วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ <p><strong>EDKKUJ</strong> เป็นวารสารวิชาการหลักอย่างเป็นทางการที่จัดทำในนามคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น วารสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้สำหรับนักการศึกษา นักวิจัย นักพัฒนา และนักปฏิบัติ ทางด้านการวิจัยและพัฒนาทางด้านศึกษาและสหวิทยาการที่เกี่ยวข้อง โดยวารสารดำเนินการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการทางด้านการศึกษาและสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับและพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาผ่านกระบวนการพิจารณาคัดเลือกและประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสากลของวารสารวิชาการ</p> <p>ISSN: 0857-1511, E-ISSN: 2673-0847</p> th-TH edkkuj@gmail.com (Assist.prof. Dr. Parama Kwangmuang, Ph.D.) edkkuj@gmail.com (Mathu-rose Muangsuk) Wed, 31 Dec 2025 09:12:40 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 แนวทางการจัดการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์เชิงบูรณาการกับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเป็นทางเลือกใหม่ของการเรียนรู้ชายแดนในจังหวัดเชียงราย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279902 <p>บทความนี้มุ่งนำเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์เชิงบูรณาการกับพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดเชียงราย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของการเรียนรู้ในบริบทชายแดน โดยมีที่มาจากข้อจำกัดของการสอนเศรษฐศาสตร์ในโรงเรียนไทยที่ยังเน้นการท่องจำและขาดการเชื่อมโยงกับชีวิตจริงและชุมชน วัตถุประสงค์ของการศึกษา เพื่อวิเคราะห์บริบทของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษชายแดนเชียงราย หลักสูตรการเรียนรู้เศรษฐศาสตร์ในปัจจุบัน และเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับพื้นที่จริง บทความนี้ใช้วิธีการศึกษาลงพื้นที่ภาคสนามในเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดเชียงราย วิเคราะห์เอกสาร และการสังเคราะห์แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์และการศึกษาท้องถิ่น ผลการศึกษาเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ การเริ่มต้นจากปัญหาและพื้นที่จริง การบูรณาการหลักเศรษฐศาสตร์กับบริบทท้องถิ่น การสร้างแบบจำลองเศรษฐกิจ และการประเมินผลแบบหลากหลายมิติ ซึ่งสามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ และจิตสำนึกทางเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริงและชุมชนได้อย่างมีความหมายและยั่งยืนในศตวรรษที่ 21</p> กฤติภัทร สระทองชุน ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279902 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การบูรณาการเทคโนโลยีกับการเรียนรู้คณิตศาสตร์เพื่อพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย: กรณีศึกษาทักษะทางการเงินในชีวิตประจำวัน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279365 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบทักษะการคิดเชิงคำนวณของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลายก่อนและหลังการเรียนด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีกับการเรียนรู้คณิตศาสตร์ 2) ศึกษาผลของการบูรณาการเทคโนโลยีในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณ และ 3) ส่งเสริมทัศนคติที่ดีต่อการใช้ทักษะคณิตศาสตร์ในการตัดสินใจซื้อของอย่างชาญฉลาด งานวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง (One-group Pretest-Posttest Design) กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จำนวน 30 คน จากโรงเรียนสามัคคีมีชัยวิทยา จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 5 แผน แบบทดสอบทักษะการคิดเชิงคำนวณ แบบสังเกตพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์ และแบบสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ทักษะคณิตศาสตร์ในการตัดสินใจซื้อของ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและการทดสอบค่าทีแบบกลุ่มสัมพันธ์ ผลการวิจัยพบว่า หลังการบูรณาการเทคโนโลยีกับการเรียนรู้คณิตศาสตร์ นักเรียนมีทักษะการคิดเชิงคำนวณสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักเรียนมีทัศนคติที่ดีต่อการใช้เทคโนโลยีและคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวัน โดยสามารถทำงานร่วมกันได้ดี มีความมั่นใจในการวางแผนการเงินและการคำนวณ ช่วยส่งเสริมทักษะคิดเชิงคำนวณและการจัดการทางการเงินอย่างยั่งยืน ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบูรณาการเทคโนโลยีในการสอนคณิตศาสตร์มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะการคิดเชิงคำนวณและส่งเสริมการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริงของนักเรียนชั้นประถมศึกษาตอนปลาย</p> ณัฐชานันท์ ลิ่มนา, สังเวียน ปินะกาลัง, เพียงดาว ไชยสาร ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279365 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ผ่านการจัดการเรียนรู้สะเต็มนอกห้องเรียนตามบริบทจังหวัดภูเก็ต https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279503 <div> <p class="ICCEAffiliations"><span lang="TH">การวิจัยครั้งนี้มีจุดประสงค์ 1) เพื่อศึกษากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 </span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;<span lang="TH">ก่อนการเรียนรู้ตามแนวสะเต็มศึกษานอกห้องเรียนตามบริบทจงหวัดภูเก็ต 2)เพื่อพัฒนากระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้การจัดการเรียนรู้สะเต็มนอกห้องเรียนตามบริบทจงหวัดภูเก็ต</span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span lang="TH">&nbsp;3)เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้สะเต็มศึกษานอกห้องเรียนตามบริบทจังหวัดภูเก็ตที่ส่งเสริมทักษะการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่3 กลุ่มเป้าหมายการวิจัยในครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ต ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 33 คน ที่เลือกแบบเจาะจง (</span>Purposive Sampling) <span lang="TH">โดยผู้วิจัยเป็นผู้สอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้สะเต็มนอกห้องเรียนตามบริบทจังหวัดภูเก็ต 3 แผน แบบวัดความสามารถในการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ และอนุทินการเรียนรู้ โดยใช้การวิเคราะห์เชิงเนื้อหาและการวิเคราะห์เชิงสถิติ </span><span lang="TH">&nbsp;</span><span lang="TH">การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่านักเรียนที่ได้เข้าร่วมการจัดการเรียนรู้แบบสะเต็ม มีทักษะกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมศาสตร์ที่พัฒนาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเปรียบเทียบกับก่อนเรียน โดยทั้ง5 ตัวบ่งชี้ โดยเฉพาะตัวบ่งชี้ที่1 ระบุปัญหา คะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ15.5 และตัวบ่งชี้ที่ 2 รวบรวมข้อมูล คะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ13.5 ซึ่งนักเรียนไม่สามารถระบุปัญหาและรวบรวมข้อมูลจากสถานการณ์ตามตัวบ่งชี้ที่ 1 และตัวตัวบ่งชี้ที่ 2 หลังเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้</span>&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; <span lang="TH">สะเต็มนักเรียนส่วนใหญ่มีผลร้อยลเฉพาะตัวบ่งชี้ที่1 ระบุปัญหา คะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ35.7 และตัวบ่งชี้ที่2 รวบรวมข้อมูล คะแนนคะเฉลี่ยร้อยละ 35 แสดงว่าได้เพิ่มทักษะกระบวนการเชิงวิศวกรรมศาสตร์ ได้แก่ ระบุปัญหา รวบรวมข้อมูลออกแบบวิธีการแก้ปัญหา วางแผนและดำเนินการแก้ปัญหา นำเสนอวิธีการแก้ปัญหาผลการแก้ปัญหาหรือชิ้นงาน เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน และนอกจากนี้นักเรียนสามารถนำหลักการของกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมมาใช้ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาสิ่งต่างๆได้อย่างเป็นระบบ เช่นในกิจกรรมผ้ามัดย้อม นักเรียนสามารถรวบรวมพืชที่นำมาสกัดสีมาทำเป็นสีย้อมผ้าได้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่านักเรียนมีทักษะกระบวนการเชิงวิศวกรรมศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5</span></p> </div> ศิริวรรณ ฉัตรมณีรุ่งเจริญ, กัญจน์ฐิดา หมาดหวา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279503 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนที่เรียนด้วยสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้จักรวาลนฤมิต ตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ที่ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279865 <p style="font-weight: 400;"><em>ความสำคัญ</em><em>:</em> สิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้จักรวาลนฤมิต เป็นการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่ประสานกันระหว่าง สื่อจักรวาลนฤมิต กับวิธีการ โดยใช้ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ มาเป็นฐานในการออกแบบ&nbsp; ให้ผู้เรียนสร้างความรู้ได้ด้วยตนเอง และส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ที่จำเป็นต่อความสำเร็จในยุคดิจิทัล <em>วัตถุประสงค์วิจัย</em><em>:</em> การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา &nbsp;การคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน ที่เรียนด้วยสิ่งแวดล้อมทางการเรียนรู้จักรวาลนฤมิตตามแนวคอนสตรัคติวิสต์ ที่ส่งเสริมการคิดสร้างสรรค์ <em>วิธีการวิจัย</em><em>:</em> กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น ฝ่ายประถมศึกษา (มอดินแดง) ภาคเรียนที่ 2&nbsp; ปีการศึกษา 2566 จำนวน 44 คน โดยใช้รูปแบบการวิจัยก่อนการทดลอง (Pre-experimental design) แบบกลุ่มเดียวที่มีการทดสอบหลังเรียน (One shot case study)&nbsp; <em>ผลการวิจัย</em><em>:</em></p> <p><span style="font-weight: 400;">&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp;&nbsp; การคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 95.45 มีคะแนนการคิดสร้างสรรค์เฉลี่ยในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 91.76 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ ร้อยละ 70ของจำนวนนักเรียนผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 70 ของคะแนนเต็ม และผลการคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนที่โดยการวิเคราะห์โปรโตรคอล พบว่า ผู้เรียนมีมิติการคิดสร้างสรรค์ ประกอบด้วย 1) การคิดคล่อง 2) การคิดยืดหยุ่น 3) การคิดริเริ่ม และ 4) การคิดละเอียดลออ</span></p> สุดใจ ศรีจามร , ศรีประไพ เพียนอก, จีรนันทร์ แก่นนาคำ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279865 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะ การเรียนรู้แบบนำตนเองเรื่อง การเขียนแสดงความคิดเห็น ด้วยกระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/280130 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง โดยใช้กระบวนการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ เป็นการวิจัยเชิงปฏิบัติการ มีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้ร่วมเรียนรู้ โรงเรียนคลองท่อมราษฎร์รังสรรค์ โดยการเลือกแบบเจาะจง จำนวน 3 คน เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบบันทึกชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ และแบบนิเทศการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา และเรียบเรียงในเชิงพรรณนาวิเคราะห์ โดยมีสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p> ผลการวิจัยพบว่า 1) ครูผู้ร่วมเรียนรู้ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ มีผลการประเมินกิจกรรมการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีการจัดการตนเอง ตรวจสอบตนเองและปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง ค่าเฉลี่ย 5.00 ระดับคุณภาพ<br />ดีมาก 2) ครูผู้ร่วมเรียนรู้จัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง ปรับปรุงคำถามสะท้อนคิดให้ผู้เรียนบอกแนวทางการปรับปรุงตนเอง ครูฝึกตั้งคำถามสะท้อนคิดและดำเนินกิจกรรมที่ผู้เรียนบอกแนวทางการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง ผลการจัดการเรียนรู้นั้น ผู้เรียนเกิดทักษะการเรียนรู้ในการนำตนเองทั้งการจัดการตนเอง การประเมินตรวจสอบตนเอง และการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตนเอง 3) ผลการสะท้อนการพัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้ ครูผู้ร่วมเรียนรู้เกิดสมรรถนะการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และจัดการเรียนรู้ให้ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรู้แบบนำตนเอง สามารถประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ เป็นแนวทางการประเมินตำแหน่งและวิทยฐานะ เพื่อสร้างความก้าวหน้าทางวิชาชีพ</p> พรวรินทร์ ชดช้อย, อนุ เจริญวงศ์ระยับ, ญาณิศา บุญจิตร์ ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/280130 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาหลักสูตรฝึกอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวในอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279988 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและศึกษาผลการทดลองใช้หลักสูตรฝึกอบรมภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ในอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี โดยมุ่งพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษในบริบทการท่องเที่ยวท้องถิ่น การดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก การศึกษาความต้องการในการพัฒนาหลักสูตรจากนักเรียน ครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง และชุมชน และระยะที่สอง การทดลองใช้หลักสูตรกับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการสุ่มแบบกลุ่ม โดยใช้รูปแบบการทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง หลักสูตรเน้นการเรียนรู้เชิงปฏิบัติผ่านการจำลองสถานการณ์และบทบาทสมมติ เพื่อพัฒนาทักษะการฟังและพูดภาษาอังกฤษในงานท่องเที่ยว เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวัดทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ และแบบสอบถามความพึงพอใจ ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีคะแนนทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษหลังการใช้หลักสูตรสูงกว่าก่อนการใช้หลักสูตรอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 และมีความพึงพอใจต่อหลักสูตรในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 4.57 จาก 5.00) โดยเฉพาะด้านการวัดและประเมินผล ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่าหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียนและชุมชน และช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษในสถานการณ์จริงได้อย่างมีประสิทธิผล ผลการวิจัยสามารถใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการท่องเที่ยวในระดับมัธยมศึกษาที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น และสนับสนุนการพัฒนากำลังคนด้านการท่องเที่ยวในชุมชนได้อย่างยั่งยืน</p> ฮานีซะห์ มายิ, เดียนา สาและ, อานิษา เด็งระแม, สุภัสสรา ลามะ, นัสรีน สาและ, อลิสรา ชมชื่น, ปาลิดา สายรัตทอง พัฒนพิชัย, สุพรรษา สุวรรณชาตรี ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/279988 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 การพัฒนาเว็บไซต์การเรียนรู้สำหรับการสอนปั้นโมเดล 3 มิติด้วยเทคนิค Sculpting โดยใช้ Google Sites สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย มหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาเขตขอนแก่น https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/280394 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาเว็บไซต์การสอนปั้นโมเดล 3 มิติด้วยเทคนิค Sculpting โดยใช้ Google Sites สำหรับนักศึกษาสาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน 3) ประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน กลุ่มตัวอย่างได้มาจากการเลือกแบบเจาะจงเจาะจง (Purposive Sampling) คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีมัลติมีเดีย คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน 30 คน ที่ได้ลงทะเบียนเรียนในรายวิชา “การพัฒนาภาพ 3 มิติ” ในการดำเนินการวิจัย ผู้วิจัยได้พัฒนาเว็บไซต์จำนวน 2 เวอร์ชัน โดยมีเนื้อหาเหมือนกันทุกประการ แตกต่างกันเฉพาะรูปแบบของวิดีโอที่ใช้ประกอบบทเรียน คือ เวอร์ชันที่ 1 ใช้วิดีโอจากแหล่งภายนอก เช่น YouTube เพื่อแสดงแนวคิด เทคนิค และตัวอย่างงานจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม และเวอร์ชันที่ 2 ใช้วิดีโอที่ผู้วิจัยบันทึกเอง โดยมีเนื้อหาสอดคล้องกับการสอนจริงในรายวิชา โดยถูกใช้กับกลุ่มตัวอย่างเดียวกัน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ เว็บไซต์การเรียนรู้ แบบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบสอบถามความพึงพอใจ ผลการวิจัยพบว่า 1.ผลการเปรียบเทียบก่อนเรียนนักศึกษามีค่าเฉลี่ยคะแนนเท่ากับ 11.53 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.25 หลังเรียนศึกษามีค่าเฉลี่ยคะแนนเท่ากับ 14.35 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.76 เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Paired t-test พบว่า ค่า t = 11.05 ที่ df = 29 ซึ่งแสดงถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน 2.ผลการประเมินความพึงพอใจของกลุ่มตัวอย่างโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (𝒙 ̅ = 4.50, S.D. = 0.59) เมื่อพิจารณาแต่ละรายการ พบว่า รายการที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด ได้แก่ ด้านเนื้อหาสาระ (𝒙 ̅ = 4.57, S.D. = 0.54) ด้านแบบทดสอบก่อนและหลัง (𝒙 ̅ = 4.48, S.D. = 0.62)</p> พลาธิป ลุนคุณ , อานนท์ โพธิ์เอม, นครินทร์ ปรีชา ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/280394 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700 เส้นทางการเรียนรู้แนวใหม่ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps: การผสานนวัตกรรมกับซอฟต์พาวเวอร์ไทย https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/280559 <p>กึ่งทศวรรษที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ขับเคลื่อนโครงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยรูปแบบ Active Learning สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น คือ นวัตกรรมที่ใช้ในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ ของนักเรียน ซึ่งเกิดจากการจัดการเรียนรู้ด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps ที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม ปัจจุบันโครงการนี้ได้รับการพัฒนาและขับเคลื่อนอีกครั้งสู่โรงเรียนคุณภาพประจำอำเภอในภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยมีเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างนวัตกรรมที่สอดคล้องกับซอฟต์พาวเวอร์ของไทย การจัดการเรียนการสอนด้วยกระบวนการ GPAS 5 Steps เพื่อส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมจึงแปรเปลี่ยนไป บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกรอบแนวคิดในการใช้กระบวนการ GPAS 5 Steps ที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมผสานซอฟต์พาวเวอร์ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สาระสำคัญของบทความมีดังนี้ (1) กระบวนการ GPAS 5 Steps ที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมของนักเรียนเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ต่อยอดมาจากกระบวนการ GPAS 5 Steps แบบดั้งเดิมที่ใช้จัดการเรียนรู้ตามจุดประสงค์ในรายวิชาต่าง ๆ โดยมีการผสานกระบวนการสร้างนวัตกรรมเพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะการคิดเชิงนวัตกรรมควบคู่ไปกับผลลัพธ์การเรียนรู้ตามรายวิชา และ (2) แนวทางการผสานซอฟต์พาวเวอร์เข้ากับกระบวนการ GPAS 5 Steps ที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรม มี 3 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1 การมุ่งพัฒนานวัตกรรมสู่ซอฟต์พาวเวอร์ แนวทางที่ 2 การใช้ซอฟต์พาวเวอร์ปลุกกระแสการใช้นวัตกรรม และแนวทางที่ 3 การสร้างนวัตกรรมจากบริบทปัญหาของซอฟต์พาวเวอร์</p> เมธาสิทธิ์ ธัญรัตนศรีสกุล ลิขสิทธิ์ (c) 2025 http://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/EDKKUJ/article/view/280559 Wed, 31 Dec 2025 00:00:00 +0700