทางการเมืองเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงเกิดปัญหาการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ขาดการตรวจสอบ การใช้สื่อดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการชี้นำทางการเมืองและการสร้างความแตกแยกในสังคม ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของการสื่อสารทางการเมือง ความน่าเชื่อถือของข้อมูลและกระบวนการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน</p> <p class="p1">2) หลักพุทธธรรมกับการแก้ปัญหาการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัลพบว่า หลักธรรมที่เอื้อต่อการแก้ปัญหาการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัล ได้แก่ สัปปุริสธรรม ๗<span class="Apple-converted-space"> </span>ทำให้มีภาวะผู้นำและการสื่อสารที่เหมาะสม มีความรับผิดชอบ มีเหตุผลและลดความขัดแย้งในสังคมดิจิทัล</p> <p class="p1"><span class="s1">3) แนวทางการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัลเชิงพุทธบูรณาการ ใช้หลักสัปปุริสธรรม ๗ มาบูรณาการกับองค์ประกอบของการสื่อสาร ๔ ด้าน ได้แก่ ผู้ส่งสาร ข้อมูลข่าวสาร ช่องทางการสื่อสารและผู้รับสาร ทำให้ได้แนวทางการสื่อสารทางการเมืองในรูปแบบ พุทธบูรณาการสัปปุริสธรรมเพื่อการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัล เมื่อนำมาบูรณาการกับการสื่อสารทางการเมืองยุคดิจิทัลจะช่วยสร้าง ìนักการเมืองยุคดิจิทัลที่น่าเลื่อมใสî และ ìพลเมืองยุคดิจิทัลที่มีคุณภาพî ได้อย่างยั่งยืน</span></p>
ฟองจันทร์ สุขสวัสดิ์ ณ อยุธยา
พระครูสิริปริยัตยานุศาสก์
เทพประวิณ จันทร์แรง
ปรุตม์ บุญศรีตัน
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
36
45
-
บูรณาการพุทธสุนทรียศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตชุมชนเมืองฝางในบริบทสังคมล้านนาร่วมสมัย
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/286508
<p class="p1">บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 4 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาพุทธสุนทรียศาสตร์ที่ปรากฏในศิลปกรรมเมืองฝาง <span class="Apple-converted-space"> </span>2) เพื่อศึกษาวิถีชีวิตชุมชนเมืองฝางในบริบทสังคมล้านนาร่วมสมัย3) เพื่อบูรณาการพุทธสุนทรียศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตชุมชนเมืองฝางในบริบทสังคมล้านนาร่วมสมัย 4) เพื่อนำเสนอองค์ความรู้เกี่ยวกับบูรณาการพุทธสุนทรียศาสตร์ที่มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตชุมชนเมืองฝางในบริบทสังคมล้านนาร่วมสมัย เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการวิจัยเอกสารร่วมกับการสัมภาษณ์เชิงลึก จำนวน 16 รูป/คน ได้แก่ พระสงฆ์ ช่างฝีมือท้องถิ่น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านพุทธศิลป์ ผู้มีบทบาทในชุมชน</p> <p class="p1">ผลการวิจัยพบว่า 1) พุทธสุนทรียศาสตร์ในศิลปกรรมเมืองฝางสะท้อนการผสานหลักธรรมกับความงามทางจิตวิญญาณ พระพุทธรูปสำริดสกุลช่างฝางเป็นผลของทั้งงานศิลป์และสัญลักษณ์แห่งศรัทธา 2) ในด้านวิถีชีวิตชุมชนเมืองฝางยังคงดำรงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมล้านนา โดยมีวัดเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางศาสนา การศึกษา และกิจกรรมสาธารณะของชุมชน อีกทั้งยังมีการสืบสานภาษา ประเพณี พิธีกรรมท้องถิ่น 3) พุทธสุนทรียศาสตร์มีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตชุมชนเมืองฝาง ในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมจึงเกิดความท้าทายต่อการธำรงรักษามรดกศิลปวัฒนธรรม การลดบทบาทช่างท้องถิ่น การแปรเปลี่ยนของวิถีชีวิต 4) องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย ฝางโมเดล การบูรณาการพุทธสุนทรียศาสตร์ มี 4 องค์ประกอบ ได้แก่ (1) มิติศิลปกรรมที่สะท้อนความงาม อัตลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมล้านนา<span class="Apple-converted-space"> </span>(2) มิติพิธีกรรม (3) มิติชุมชนความสัมพันธ์ทางสังคม<span class="Apple-converted-space"> </span>(4) มิติผลลัพธ์ที่นำไปสู่ความยั่งยืนทางวัฒนธรรม หล่อหลอมวิถีชีวิต ค่านิยม อัตลักษณ์ของชุมชนเมืองฝางได้อย่างต่อเนื่อง</p>
พระรัฐพงค์ อาจิณฺณธมฺโม (ทองแปง)
โผน นามณี
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
46
57
-
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมเป็นฐานเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พระพุทธศาสนา และทักษะการคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/285964
<p class="p1">บทความวิจัยนี้มีวัตถุ 3 ประการ คือ (1) เพื่อพัฒนาและหาคุณภาพของบอร์ดเกมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้พระพุทธศาสนาและทักษะการคำนวณ (2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและทักษะการคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมเป็นฐาน และ (3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมเป็นฐาน การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาร่วมกับการวิจัยกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 โรงเรียนบ้านแม่ย่อย (เจียร-สมศรี<span class="Apple-converted-space"> </span>วังทองคำ)<span class="Apple-converted-space"> </span>จำนวน 24 คน โดยการเลือกแบบเจาะจง</p> <p class="p1">ผลการวิจัยพบว่า (1) คุณภาพของบอร์ดเกมเส้นทางแห่งปัญญาโดยรวมอยู่ในระดับดีมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.72<span class="Apple-converted-space"> </span>(2) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้พระพุทธศาสนาและทักษะการคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมเป็นฐาน พบว่า คะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (3) ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้บอร์ดเกมเป็นฐาน โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยความพึงพอใจเท่ากับ 4.57 ชี้ให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาและคณิตศาสตร์ถึงแม้จะเป็นศาสตร์ที่มีลักษณะแตกต่างกัน แต่ต่างก็มีพื้นฐานร่วมกันคือการใช้เหตุผล การคิดอย่างเป็นระบบ และผลการวิจัยการบูรณาการวิชาพุทธศาสตร์เข้ากับทักษะการคำนวณผ่านบอร์ดเกมช่วยลดความตึงเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ข้ามกลุ่มสาระได้จริง</p>
จักรกริช ถ้ำแก้ว
ปวีณา ถ้ำแก้ว
ชยานนท์ มะทะ
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
58
72
-
An Analysis of the Concepts of Vegetarianism and Non-killing as Found in the Śūraṅgama Sūtra
https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JBS/article/view/284585
<p class="p1">This article examines the concepts of vegetarianism and non-killing as articulated in the <span class="s2">Śūraṅgama Sūtra</span><span class="s3">,</span> with the aim of clarifying their ethical and soteriological significance <span class="s4">within </span><span class="s5">Mahāyāna</span><span class="s4"> Buddhism. The study pursues three objectives:</span> <span class="s4">1) to study the foundational Buddhist principles of vegetarianism</span> and non-killing. 2) to explore the historical back<span class="s6">ground, main content, and significance of the</span> <span class="s8">Śūraṅgama Sūtra </span><span class="s7">.</span><span class="s4"> 3) to analyze</span> the concepts of vegetarianism and Non-killing as found in <span class="s4">the </span><span class="s5">Śūraṅgama Sūtra</span><span class="s4">. Employing textual and doctrinal analysis</span>, this documentary study demonstrates that non-killing, grounded <span class="s6">in the first precept, constitutes the ethical foundation of Buddhist</span> moral discipline, while vegetarianism functions as its practical extension, embodying compassion and karmic responsibility.</p> <p class="p1"><strong>Its results revealed that</strong> 1) On the foundational Buddhist principles of vegetarianism and non-killing, it was found that Buddhist ethics takes non-killing as its fundamental principle, aiming to respect life, purify body and mind, and weaken the afflictions that sustain <span class="s2">Saṃsāra</span><span class="s1">.</span> Within this ethical framework, vegetarianism functions as the concrete daily practice of non-killing, and <span class="s2">Mahāyāna</span> Buddhism, grounded in universal compassion, establishes it as an active ethical responsibility rather than a merely optional moral choice. The doctrines of karma and <span class="s4">rebirth further confer soteriological significance upon dietary conduct, as meat consumption perpetuates</span> karmic continuity and <span class="s2">saṃsāra</span>, whereas vegetarianism helps interrupt cycles of harm. 2) Through close <span class="s4">textual analysis, it was found that Buddhist ethical cultivation is inseparable from meditative and liberative </span>aims. Ethical purity is not treated as an external moral requirement, but as a necessary condition for the purification of consciousness and the realization of authentic meditation, thereby integrating dietary ethics into the broader path of liberation. 3) On the concepts of vegetarianism and non-killing as found in the <span class="s2">Śūraṅgama Sūtra</span>, it was found that the text explicitly affirms vegetarianism as an indispensable <span class="s4">condition for genuine </span><span class="s9">samādhi</span><span class="s4">, wisdom, and liberation. As a seminal scripture integrating moral discipline</span> <span class="s3">(śīla)</span>, meditative concentration <span class="s3">(samādhi),</span> and wisdom <span class="s3">(prajñā)</span>, the <span class="s2">Śūraṅgama Sūtra</span> clearly states <span class="s4">that those who fail to eradicate the mind of killing and continue to consume meat cannot attain authentic</span> meditation or liberation, thereby establishing vegetarianism as a necessary prerequisite for release from <span class="s3">saṃsāra.</span></p>
ZHENZHEN Su
Yueng Pannengpetch
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารพุทธศาสตร์ศึกษา
https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0
2026-06-25
2026-06-25
17 1
73
81