วารสารอักษราพิบูล https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ <p>วารสารอักษราพิบูล มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการทางด้านมนุษยศาสตร์ โดยเปิดรับบทความซึ่งอาจเป็นบทความวิจัย หรือวิทยานิพนธ์ บทความทั่วไป และบทความวิจารณ์หนังสือเกี่ยวกับด้านมนุษยศาสตร์เป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ โดย<span style="font-weight: 400;">บทความที่ส่งมา <br />ตีพิมพ์จะได้รับการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิ (peer review) ในสาขานั้น หรือสาขาที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 ท่าน ซึ่งผู้พิจารณาไม่ทราบชื่อผู้แต่ง และผู้แต่งไม่ทราบชื่อผู้พิจารณา (double-blind peer review) จากหลากหลายสถาบัน</span> มีกำหนดการตีพิมพ์ปีละ 2 ฉบับ (ราย 6 เดือน) ฉบับที่ 1 ประจำเดือนมกราคม - มิถุนายน และฉบับที่ 2 ประจำเดือนกรกฎาคม - ธันวาคม</p> <p><a href="https://portal.issn.org/resource/ISSN/3027-8651" target="_blank" rel="noopener">ISSN: 3027-8651 (Print)</a><br /><a href="https://portal.issn.org/api/search?search[]=MUST=allissnbis=%223027-6144%22&amp;search_id=70940886" target="_blank" rel="noopener">ISSN: 3027-6144 (Online)</a></p> th-TH <p>บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม</p> <p>บทความหรือข้อคิดใด ๆ ที่ปรากฏในวารสารอักษราพิบูลที่เป็นวรรณกรรมของผู้เขียน บรรณาธิการ หรือ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย&nbsp;</p> huso@psru.ac.th (Faculty Of Humanities and Social Sciences) huso@psru.ac.th (Miss Sunisa Pethpool) Fri, 05 Jun 2026 10:46:59 +0700 OJS 3.3.0.8 http://blogs.law.harvard.edu/tech/rss 60 บทบรรณาธิการ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/287526 <p> วารสารอักษราพิบูล (Aksara Pibul Journal) เป็นวารสารของคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ได้รับรองการประเมินคุณภาพวารสารวิชาการ ให้เป็น <strong>“วารสารกลุ่มที่ 1 (</strong><strong>Tier1</strong><strong>)”</strong> โดยศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย (TCI) ประกาศรับรองเมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2568 วารสารมีเนื้อหาด้านมนุษยศาสตร์ โดยมุ่งสร้างเสริมความเข้มแข็งทางวิชาการสายมนุษยศาสตร์ซึ่งนับวันจะถูก “ลดทอน” และ “ละเลย” ความสำคัญและคุณค่า ลงไปอย่างมาก</p> <p> วารสารอักษราพิบูล ปีที่ 7 ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2569) ประกอบด้วยบทความวิจัย จำนวน 12 บทความ คือ เรื่องที่ 1 A Corpus-Based Study of English vocabulary to create a Karuta Card game, based on Part 2 (Question-Response) of the TOEIC listening test โดย Nipawan Navawatana and Kyle Nathan Kohler เรื่องที่ 2 Exploring GenAI Impacts on Thai EFL Undergraduates’ Writing Process Patterns and Writing Behaviors โดย Phirunkhana Phichiensathien Bhornsawan Inpin Phoranee Kaewbovorn Wilawan Champakeaw and Phimpawee Treesorn เรื่องที่ 3 หลักไชยจากกฎหมายโบราณจังหวัดพิษณุโลก : การศึกษาสารัตถะของกรณีศึกษาหากันแก้กัน โดยสมเกียรติ ติดชัย เรื่องที่ 4 สภาพการจัดการเรียนการสอนและแนวทางการใช้แนวคิดทฤษฎีสัมพันธบทร่วมกับกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของ Plsek เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนนิทานสำหรับเด็กของนักศึกษาระดับปริญญาตรี โดยชูชาติ คุ้มขำ ทรงภพ ขุนมธุรส กาญจนา วิชญาปกรณ์ และน้ำทิพย์ องอาจวาณิชย์ เรื่องที่ 5 กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนบนฐาน การจัดการโดยชุมชนเมืองทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยกนกวรรณ เกิดพิน และปาริชาต กัณฑาทรัพย์ เรื่องที่ 6 เมื่อมงกุฎมีเสียง: การสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านการประกวดธิดาปราสาทผึ้งสกลนคร โดยต่อศักดิ์ เกษมสุข เรื่องที่ 7 Exploring English Learning Problems and Learning Strategies of Thai EFL Students : A Case Study of Undergraduates at a Public University in Thailand โดย Chayanant Pitikornpuangpetch เรื่องที่ 8 ความเชื่อจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจนฺโท) วัดพระธาตุหมื่นหิน อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยณัฐกฤตา นามมนตรี เรื่องที่ 9 ลักษณะการใช้ภาษาไทยของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ภูไทและเขมร : กรณีศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด โดยหนึ่งฤทัย ม่วงเย็น ขนิษฐา ใจมโน บุญชู ภูศรี และ ทรงภพ ขุนมธุรส เรื่องที่ 10 “เชิญอ่านเรื่องพระอภัยให้เบิกบาน เกษมศานต์สวัสดี ทวีคูณ” พิเคราะห์กลอนนิราศพระอภัยมณีของนายฉันท์ ขำวิไล ขนบนิราศกับการสร้างสรรค์ แฟนฟิกวรรณคดีไทยในทศวรรษ 2500 โดยชนัญชิดา บุญเหาะ เรื่องที่ 11 “การพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในฐานะภาษาที่สองตามแนวทางการจัดการเรียนรู้ เชิงรุกสำหรับนักศึกษาครูภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง” โดย วิไลวรรณ เข้มขัน และ ปริญญภาษ สีทอง และเรื่องที่ 12 “Enhancing Thai Language Instruction for Chinese Students through Animation Media: A Developmental Approach using the ADDIE Model” โดย Kanitha Putthasatien and Wootinan Chaisri</p> <p> เนื้อหาของบทความที่ปรากฏในวารสารอักษราพิบูลฉบับนี้มีความเข้มข้นทางวิชาการและประกอบไปด้วยผู้เขียนทั้งในและภายนอกสถาบันโดยบทความที่น่าสนใจ บทความทั้งหมดล้วนผ่านการประเมินจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสถาบัน จำนวน 3 ท่านต่อบทความ และไม่ได้เป็นหน่วยงานเดียวกันกับผู้เขียน</p> <p> วารสารอักษราพิบูล ขอขอบพระคุณผู้เขียนและผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านมนุษยศาสตร์ อันเป็นองค์ความรู้สำคัญที่ใช้ในการเรียนรู้ชีวิตมนุษย์ และขอเรียนเชิญผู้ที่สนใจและรักที่จะรังสรรค์ผลงานวิชาการในทางมนุษยศาสตร์ วารสารอักษราพิบูล ขอเป็นหนึ่งในตัวเลือกของท่านที่จะรับผลงานด้านมนุษยศาสตร์เพื่อตีพิมพ์เผยแพร่สร้างสรรค์องค์ความรู้ทางด้านมนุษยศาสตร์ให้กว้างขวางไปยิ่งขึ้นอีก</p> <p><br /><br /></p> ภัครพล แสงเงิน, สุธัญญา ปานทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/287526 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 A Corpus-Based Study of English vocabulary to create a Karuta Card game, based on Part 2 (Question-Response) of the TOEIC listening test https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283647 <p>งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวม จัดหมวดหมู่รายการคำศัพท์ และวิเคราะห์คำศัพท์ที่พบในข้อสอบฟัง TOEIC แบบจำลอง ส่วนที่ 2 (คำถาม–คำตอบ) เพื่อประเมินระดับความยากของคำศัพท์ตามกรอบอ้างอิงความสามารถทางภาษายุโรป (CEFR) และนำคำศัพท์ที่ได้จากวัตถุประสงค์ที่ 1 ไปใช้ในการสร้างสื่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษโดยใช้เกมเป็นฐาน (GBL) (เกมการ์ดคารุตะ) จากผลการวิจัยพบว่ามีจำนวนคำศัพท์เนื้อหา (content words) ทั้งหมดจำนวน 1,587 คำ โดยคำศัพท์ส่วนใหญ่ปรากฏอยู่ในรายการคำศัพท์ทั่วไป (General Service List: GSL) โดยเฉลี่ยแล้ว คำศัพท์ที่ระบุพบว่ามีระดับความยากของคำศัพท์ตามกรอบ CEFR อยู่ที่ระดับ B1 รายการคำศัพท์ในงานวิจัยนี้ถูกจำแนกออกเป็นคำในรายการคำศัพท์ทั่วไป (GSL) จำนวน 987 คำ โดยอยู่ในระดับ K1 จำนวน 686 คำ และระดับ K2 จำนวน 301 คำ คำในรายการคำศัพท์นอกกลุ่ม (Outside Word List: OWL) จำนวน 409 คำ และคำในรายการคำศัพท์เชิงวิชาการ (Academic Word List: AWL) จำนวน 191 คำ โดยคำศัพท์ส่วนใหญ่ที่ปรากฏในรายการเหล่านี้จัดให้อยู่ในระดับ B1 นอกจากนี้ คำถามที่สร้างขึ้นสำหรับเกมการ์ดคารุตะได้นำคำศัพท์จากรายการคำศัพท์ GSL ระดับ K1 ซึ่งถูกรวบรวมเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในครั้งนี้ จากตัวอย่างข้อสอบจำลองหลายชุดของข้อสอบส่วนที่ 2 (คำถาม - คำตอบ)</p> นิภาวรรณ นวาวัตน์, Kyle Nathan Kohler ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283647 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 Exploring GenAI Impacts on Thai EFL Undergraduates’ Writing Process Patterns and Writing Behaviors https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/282974 <p>GenAI is a critical factor in the learning behaviors associated with students' writing development. The conventional writing process is based on the principles of writing behaviors and process patterns and comprises four or five phases. There is a scarcity of research investigating changes in students' writing process patterns resulting from the use of AI technologies. The objectives of this study were to explore the impacts of GenAI on writing process patterns and to determine the writing behaviors of Thai EFL undergraduates. The research included a survey of 91 undergraduates who were majoring in English. A descriptive statistic was employed to analyze the quantitative data obtained from an online questionnaire. The qualitative data were analyzed using thematic analysis. The findings showed that most students completed the assignment using a variety of writing process patterns, transitioning from the third, fourth, and fifth patterns to the first and second patterns. The students’ writing behaviors in the planning and composing stages underwent a substantial transition from self-reliance to AI-reliance after the introduction of GenAI. It may be advisable for educators to monitor students' writing progress by gradually prompting them to reflect on their learning with GenAI and to focus on their writing process rather than assessing their writing proficiency.</p> Phirunkhana Phichiensathien, Bhornsawan Inpin, Phoranee Kaewbovorn, Wilawan Champakeaw, Phimpawee Treesorn ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/282974 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 หลักไชยจากกฎหมายโบราณจังหวัดพิษณุโลก : การศึกษาสารัตถะของกรณีศึกษาหากันแก้กัน https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283460 <p>บทความนี้เป็นการวิจัยเอกสาร มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาและรวบรวมสารัตถะของกรณีศึกษาหากันแก้กันจากหลักไชยในกฎหมายโบราณจังหวัดพิษณุโลก โดยใช้กฎหมายโบราณ เอกสารจากสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จำนวน 46 ฉบับ ซึ่งปริวรรตโดยผู้วิจัย ผลการศึกษาพบว่า กรณีศึกษาหากันแก้กันจากหลักไชยในกฎหมายโบราณจังหวัดพิษณุโลก พบจำนวน 13 ประเภท คือ 1. คดีความเกี่ยวกับการลักทรัพย์ พบจำนวน 19 เรื่อง 2. คดีความเกี่ยวกับเรื่องชู้ พบจำนวน 8 เรื่อง 3. คดีความเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาท พบจำนวน 9 เรื่อง 4. คดีความเกี่ยวกับการพูดปดหรือกล่าวเท็จ พบจำนวน 6 เรื่อง 5. คดีความเกี่ยวกับการทำร้ายผู้อื่น พบจำนวน 5 เรื่อง 6. คดีความเกี่ยวกับหนังสือประกัน พบจำนวน 4 เรื่อง 7. คดีความเกี่ยวกับการฉ้อโกง พบจำนวน 3 เรื่อง 8. คดีความเกี่ยวกับทรัพย์สินเสียหาย พบจำนวน 2 เรื่อง 9. คดีความเกี่ยวกับการบุกรุก พบจำนวน 3 เรื่อง 10. คดีความเกี่ยวกับอุบัติเหตุ พบจำนวน 2 เรื่อง 11. คดีความเกี่ยวกับการกู้เงิน พบจำนวน 2 เรื่อง 12. คดีความเกี่ยวกับการทำผิดสัญญา พบจำนวน 1 เรื่อง 13. คดีความเกี่ยวกับการพนัน พบจำนวน 1 เรื่อง การศึกษาหลักไชยที่ปรากฏในกฎหมายโบราณจังหวัดพิษณุโลกครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการศึกษากฎหมายที่เคยใช้ในจังหวัดพิษณุโลกเมื่อครั้งอดีตผ่านต้นฉบับเอกสารโบราณอีกด้วย</p> สมเกียรติ ติดชัย ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283460 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 สภาพการจัดการเรียนการสอนและแนวทางการใช้แนวคิดทฤษฎี สัมพันธบทร่วมกับกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของ Plsek เพื่อส่งเสริมความสามารถ ในการเขียนนิทานสำหรับเด็กของนักศึกษาระดับปริญญาตรี https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283486 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) สภาพการจัดการเรียนการสอนการเขียนนิทานสำหรับเด็กของนักศึกษาระดับปริญญาตรี 2) แนวทางการใช้แนวคิดทฤษฎีสัมพันธบทร่วมกับกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของ Plsek เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์<br />เชิงลึกจากกลุ่มตัวอย่างที่เลือกแบบเจาะจง (purposive sampling) กำหนดคุณสมบัติ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1) อาจารย์ผู้สอนในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือตอนล่าง 4 แห่ง จำนวน 8 คน 2) นักศึกษาในหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏภาคเหนือตอนล่าง 4 แห่ง จำนวน 20 คน และ 3) ผู้เชี่ยวชาญด้านแนวคิดทฤษฎี จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) แบบสัมภาษณ์สภาพการจัดการเรียนการสอนสำหรับอาจารย์ 1 ชุด และสำหรับนักศึกษา 1 ชุด และ 2) แบบสัมภาษณ์แนวทางการใช้แนวคิดทฤษฎี 1 ชุด นำเสนอผลการวิจัยโดยการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนการเขียนนิทานสำหรับเด็กของนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำแนกได้ 4 ประเด็น ได้แก่ 1) ด้านเนื้อหา พบว่า อาจารย์เลือกเนื้อหาจาก 3 แนวทาง ได้แก่ ยึดขอบเขตของคำอธิบายรายวิชา พิจารณาความสนใจของนักศึกษา และเลือกวรรณกรรมเด็กที่มีคุณภาพ พบปัญหา 2 ประเด็น ได้แก่ เนื้อหาทฤษฎีมีปริมาณมากทำให้ต้องกระชับเนื้อหาให้ทันเวลา และนักศึกษาสนใจวรรณกรรมมากกว่าทฤษฎี 2) ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน พบว่า จัดกิจกรรม 3 ลักษณะ ได้แก่ การบรรยาย การวิเคราะห์วรรณกรรม และการฝึกเขียน พบปัญหา 3 ประเด็น ได้แก่ นักศึกษาขาดทักษะการอ่าน การวิเคราะห์วรรณกรรม ขาดความคิดสร้างสรรค์ในการเขียน และส่งงานล่าช้า 3) ด้านสื่อการสอน พบว่ามี 2 ประเภท ได้แก่ สื่อสิ่งพิมพ์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พบปัญหา 2 ประเด็น ได้แก่ อาจารย์ต้องปรับปรุงสื่อให้ทันสมัยอยู่เสมอ และนักศึกษาไม่ชอบอ่านวรรณกรรมขนาดยาว 4) ด้านการวัดผลประเมินผล พบว่า อาจารย์ใช้วิธีการวัดผลประเมินผลระหว่างเรียน และหลังเรียน พบปัญหา 2 ประเด็น ได้แก่ นักศึกษาบางส่วนส่งงานไม่ทัน และทำแบบทดสอบแบบอัตนัยไม่ทันเวลา 2. ศึกษาแนวทางการใช้แนวคิดทฤษฎีสัมพันธบทร่วมกับกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของ Plsek เพื่อส่งเสริมความสามารถในการเขียนสร้างสรรค์นิทานสำหรับเด็กของนักศึกษาระดับปริญญาตรี จำแนกได้ 4 ประเด็น ได้แก่ 1) แนวคิดทฤษฎีที่ใช้นำไปใช้จัดการเรียนการสอนได้ 2) แนวคิดที่นำมาใช้สามารถส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ได้ 3) ใช้วรรณกรรมท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นนิทานสำหรับเด็กได้ และ 4) การวัดผลประเมินผลต้องประเมินองค์ประกอบนิทาน และประเมินความคิดสร้างสรรค์</p> ชูชาติ คุ้มขำ, ทรงภพ ขุนมธุรส, กาญจนา วิชญาปกรณ์, น้ำทิพย์ องอาจวาณิชย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283486 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน บนฐานการจัดการโดยชุมชนเมืองทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/282953 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนบนฐานการจัดการโดยชุมชนเมืองทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นการวิจัยในรูปแบบผสมผสาน ระหว่างวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ และวิธีวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม และแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยสถิติพื้นฐาน ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ตามด้วยการวิเคราะห์เชิงพรรณนา และการวิเคราะห์เนื้อหาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ</p> <p>ผลการศึกษา พบว่า กิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนบนฐานการจัดการโดยชุมชนเมืองทุ่งยั้งอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ มี 5 กิจกรรม ดังนี้ 1) ตักบาตรพระบรมธาตุ 2) เส้นทาง Sightseeing “ตำนานสังข์ทอง” 3) ข้าวเกรียบว่าว 4) การร้อยพวงดอกไม้ (พวงมะโหด) และ 5) ตลาดวิถีชุมชนคนทุ่งยั้ง โดยกิจกรรมที่ 1 ตักบาตรพระบรมธาตุเป็นการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนที่เน้นการมีส่วนร่วมระหว่างผู้มาเยือนและชุมชนเปิดโอกาสให้เข้าถึงทุนทางวัฒนธรรมและประสบการณ์ที่คงความเดิมแท้ (X= 5.00) กิจกรรมที่ 2 เส้นทาง “ตำนานสังข์ทอง” ใช้การเล่าเรื่องโดยปราชญ์ชาวบ้านเพื่อสร้างแรงดึงดูดใจ (X= 4.78) กิจกรรมที่ 3 ข้าวเกรียบว่าว เน้นการลงมือปฏิบัติและความเดิมแท้ของกระบวนการและประสบการณ์ (X= 5.00) กิจกรรมที่ 4 การร้อยพวงมะโหด เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนมีส่วนร่วมและเข้าถึงทุนทางวัฒนธรรม ( X= 4.94) และกิจกรรมที่ 5 ตลาดวิถีชุมชนคนทุ่งยั้ง สร้างความสุขและคงความเดิมแท้ของชุมชน ( X= 4.98) โดยทุกกิจกรรมอยู่ในระดับมากที่สุด</p> กนกวรรณ เกิดพิน, ปาริชาต กัณฑาทรัพย์ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/282953 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 เมื่อมงกุฎมีเสียง : การสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่น ผ่านการประกวดธิดาปราสาทผึ้งสกลนคร https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283549 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการและกลวิธีการสื่อสารอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านการประกวดธิดาปราสาทผึ้งสกลนคร ดำเนินการวิจัยโดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพเก็บรวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 30 คน จาก 5 กลุ่ม ประกอบด้วย 1) คณะกรรมการจัดการประกวด 2) ผู้เข้าประกวด 3) หน่วยงานที่รับผิดชอบ 4) ผู้สนับสนุน และ 5) ผู้ชมการประกวด ร่วมกับการวิเคราะห์เทปบันทึกภาพการประกวดปี พ.ศ. 2566-2567 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า อัตลักษณ์ท้องถิ่นสกลนครที่สื่อสารผ่านการประกวดมี 5 มิติ ได้แก่ 1) อัตลักษณ์ด้านประเพณี 2) อัตลักษณ์ด้านการแต่งกาย 3) อัตลักษณ์ด้านธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยว 4) อัตลักษณ์ด้านชาติพันธุ์ และ 5) อัตลักษณ์ด้านผลิตภัณฑ์ชุมชน ทั้งนี้ มีการสื่อสารผ่าน 7 วิธีการหลัก คือ 1) การแต่งกาย 2) รูปแบบการประกวด 3) การแสดง 4) วีดิทัศน์และกราฟิกฉากหลัง 5) การสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ 6) เพลงประจำการประกวด และ 7) มงกุฎ โดยกระบวนการสื่อสารดังกล่าวมีลักษณะเป็นระบบที่เชื่อมโยงหลายมิติ ครอบคลุมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ตั้งแต่ผู้จัดการประกวดผู้เข้าประกวดไปจนถึงผู้ชมการประกวด ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดสกลนคร</p> ต่อศักดิ์ เกษมสุข ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283549 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 Exploring English Learning Problems and Learning Strategies of Thai EFL Students: A Case Study of Undergraduates at a Public University in Thailand https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283681 <p>การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัญหาการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษาที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทย และกลยุทธ์ที่นักศึกษาใช้เพื่อพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักศึกษาจำนวน 213 คน จาก 9 คณะ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม และการสนทนากลุ่มย่อย ใช้วิธีการสุ่มแบบเจาะจง (Purposive Sampling) การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถามใช้สถิติเชิงพรรณนา ส่วนข้อมูลจากการสนทนากลุ่มย่อยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงตีความและการวิเคราะห์ประเด็น</p> <p>ผลการศึกษาพบว่า ปัญหาในการเรียนภาษาอังกฤษเกี่ยวกับตัวนักศึกษามากที่สุด ได้แก่ การมีคลังคำศัพท์จำกัด และความกลัวที่จะพูดผิดและความเขินอาย รองลงมา คือ สภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ ได้แก่ โอกาสในการเรียนภาษาอังกฤษจำกัด และสภาพแวดล้อมในการเรียนรู้ไม่เอื้อต่อการฝึกฝนและการใช้ภาษาอังกฤษนอกห้องเรียน ลำดับต่อมาคือ หลักสูตรและการประเมินผล ได้แก่ การใช้วิธีการสอนแบบดั้งเดิม (การสอนที่เน้นไวยากรณ์) และการสอนเพื่อเตรียมสอบ ส่วนปัญหาที่เกี่ยวกับครูพบน้อยที่สุด ได้แก่ ครูไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษโดยตรงและขาดประสบการณ์ในการสอนภาษาอังกฤษ และวิธีการสอนของครูที่ทำให้นักศึกษาหมดกำลังใจในการเรียนส่วนกลยุทธ์ในการเรียนภาษาอังกฤษของนักศึกษา ได้แก่ การท่องคำศัพท์ การดูสื่ออินเตอร์เน็ตและฝึกฝนการพูด การใช้เกมหรือกิจกรรมในการเรียนภาษาอังกฤษ การใช้เพลงในการเรียนภาษาอังกฤษ และการสร้างความมั่นใจและกล้าพูดภาษาอังกฤษ ผลการศึกษานี้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อครูผู้สอนในการปรับปรุงกลยุทธ์ในการสอนภาษาอังกฤษ และช่วยให้นักศึกษาเอาชนะอุปสรรคในการเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p> ชญาณ์นันท์ ปิติกรพวงเพชร ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283681 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 ความเชื่อจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจนฺโท) วัดพระธาตุหมื่นหิน อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283762 <p>การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเชื่อจากเรื่องเล่าเกี่ยวกับพระราชวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา สิริจนฺโท) วัดพระธาตุหมื่นหิน อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ จากการลงพื้นที่ภาคสนามและจากการเก็บข้อมูลเอกสาร ผลการวิจัยพบว่าเรื่องเล่ามี 5 ประเภท ได้แก่ 1. เรื่องเล่าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 2. เรื่องเล่าวัตถุศักดิ์สิทธิ์ 3. เรื่องเล่าบุคคลศักดิ์สิทธิ์ 4. เรื่องเล่าสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และ 5. เรื่องเล่าพืชศักดิ์สิทธิ์ ส่วนความเชื่อมี 6 ประเภท ดังต่อไปนี้ 1. ความเชื่อเรื่องบุคคล 2. ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 3. ความเชื่อเรื่องเครื่องรางของขลัง 4. ความเชื่อเรื่องสุขภาพและ สวัสดิภาพ 5. ความเชื่อเรื่องโชคลาง และ 6. ความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์</p> ณัฐกฤตา นามมนตรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283762 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 ลักษณะการใช้ภาษาไทยของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ภูไทและเขมร: กรณีศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283644 <p>การวิจัยเรื่อง ลักษณะการใช้ภาษาไทยของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ภูไทและเขมร: กรณีศึกษาจังหวัดร้อยเอ็ด เป็นการวิจัยทั้งเชิงปริมาณ (Quantitative) และเชิงคุณภาพ (Qualitative) มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบการออกเสียงและการใช้คำภาษาไทยของเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดร้อยเอ็ด กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ลาว ภูไท และเขมร กลุ่มละ 5 คน รวม 15 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ การซักข้อมูลรายบุคคลโดยใช้ภาพเล่าเรื่อง วิเคราะห์ข้อมูลการออกเสียงด้วยสัทอักษรสากล (IPA) วิเคราะห์คลังคำศัพท์ และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าความถี่และร้อยละ</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า ลักษณะการใช้ภาษาไทยสะท้อนภาวะการธำรงรักษาภาษาแม่ที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ กลุ่มชาติพันธุ์ลาวมีภาวะธำรงภาษาที่เข้มแข็ง โดยพบการแปรภาษาจากภาษาแม่ในการออกเสียงภาษาไทยมากที่สุด ทั้งด้านหน่วยเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ และมี คลังคำศัพท์ภาษาไทยและใช้คำภาษาชาติพันธุ์ปะปนมากที่สุด ในทางตรงกันข้าม กลุ่มชาติพันธุ์เขมรอยู่ในภาวะวิกฤตใกล้สูญ เนื่องจากมีคลังคำศัพท์น้อยที่สุดและไม่พบการใช้คำภาษาเขมรเลยส่วนกลุ่มชาติพันธุ์ภูไทอยู่ในภาวะเปลี่ยนผ่านโดยพบการใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร</p> หนึ่งฤทัย ม่วงเย็น , ขนิษฐา ใจมโน, บุญชู ภูศรี, ทรงภพ ขุนมธุรส ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283644 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 “เชิญอ่านเรื่องพระอภัยให้เบิกบาน เกษมศานต์สวัสดีทวีคูณ” พิเคราะห์กลอนนิราศพระอภัยมณีของนายฉันท์ ขำวิไล ขนบนิราศกับการสร้างสรรค์แฟนฟิกวรรณคดีไทยในทศวรรษ 2500 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283773 <p>บทความวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกลอนนิราศพระอภัยมณีของนายฉันท์ ขำวิไลกับนิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณีของสุนทรภู่ ตลอดจนศึกษาการสร้างสรรค์กลอนนิราศพระอภัยมณีให้มีลักษณะสอดคล้องกับลักษณะงานเขียนแบบแฟนฟิกวรรณคดีไทยที่เกิดขึ้นในทศวรรษ 2500 โดยใช้แนวคิดของจอห์น โฟรว (John Frow) ที่อาศัยแนวคิดทฤษฎีของรูปแบบนิยมรัสเซียเข้ามาช่วยในการศึกษาเรื่องประเภทวรรณคดี (Genre) ผลการศึกษาพบว่า นายฉันท์ ขำวิไลได้แต่งกลอนนิราศพระอภัยมณี โดยใช้โครงเรื่องหลักซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตการผจญภัยและการเดินทางพลัดพรากของตัวละครเอกในนิทานคำกลอนเรื่องพระอภัยมณี มาแต่งใหม่ให้มีลักษณะเป็นแฟนฟิกวรรณคดีไทย และแทรกขนบการคร่ำครวญและการแสดงทัศนะซึ่งเป็นขนบสำคัญของงานนิราศสมัยรัตนโกสินทร์ ในบางตอน ผู้แต่งได้สลับลำดับเหตุการณ์ทำให้เรื่องราวในกลอนนิราศพระอภัยมณีต่างไปจากต้นฉบับ นอกจากนี้ ผู้แต่งยังได้สร้างสรรค์กลอนนิราศพระอภัยมณีให้มีลักษณะผสมผสานกับงานเขียนประเภทเรื่องเล่าและงานเขียนประเภทชีวประวัติ ลักษณะดังกล่าวถือเป็นลักษณะที่แตกต่างไป จากขนบนิราศยุคก่อนหน้า อีกทั้งสะท้อนให้เห็นอิทธิพลของเรื่องพระอภัยมณีที่มีต่องานสมัยหลังและความสนใจต่อประวัติสุนทรภู่ในฐานะนักประพันธ์ต้นฉบับ</p> ชนัญชิดา บุญเหาะ ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283773 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 การพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในฐานะภาษาที่สอง ตามแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำหรับนักศึกษาครูภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283876 <p>การวิจัยเรื่อง การพัฒนาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในฐานะภาษาที่สองตามแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำหรับนักศึกษาครูภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะด้านการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในฐานะภาษาที่สองตามแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำหรับนักศึกษาครูภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย ชั้นปีที่ 4 กลุ่ม 2 คณะครุศาสตร์ จำนวน 26 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 เครื่องมือในการวิจัย ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 4 แผน วิเคราะห์ข้อมูล โดยการหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p>ผลการวิจัยพบว่า นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทยมีสมรรถนะด้านการสอนภาษาไทยในฐานะภาษาที่สอง โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด(M=4.66,SD=0.20) โดยสมรรถนะที่ 1 การบูรณาการองค์ความรู้ศาสตร์การสอนและการออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยเฉลี่ย อยู่ในระดับมากที่สุด (M=4.58, SD = 0.31) สมรรถนะที่ 2 การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมผ่านการแสดงบทบาทสมมุติและการอภิปรายกลุ่ม โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.66,SD = 0.36) สมรรถนะที่ 3 การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วม และความหลากหลายทางวัฒนธรรมโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (M = 4.67,SD = 0.31) สมรรถนะที่ 4 การสร้างสรรค์นวัตกรรมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในฐานะภาษาที่สอง โดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (M= 4.73, SD =0.29) และสมรรถนะที่ 5 การออกแบบการวัดและประเมินผลการเรียนรู้เชิงสมรรถนะตามแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด (M= 4.69, SD =0.47)</p> วิไลวรรณ เข้มขัน, ปริญญภาษ สีทอง ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283876 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700 Enhancing Thai Language Instruction for Chinese Students through Animation Media: A Developmental Approach Using the ADDIE Model https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283947 <p>การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) พัฒนาสื่อแอนิเมชันการสอนภาษาไทยสำหรับชาวจีนโดยใช้ ADDIE Model 2) เพื่อประเมินประสิทธิภาพจากการใช้แอนิเมชันในการเรียนรู้ภาษา 3) เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความพึงพอใจของการใช้สื่อแอนิเมชัน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบประเมินประสิทธิภาพ และแบบประเมินความพึงพอใจ กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษาชาวจีนชั้นปี 2 จำนวน 28 คน ซึ่งเรียนภาษาไทย ณ Yuxi Normal University สาธารณรัฐประชาชนจีน วิเคราะห์ข้อมูลจากการหาค่าเฉลี่ย ร้อยละ และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน</p> <p> ผลการพัฒนาสื่อแอนิเมชันการสอนภาษาไทยสำหรับชาวจีนแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของการวิจัยที่มีการออกแบบและพัฒนาสื่อที่มีเนื้อหาครอบคลุมทักษะการสื่อสารที่จำเป็นของผู้เรียนทั้ง 12 เรื่อง ผลการประเมินประสิทธิภาพสื่อแอนิเมชัน จากผู้เชี่ยวชาญมีประสิทธิภาพในระดับสูง ผลประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการใช้สื่อแอนิเมชัน พบว่ามีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียน อยู่ในระดับมากที่สุด แสดงให้เห็นว่างานวิจัยนี้มีส่วนสำคัญในการยกระดับการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติผ่านนวัตกรรมดิจิทัล โดยเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ และช่วยส่งเสริมความสนใจของผู้เรียน การวิจัยนี้จึงเป็นแนวทางในการพัฒนาเนื้อหาทางการศึกษาในการสอนภาษาไทยให้แก่ชาวต่างประเทศต่อไปในอนาคต </p> กนิษฐา พุทธเสถียร, วุฒินันท์ ชัยศรี ลิขสิทธิ์ (c) 2026 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม https://creativecommons.org/licenses/by-nc-nd/4.0 https://so02.tci-thaijo.org/index.php/APBJ/article/view/283947 Fri, 05 Jun 2026 00:00:00 +0700